“VCOM”ฮอตกองทุนรุมทึ้ง ไอทีมาแรง-เซอร์วิสโตสนั่น

ทันหุ้น-สู้โควิด - VCOM เนื้อหอมกองทุนต่อคิวขอข้อมูลเพียบ ชี้เทรนด์ธุรกิจไอทีมาแรง ยันไม่มีนโยบายขายหุ้นในมือ หากกองทุนต้องการแนะเก็บบนกระดาน แย้มผลงาน Q3/63 มาตามนัด เซอร์วิสหนุนฐานแกร่ง จ่อรับรู้รายได้ Mintel เข้าไตรมาส 4/63 ปักธงรายได้ปีนี้แตะ 2,052 ล้านบาท
          นางทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ VCOM เปิดเผยว่า กองทุนสนใจเข้าฟังข้อมูลธุรกิจของ VCOM อย่างต่อเนื่องเพราะเทรนด์ธุรกิจไอทีกำลังมาแรง และบริษัทเป็น 1 ในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี
          ทั้งนี้รูปแบบการลงทุน คาดกองทุนต้องการเข้ามาถือหุ้นในบริษัท แต่ทางผู้บริหารไม่มีนโยบายขายหุ้นในมือ หากกองทุนต้องการเข้าลงทุน คงจะต้องซื้อหุ้นตามราคาบนกระดาน นอกจากกองทุนแล้วยังมีนักวิเคราะห์จากหลายหลักทรัพย์เข้ามารับฟังข้อมูล เพื่อดูทิศทางธุรกิจและการเติบโตของบริษัทอีกด้วย
          ฮอตกองทุนรุม
          "กองทุนสนใจเข้ามารับฟังข้อมูลเราตลอด คาดว่าคงอยากจะลงทุน หรือเข้าถือหุ้นของ VCOM เพราะตอนนี้ธุรกิจไอทีกำลังมาแรง ซึ่งเราเป็น 1 ในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับระบบไอที ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จริงๆ มีบริษัทไม่เยอะที่อยู่ในกลุ่มไอที และเราเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนจะลงทุนเท่าไร คงบอกไม่ได้ เพราะผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารไม่มีนโยบายขายหุ้น ไม่เพิ่มทุน หากกองทุนอยากถือคงต้องไปซื้อหุ้นบนกระดาน ส่วนกองทุนจะซื้อเท่าไร ต้องรอปิดสมุด ถึงจะทราบรายละเอียด" นางทรงศรีกล่าว
          ขณะที่ทิศทางผลประกอบการไตรมาส 3/2563 บริษัทคาดจะเป็นไปตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันคาดงานโครงการใหญ่หลักร้อยล้านบาท จำนวน 2 โครงการถูกเลื่อนไปรับรู้ในไตรมาส 4/2563 เนื่องจากสินค้ามาถึงช้ากว่ากำหนด ซึ่งบริษัทมองภาพความต้องการใช้เทคโนโลยี ระบบซีเคียวริตี้จากหน่วยงานรัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทยื่นเอกสารเพื่อประมูลงานใหม่มากกว่าปกติ มูลค่าอยู่ที่ราว 500 ล้านบาท จากเดิมงานประมูลอยู่ที่ระดับ 300-400 ล้านบาท คาดจะชัดเจนในครึ่งหลังปี 2563
          ทั้งนี้งานประมูลมีสัดส่วนจากภาคราชการ 50% และภาคเอกชน 50% สำหรับการเข้าประมูลงาน และรับงานใหม่ บริษัทจะคำนึงถึงการทำงาน และส่งมอบงานให้ทันภายในปีนี้หรืออาจจะมีข้ามไปปีหน้าบ้างเล็กน้อย
          รายได้มาตามนัด
          อย่างไรก็ตามบริษัทมั่นใจรายได้ปีนี้ จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2,052 ล้านบาท โดยบริษัทจะไม่เน้นการขยายตัวของรายได้มากนัก แต่จะเน้นการทำมาร์จิ้นให้ปรับตัวสูงขึ้น สำหรับไตรมาส 2/2563 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 42.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 12.07 หรือคิดเป็นการเติบโต 39.30% และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 6.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนอยู่ที่ 5.78% และมีรายได้รวมไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 652.43 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 531.43 ล้านบาท อนึ่ง 6 เดือนแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 1,281.33 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 69.30 ล้านบาท ส่วนปี 2562 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 1,781.83 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 66.78 ล้านบาท
          นางทรงศรี กล่าวต่อว่า ธุรกิจบริการปัจจุบันยังเติบโตได้ค่อนข้างดีทั้งจาก บริษัท วีเซิร์ฟพลัส จำกัด และ I-SECURE ขณะเดียวกันบริษัทคาดจะรับรู้ผลประกอบการของ บริษัท เอ็ม อินเทลลิเจนซ์ จำกัด (Mintel) เข้ามาในไตรมาส 4/2563 แต่อาจจะไม่ส่งผลต่อผลประกอบการรวมมากนัก แต่ในปีหน้า หรือปี 2564 คาดจะรับรู้ผลประกอบการเข้ามาเต็มปี และจะสนับสนุนให้มาร์จิ้นเติบโตอย่างเด่นชัด
          ธุรกิจบริษัทย่อย
          อนึ่ง ธุรกิจบริการของบริษัทประกอบไปด้วย บริษัท วีเซิร์ฟพลัส จำกัด ประกอบธุรกิจบริการ เช่น การต่ออายุสัญญาบริการ (Installed-Base Renewal Services) บริการงานเฉพาะทางที่ต้องใช้ความชำนาญจากผู้เชี่ยวชาญ (Professional Services) บริการงานศูนย์บริการ (Nationwide Services and Project Management)
          และ I-SECURE ประกอบธุรกิจ เฝ้าระวังระบบรักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย หรือบริการ MSSP (Managed Security Service Provider) ซึ่งเป็นบริการ Outsource เกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยทางไอทีให้กับองค์กรต่างๆ