ไอพีทีวี ความบันเทิงสั่งได้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคออนดีมานด์

"ไอพีทีวี" หรือบริการโทรทัศน์บนไอินเทอร์เน็ต ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า "ทีวี+อินเทอร์เน็ต" จะดูได้ต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และรายการทีวี

          ถ้าผู้ให้บริการมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องจับมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อให้บริการร่วมกัน ที่ผ่านมามักเป็นบริการที่ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง นำมาเพิ่มความหลากหลายในการให้บริการสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ทีโอที, ทรู หรือ 3บีบี มีกันครบ

          ที่ดูเป็นจริงเป็นจังกว่าใครเพราะมีพร้อมครบทุกองค์ประกอบเห็นจะเป็น True IPTV (มีเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง-รายการบนทรูวิชั่นส์ และอื่น ๆ) จุดเด่นของไอพีทีวีอยู่ที่การเลือกรับชมรายการที่ไหนเมื่อไรก็ได้ เรียกว่าเลือกผังรายการได้ด้วยตนเอง มีให้เลือกตั้งแต่รายการข่าวทั้ง Fox News, Sky News, NHK หรือรายการเพลง Channel V ทั้งมีให้เลือกซื้อเฉพาะรายการก็ได้

          เมื่อเร็ว ๆ นี้ "ซีทีเอช" ก็ขยายแพลตฟอร์มลงไอพีทีวีเช่นกัน

          "เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์" ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีทีเอชยอมรับว่า เป้าหมายสำคัญของซีทีเอชในปีนี้คือการเร่งขยายฐานลูกค้าให้ได้มากที่สุด จากปีที่ผ่านมามีฐานลูกค้ามากกว่า 5 แสนรายเล็กน้อย ถือว่ายังไม่คุ้มทุนเมื่อเทียบกับการซื้อลิขสิทธิ์แพร่ภาพการแข่งขันฟุตบอล "พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" 3 ฤดูกาล มูลค่าร่วมหมื่นล้านบาท

          การขยายช่องทางรับชมจึงเป็นอีกวิธีที่ดึงลูกค้าเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นได้ โดยร่วมมือกับบริษัท ดาต้า ซีดีเอ็มเอ คอมมูนิเคชั่น จำกัด เพื่อให้บริการผ่านระบบ "ไอพีทีวี" ภายใต้ชื่อ My World by CTH การรับชมจะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อเชื่อมต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์กลางที่ส่งสัญญาณภาพกับ "เซต-ท็อป-บ็อกซ์" และแพร่ภาพไปยังโทรทัศน์

          วิธีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทำได้หลายแบบทั้งผ่าน "ไว-ไฟ" หรือ "แอร์การ์ด" ที่บรรจุซิมโทรศัพท์มือถือ

          "เซต-ท็อป-บ็อกซ์" ดังกล่าวเล่นไฟล์มัลติมีเดียได้ ทำงานบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ มีระบบปรับความละเอียดภาพอัตโนมัติรับชมได้ตั้งแต่ความเร็วอินเทอร์เน็ต 1 Mbps แบบความคมชัดปกติ (SD) ถ้าความเร็วมากกว่าจะปรับเป็นความคมชัดสูง (HD) ทันที

          "ตอนนี้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยมีถึง 60% ของประชากร หรือ 40 กว่าล้านคน แต่ความเร็วอินเทอร์เน็ตยังไม่สูงพอกับการรับชมไอพีทีวี ดังนั้นไอพีทีวีรายที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้จึงไม่ค่อย ประสบความสำเร็จ ลูกค้าชมแล้วไม่ได้คุณภาพตามต้องการ แต่บริการที่เราพัฒนากับพาร์ตเนอร์ทำให้เน็ตช้าดูได้ดี เมื่อผูกกับคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กของ ซีทีเอชแล้ว มั่นใจว่าลูกค้าจะหันมาใช้บริการเพื่อรับชมรายการใหม่ ๆ ปีนี้ตั้งเป้าไว้ 2.5 แสนราย โดยช่วงแรกนำเซต-ท็อป-บ็อกซ์เข้ามาขาย 3 หมื่นกล่อง"

          มี 3 แพ็กเกจให้เลือก คือ 99 บาท/เดือน รับชมช่องฟรีทีวี (ทีวีดิจิทัล) และคอนเทนต์จากทีวีดาวเทียมอื่น ๆ รวม 93 ช่อง ถัดมาคิด 499 บาท/เดือน รับชมช่องซีทีเอชเพิ่มอีก 13 ช่อง (มีพรีเมียร์ลีก 3 ช่อง) และราคา 699 บาท/เดือน ช่องซีทีเอชเพิ่ม 15 ช่อง (พรีเมียร์ลีก 5 ช่อง)

