บ.ย่อยจัสมินรายได้พุ่งหนุนไตรมาสแรกโต 9%

จัสมินประกาศกำไรไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 9.81% มีกำไรสุทธิ 851.74 ล้านบาท จากงวด เดียวกันปีก่อนอยู่ 775.60 ล้านบาท เหตุ รายได้เพิ่มขึ้นจาก "ทริปเปิลที บรอดแบนด์" กว่า 88% ลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นนิ่ง โบรกเกอร์ประเมินแนวโน้มดี หวังกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มมูลค่าหุ้น

          รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS แจ้งผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 851.74 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.12 บาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากไตรมาสแรกปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 775.60 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท

          สาเหตุเนื่องจากบริษัท และบริษัทย่อย มีรายได้รวมไตรมาสแรกปีนี้ 2,996 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีก่อน ซึ่งรายได้รวมอยู่ที่ 2,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 279 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 10.3%

          ทั้งนี้ รายได้ส่วนใหญ่ประมาณ 88% มาจากบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB) และบริษัท ทริปเปิลที อินเทอร์เน็ต (TTTI) ซึ่งรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2557 อยู่ที่ 2,667 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีก่อน ซึ่งรายได้รวมอยู่ที่ 2,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 351 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 15.2%

          สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการของ TTTI ในไตรมาส 1 ปี 2557 มีจำนวนเพิ่มขึ้นสุทธิ 60,699 ราย (Net Additional Subscriber) จำนวนลูกค้าสุทธิยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 60,181 ราย ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2557 ลูกค้าที่ใช้บริการมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1.484 ล้านราย บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2557 จำนวน 908 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2556 ที่มีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 778 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 130 ล้านบาทคิดเป็นเพิ่มขึ้น 16.7% เนื่องจากรายได้เพิ่มขึ้นในจำนวนที่มากกว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

          บริษัท และบริษัทย่อยมีอีบิทด้า มาร์จิน ในไตรมาส 1 ปี 2557 อยู่ที่ 56.8% เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2556 อยู่ที่ 55% กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2557 จำนวน 908 ล้านบาท ดังกล่าวข้างต้น เมื่อหักรายการ สำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของบริษัทย่อย จำนวน 2 ล้านบาท สำรองหนี้สงสัยจะสูญของ TTTI จำนวน 38 ล้านบาท การบันทึก Deferred Tax ของบริษัทและบริษัทย่อย จำนวน 17 ล้านบาท

          สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้นหลังรายงานผลประกอบการราคาแกว่งตัวในกรอบแคบๆ และล่าสุดปิดตลาดที่ 8.30 บาท

          บล.ดีบีเอส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยยังแนะนำให้เข้าลงทุน เพราะประเมินว่าธุรกิจหลักคือ บอร์ดแบรนด์ยังแข็งแกร่ง มีความต้องการใช้บริการ ADSL และ WIFI อีกมาก จากกระแสความนิยมใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่มีมากในปัจจุบันและอนาคต คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรสุทธิปีนี้เป็น 23% เทียบปีต่อปี ประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 10 บาท ด้วยวิธีส่วนคิดลดกระแสเงินสดสุทธิ (DCF) และเห็นว่าการจัดตั้งกองทุน IFF จะเป็นประโยชน์กับบริษัทในระยะยาว ที่จะนำเงินที่ได้รับไปลงทุนใน Fiber Optic เพราะเป็นแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตที่มีความเสถียรในการรับส่งข้อมูล ขณะที่มีรายใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่อสารหลายรายก็ต้องการที่จะลงทุนในเทคโนโลยีนี้เช่นกัน

          บล.ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า จัสมินยังได้รับปัจจัยบวกจากการขายกองทุนโครงสร้าง พื้นฐาน (IFF) ซึ่งคาดจะเกิดขึ้นช่วงไตรมาส 2-3 ปีนี้ โดยคาดจะส่งผลต่อการปรับราคา เป้าหมายขึ้น 12-23% จากราคาเป้าหมาย ปัจจุบันที่ 8.97 บาท ซึ่งคาดบริษัทจะจ่ายเงินปันผลพิเศษ หลังจากการขายไอพีโอกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเท่ากับอัตราเงินปันผลพิเศษที่ 7.7-19.3%