"กสทฯ"ลุยหย่าศึกข้อพิพาทเอกชน

ดันผลงาน8เดือนทำรายได้แตะ 27,105 ล้านบาท
          กรุงเทพธุรกิจ  "กสทฯ"โชว์ผลงาน 8 เดือนแรกปี 63 รายได้แตะ 27,105 ล้านบาท กำไรสุทธิพุ่ง 3,876ล้านบาท หลังรับรู้กำไรพิเศษยุติข้อพิพาทกับกลุ่มทรูฯ ระบุช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจอันเกิดจากความไม่แน่นอนในผลของคำพิพากษาของศาล ซึ่งเป็นผลดีอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนแรกปี 2563 (ม.ค.-ส.ค.) บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 27,105 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 23,229 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,876 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไรพิเศษจากการยุติข้อพิพาทกับ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยจากการระงับข้อพิพาท สุทธิแล้วกสทฯ ต้องจ่ายให้ทรูประมาณ 106 ล้านบาท แต่มีการกลับรายการ ทำให้เกิดเป็นกำไรพิเศษจากการยุติข้อพิพาทกับ ทรูดังกล่าว ดังนั้นเมื่อรวมกำไร 8 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทจึงมีกำไรสุทธิดังกล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทรูได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อ วันที่ 21 ส.ค.2563 ที่ผ่านมา ทรูเข้าทำสัญญา ระงับข้อพิพาทกับกสทฯเพื่อระงับข้อพิพาท ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง  โดยกสทฯชำระเงินให้กลุ่มบริษัททั้งสิ้น 1,961.99 ล้านบาท และกลุ่มบริษัท ชำระเงิน ให้กสทฯเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,855.88 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันกสทฯและกลุ่มบริษัท ดำเนินการถอนคำฟ้อง คำร้อง และคำอุทธรณ์หรือแถลงไม่คัดค้าน (แล้วแต่กรณี) ต่อศาลปกครอง เพื่อให้มีผลทางกฎหมายเป็นการระงับข้อพิพาท รวมถึงตกลงที่จะไม่รื้อร้องฟ้องคดี หรือเสนอข้อพิพาทในเรื่องที่ตกลงระงับข้อพิพาทอีก ซึ่งการระงับข้อพิพาทตามสัญญาในครั้งนี้เป็นการช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจอันเกิดจากความไม่แน่นอนในผลของคำพิพากษาของศาล ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัทและกสทฯอย่างมีนัยสำคัญ
          สำหรับการระงับข้อพิพาทที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง มีอาทิ 1.กรณีที่ กสทฯเรียกร้องให้ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด (ทรูมูฟ) ชำระค่าธรรมเนียมเลขหมาย โทรคมนาคม เป็นจำนวนเงินประมาณ 113.58 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมเลขหมาย โทรคมนาคมพิเศษสี่หลักเลขหมาย 1331 เป็นจำนวนเงินประมาณ 3.96 ล้านบาท
          2.กรณีที่ กสทฯเรียกร้องให้ ทรูมูฟ นำหนังสือค้ำประกันผลประโยชน์ตอบแทน ขั้นต่ำ มาวางค้ำประกันการดำเนินงานสำหรับปีที่ 14 ถึงปีที่ 17 รวมเป็นวงเงิน 2,785 ล้านบาท ซึ่ง ทรูมูฟ ได้เรียกร้องแย้งให้ กสทฯ คืนหนังสือค้ำประกันผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ ของปีดำเนินการที่ 11 ถึงปีที่ 13 และเรียกร้องค่าเสียหายจากกสทฯเป็นจำนวนเงินประมาณ 56.19 ล้านบาท
          3.กรณีที่กสทฯ เรียกร้องให้ ทรูมูฟ ชำระ ค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้ครบถ้วน จากการ หักค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (อินเตอร์คอนเน็คชั่น ชาร์จ หรือ ไอซี) จากรายได้ก่อนคำนวณผลประโยชน์ตอบแทนให้กสทฯในปีดำเนินการที่ 10 ถึงปีที่ 17 เป็นจำนวนเงิน ประมาณ 18,555.95 ล้านบาท
          4.กรณีที่กสทฯเรียกร้องให้ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด (ฮัทชิสัน ซีเอที) ชำระค่าบริการที่ กสท ไม่สามารถ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม เลขหมายโทรคมนาคม เงินประกันรายได้ขั้นต่ำเพิ่มเติม และเงินค่าภาษีสรรพสามิต ที่กสทฯได้ชำระไปพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามสัญญาทำการตลาดบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า Digital AMPS 800 Band A เป็นจำนวนเงินประมาณ 1,445 ล้านบาท ทั้งนี้ ฮัทชิสัน ซีเอที ได้เรียกร้องแย้งเพื่อเรียกค่าเสียหายภายใต้สัญญาทำการตลาดบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า Digital AMPS 800 Band A เป็นจำนวนเงินประมาณ 2,544.72 ล้านบาท
          และ 5.กรณีที่กสทฯ ได้ยื่นฟ้อง ฮัทชิสัน ซีเอที บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด (บีเอฟเคที) และธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง โดยกสทฯ เรียกค่าเสียหายที่ ฮัทชิสัน ซีเอที จะต้องรับผิด เป็นจำนวนเงินประมาณ 1,277.79 ล้านบาท และในส่วนที่ ฮัทชิสัน ซีเอที และ บีเอฟเคที ต้องร่วมรับผิด เป็นจำนวนเงินประมาณ 298.40 ล้านบาท