"ดีอีเอส"จ่อประกาศ ทีโออาร์ดิจิทัลพาร์คฯ คาดได้ผู้ชนะสิ้นปี63

“ดีอีเอส” จ่อประกาศทีโออาร์โครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ภายใน 2 เดือนนี้ คาดได้ผู้ชนะเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ภายในสิ้นปีนี้ แย้มหาลูกค้าต่างชาติ 2 บริษัทใหญ่จากสหรัฐฯรอไว้แล้ว หวังเป็นแรงจูงใจดึงผู้สนใจเข้ายื่นซองประมูล
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของเงื่อนไขการลงทุน (ทีโออาร์) เพื่อเชิญชวนบริษัทเข้ามายื่นข้อเสนอประมูลเป็นบริษัทบริหารจัดการพื้นที่โครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ พื้นที่ 700 ไร่ ตั้งอยู่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี คาดจะสามารถประกาศทีโออาร์ได้ภายใน 2 เดือนจากนี้ โดยขณะนี้มีผู้สนใจแล้ว 2 กลุ่มบริษัท คาดจะได้ผู้ชนะในช่วงปลายปี 2563
          ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เดินหน้าเจรจาหาลูกค้าต่างชาติให้กับผู้ชนะการประมูลรอไว้แล้ว โดยเป็นบริษัทจากประเทศสหรัฐอเมริกา 2 บริษัท มูลค่าการลงทุนบริษัทละ 30,000-40,000 ล้านบาท เพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีกลุ่มบริษัทสนใจเข้ามายื่นซองประมูลเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่โครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์
          ขณะเดียวกันในพื้นด้านหน้าของโครงการดังกล่าวยังมีโครงการไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์ งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 30 ไร่ ที่ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ดำเนินการ โดยขณะนี้อาคารแรกพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร งบประมาณ 48 ล้านบาท สำหรับบริษัทที่สนใจเช่าเป็นสาขาได้ดำเนินการสร้างเสร็จสิ้นแล้วและมีสตาร์ตอัพเข้าจองพื้นที่แล้ว ขณะที่ยังคงเหลือบริษัทที่รอการเช่าอีก 10 บริษัท คาดว่าจะมาใช้อาคารที่ 2 พื้นที่ 45,000 ตารางเมตร งบประมาณ 168 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งเปิดพื้นที่ในการทำงานทดลอง ทดสอบทั้งเทคโนโลยี AI และบล็อกเชน
          ส่วนอาคารที่ 3 พื้นที่ 40,000 ตารางเมตร งบประมาณ 1,300 ล้านบาท อยู่ระหว่างการเปิดประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างขณะที่ดีป้าจะเริ่มให้ข้อมูลกับนักลงทุน (โรดโชว์) ให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะการเป็นแล็บในการพัฒนาแอปพลิเคชัน 5G ให้มีสินค้าออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี VR/AR ตลอดจนบริษัทดิจิทัล คอนเทนต์ มาใช้สำนักงานในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องแข่งขันกับประเทศเวียดนาม และมาเลเซีย ในการดึงนักลงทุนต่างชาติให้ได้ ดังนั้นประเทศไทยจะสู้ได้ก็ต้องมีการพัฒนาบุคลากรมารองรับงานดิจิทัล ที่คาดว่าจะมีความต้องการสูงขึ้นด้วย
          ขณะที่อาคารที่ 4 และ 5 จะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2565 ด้วยงบประมาณอาคารละ 800 ล้านบาท พื้นที่อาคารละ 20,000 ตารางเมตร โดยอาคารที่ 4 เป็น Digital Edutainment Centre มีพื้นที่ให้ทดสอบทดลองและจัดกิจกรรม ส่วนอาคารที่ 5 เป็น Digital Go Global Centre เป็นพื้นที่รองรับดิจิทัล สตาร์ตอัพ และเป็นสำนักงานและมีพื้นที่โคเวิร์กกิ้ง สเปซ รวมถึงเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมด้วย