กสท ลุยแผนฟื้นฟูองค์กรรองรับ เทคโนโลยี-คู่แข่ง

ปรับแนวทางทำงานทุกระดับ หนุนเพิ่มขีดแข่งขัน

          "กสท" เดินหน้ายกเครื่ององค์กรใหม่ ตามแผน ฟื้นฟูองค์กรระยะยาว เผย "คลัง-ไอซีที" ไม่เคย สั่งชะลอแผน ยืนยันแผนฟื้นฟูฯ ดันทุกบียูทำงานดีขึ้น เผยการประชุมร่วมผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ผ่านมา แค่รับรู้แนวทางปฏิบัติไม่ได้สั่งเบรก เตรียมอัดแนวทางทำงานให้ระดับปฏิบัติการทำเวิร์คช้อป เข้าถึงสายธุรกิจที่รับผิดชอบ

          นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสิรฐ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร่วมกับกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะผู้กำกับดูแลโดยตรง สำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) และตัวแทนสหภาพแรงงาน กสท ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยดี และไม่มีคำสั่งชะลอแผนฟื้นฟูองค์กรระยะยาว (เทิร์นอะราวด์) 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2560 แต่อย่างใด ซึ่งกสทได้เข้าอยู่ในแผนฟื้นฟูมา 2 ปีแล้ว พบว่าการทำงานแต่ละสายธุรกิจมีประสิทธิภาพมาก และกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน จัดเรียงการทำงานทีละขั้น ตั้งแต่ระดับบริหารลงไปถึงพนักงานระดับปฏิบัติการและระดับล่าง

          อย่างไรก็ดี การประชุมบอร์ดในวันดังกล่าว ยังไม่ได้สรุปในรายละเอียดแผนงานทั้งหมด แต่เป็นการรับฟังแนวทางการดำเนินงานที่ผ่านมา และในอนาคตของกสท จึงได้กำชับให้ไปเร่งดำเนินการใหม่ เพื่อเสนอต่อบอร์ด จากนั้นจะนำเสนอกระทรวงไอซีทีอีกครั้งหนึ่ง และหากผ่านความเห็นชอบจะนำเข้าสู่กนร.ในทันที

          ทั้งนี้ การหารือร่วมกันกับคลัง ไอซีที กนร.และสหภาพแรงงานฯ ถือเป็นครั้งแรกที่ประชุมร่วมกัน มีการเสนอแนวทางแบบ เวิร์คช้อปให้มีการกำหนดเป้าประสงค์ของงานที่ได้รับว่าสอดคล้องกับผู้อื่นหรือไม่ และสามารถทำรายได้ได้เท่าไร

          "โดยสรุปเราไม่ได้ปรับแผนทำงานหรือเปลี่ยนแผนฟื้นฟู แต่ที่ต้องหารือกันจำเป็นต้องให้ทุกฝ่ายเข้าใจในแนวทางการทำงาน ปัญหาอุปสรรคที่เกิดกับกสท คือ การบริหารระบบทรัพยากรบุคคล และไอที เพราะระเบียบปฏิบัติบางครั้ง อาจไม่สอดคล้องกับการทำงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว และมีคู่แข่งในตลาดเยอะ"

          อย่างไรก็ดี กสท ยังคงตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ไว้ 46,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 9,000 ล้านบาท จากปี 2556 ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 37,363 ล้านบาท เป้าที่ตั้งไว้จะมาจากธุรกิจ 3จีเอชเอสพีเอในส่วนรูปแบบการให้บริการขายส่งบริการ (โฮลเซลล์) กับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น และ รายอื่นๆ ซึ่งจะสร้างรายได้อยู่ที่ 25,000 ล้านบาท หรือ 60% ของรายได้รวม  ส่วนรายได้จาก 3จีแบรนด์มาย ตั้งเป้ารายได้ 2,500 ล้านบาท จากการขายเลขหมายให้ได้ 7 แสนเลขหมายภายในปีนี้ ซึ่งปัจจุบันสามารถขายไปได้เพียง 1.7 แสนเลขหมายเท่านั้น

          ธุรกิจสื่อสารตั้งเป้าจะมีรายได้ 7,500 ล้านบาท ธุรกิจไอทีมีรายได้รวม 677 ล้านบาท และธุรกิจโทรศัพท์ระหว่างประเทศ 3,600 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจอื่นๆ อาทิ ค่าเช่าใช้โครงข่าย และดอกเบี้ย เป็นต้น โดยจะมีรายได้อีกราว 6,000 กว่าล้านบาท ส่วนรายจ่ายของกสท ในปีนี้ 42,630 ล้านบาท และดอกเบียอีกราว 1,784 ล้านบาท รวม กสท จะมีกำไรก่อนหักภาษีในปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 1,634 ล้านบาท

          รายงานข่าวแจ้งว่า ประเด็นในการประชุมเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูองค์กรนั้น เบื้องต้นบอร์ดพิจารณารายละเอียดตามแผนงานที่ฝ่ายบริหารเสนอต่อคลัง ไอซีที และกนร.ว่าสภาวะทางการเงินของ กสทยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤติ เพราะยังมีรายได้สม่ำเสมอ และเป็นรายได้จากการดำเนินงานของตัวเอง คือ บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และบริการสื่อสารข้อมูล ซึ่งในแต่ละปีมีรายได้รวมกันมากกว่า 15,000 ล้านบาท ดังนั้น หากกสทปรับแผนลดรายจ่ายด้านบุคลากรลง หรือแปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่มาเป็นค่าเช่าให้มากขึ้น น่าจะคงบัญชีผลประกอบการไม่ให้ติดลบได้

          นอกจากนี้ บอร์ดได้ให้ฝ่ายบริหารติดตาม การโอนทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานสร้างโอน-บริการ (บีทีโอ) ระหว่างกสทกับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) แม้จะหมดสัมปทานไปตั้งแต่เดือนก.ย. ปี2556 แต่ก็ยังมีรายงานมาว่าบางพื้นที่ยังไม่มีความคืบหน้าในการส่งมอบอุปกรณ์โทรคมนาคม พร้อมสั่งให้ฝ่ายบริหารไปตรวจสอบทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานทุกสถานีฐานว่าพื้นที่ใดส่งมอบและไม่ส่งมอบ และหากมีอุปกรณ์ใดมาเกี่ยวกับเสาสถานีฐานตามสัญญา ทาง กสท จะปลดออกทันที เพราะไม่ได้ทำสัญญากับกสทแต่อย่างใด

          เบื้องต้น กสทจะทำแผนรองรับการบริหารกิจการหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุด ด้วยวิธีให้เอกชนเช่าโครงข่ายดำเนินการต่อเป็นระยะเวลา 1-2 ปี ซึ่งช่วงนี้ต้องถ่ายโอนความรู้ และการบริหารงานให้กสท รวมถึงต้องเจรจาหารือกับคู่สัญญาสัมปทาน เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ต้องเสนอให้บอร์ดกสทพิจารณา และนำเสนอกระทรวงไอซีทีให้เห็นชอบแนวทางในการดำเนินการต่อไป