          "เชิดศักดิ์" ย้ำว่า จากนี้จะมีการเพิ่มพาร์ตเนอร์เพื่อกระจายการรับชมผ่าน "ไอพีทีวี" มากขึ้น เพราะการรับชมแบบนี้ติดตั้งง่ายไม่ต้องเสียเวลาจ้างช่างไปติด ทำให้ขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งราคายังห่างจากการรับชม "ไอพีทีวี"เถื่อนเพียงเล็กน้อย ทำให้ผู้บริโภคกว่า 2 ล้านรายที่รับชมแบบเถื่อนกลับเข้ามา อยู่ในระบบลิขสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น

          ฟาก "นิพนธ์ ชูเชิด" กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ดาต้า ซีดีเอ็มเอ คอมมูนิเคชั่น จำกัดกล่าวว่า พัฒนาระบบ "ไอพีทีวี" มานาน 3 ปี สร้างเซิร์ฟเวอร์กลาง และระบบคิดค่าบริการ โดยตลาดไอพีทีวีค่อนข้างเปิดกว้างและแข่งขันกันด้วย คอนเทนต์กับเทคโนโลยีบีบอัดสัญญาณ เมื่อนำตัวแปรทั้งสองมาเทียบกับคู่แข่งจะเห็นว่าซีทีเอชเหนือกว่า แต่จะรุกตลาดได้ต้องตั้ง "ราคา" เซต-ท็อป-บ็อกซ์ไม่สูงเกินไป (ซื้อขาด 2,900 บาท และ เช่าซื้อ 1,800 บาท รับชมฟรี 1 เดือน)

          "การจ่ายเงินตอนนี้เป็นแบบรายเดือน เร็ว ๆ นี้จะมีแบบเติมเงินด้วยเพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับชม และใช้เพื่อซื้อคอนเทนต์ เช่น ภาพยนตร์ Pay-Per-View"

          "นิพนธ์" เสริมด้วยว่า ได้ร่วมกับ บมจ.ทีโอที โดยนำแอร์การ์ดจำนวน 5 แสนเลขหมายมาทำตลาดเพื่อให้การใช้งานร่วมกับ "เซต-ท็อป-บ็อกซ์"ได้ แต่อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้

          ฟาก "ทีโอที" ก็มีไอพีทีวีเช่นกัน "จันทนา เตชะศิรินุกูล" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า เริ่มต้นให้บริการไอพีทีวีมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อลดอัตราการยกเลิกใช้บริการไฮสปีดอินเทอร์เน็ต แต่ปีนี้จะเปลี่ยนมาทำตลาดเอง โดยให้ผู้บริโภครับชมผ่าน "แอปพลิเคชั่น" บนสมาร์ทดีไวซ์ รองรับทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์ จากเดิมต้องซื้อกล่องรับสัญญาณหรือสมัครใช้บริการไฮสปีดอินเทอร์เน็ตก่อน

          "เดิมเราเปิดบริการนี้เพื่อดึงลูกค้า ไฮสปีดอินเทอร์เน็ตไม่ให้ย้ายไปใช้งานของ คู่แข่ง โดยผูกแพ็กเกจ เช่น จ่าย 690 บาท/เดือน ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็ว 13 Mbps พร้อมรับชมไอพีทีวีในแพ็กเกจฟรี 87 ช่องรายการได้ หรือ 890 บาท/เดือน ขยับเป็นแพ็กเกจ 108 ช่อง เมื่อมีบริการเพิ่มแต่จ่ายเท่าเดิม ทำให้ลูกค้าไม่ย้ายไปไหน"

          ปัจจุบันบริการ "ไอพีทีวี" ใช้บริการได้ร่วมกับไฮสปีดอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการทุกราย แบ่งเป็น 4 แพ็กเกจ คือ "ฟรีชอยซ์" 87 ช่องรายการ รวมช่องความคมชัดสูง 7 ช่อง ไม่มีค่าใช้จ่าย, "ชอยซ์ เอส" มี 108 ช่องรายการ รวมช่องเอชดี 17 ช่อง จ่ายรายเดือน 290 บาท, "ชอยซ์ เอ็ม" มี 124 ช่องรายการ รวมช่องเอชดี 22 ช่อง จ่ายรายเดือน 580 บาท และ "ชอยซ์ แอล" มี 147 ช่องรายการ ช่องเอชดี 36 ช่อง จ่ายรายเดือน 1,300 บาท

          ปัจุจุบัน "ทีโอที ไอพีทีวี" มีผู้ใช้บริการ 1.5-2 แสนไอดี เกือบทั้งหมดใช้ฟรีร่วมกับไฮสปีดอินเทอร์เน็ต ดังนั้นรายได้ที่มาจากส่วนนี้จึงไม่มากเพราะมีหน้าที่เพียงดึงลูกค้าไฮสปีดอินเทอร์เน็ตไม่ให้ย้ายค่าย แต่ในปีนี้ หลังเปิดให้ลงทะเบียนใช้บนแอปพลิเคชั่น คาดว่าจะมีผู้ใช้งานเพิ่มถึง 5 แสนไอดี