กสทฯลุยเคเบิ้ลใต้น้ำฝ่าวิกฤติศก

เร่งดัน 2 โครงการย่อยภายใต้งบ 5 พันล้าน
          กรุงเทพธุรกิจ กสทฯเดินหน้าโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำเต็มสูบหลังครม.อนุมัติปรับแผนและขยายระยะเวลาโครงการ หลังได้รับ ผลกระทบด้านการดำเนินงาน หวังเป็นศูนย์กลาง การแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของอาเซียน คาดดำเนินการใน 2 กิจกรรมย่อยภายใต้งบประมาณทั้งโครงการ 5,000 ล้านบาท
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด  (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ปรับแผนและ งบประมาณในการดำเนินโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศกิจกรรมที่ 2 การเพิ่ม ประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน ใน 2 กิจกรรมย่อย จากทั้งหมด 3 กิจกรรมย่อย งบประมาณทั้งโครงการ 5,000 ล้านบาท
          สำหรับ 2 กิจกรรมย่อยที่ครม.อนุมัติให้ปรับแผนและงบประมาณ ประกอบด้วย กิจกรรมย่อยที่ 1. การจัดหาอุปกรณ์เพิ่มความจุ โครงข่ายเชื่อมโยงไปยังชายแดน ซึ่งได้รับ ผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง  ระยะที่ 3 ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ทำให้ระบบเคเบิลใต้น้ำระบบเพชรบุรีศรีราชา หรือ Phetchaburi-Sriracha (PS) ไม่สามารถใช้งานได้ตามแผนที่ได้ออกแบบไว้ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงโครงข่ายด้วยการสร้างเส้นทางใหม่รองรับ ใช้งบประมาณเพิ่ม 126 ล้านบาท แต่ยังอยู่ ในงบประมาณของโครงการเนื่องจาก โครงการนี้ใช้งบประมาณไม่ถึงกรอบวงเงินที่กำหนดตั้งแต่แรก คาดว่าจะเสร็จภายใน 3 เดือน
          "แม้ว่าการปรับกรอบวงเงินของกิจกรรมย่อยที่ 1 ในครั้งนี้จะทำให้วงเงินเพิ่ม แต่เนื่องจากกิจกรรมย่อยที่ 2 ที่ได้ดำเนินการ เสร็จสิ้นแล้ว ใช้งบประมาณต่ำกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ จึงทำให้วงเงินของโครงการในภาพรวมยังคงอยู่ภายใต้กรอบวงเงินจำนวน 5,000 ล้านบาท ที่ครม.อนุมัติไว้" พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า
          เขา กล่าวว่า และกิจกรรมย่อยที่ 3 การร่วมก่อสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำ ADC เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิการใช้งานวงจร  200 Gbpsมีการลงนามในข้อตกลง Asia Direct Cable ( ADC) ซึ่งเงื่อนไขการดำเนินงานภายหลังลงนามจะดำเนินการ ก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 32 เดือน และ กสท โทรคมนาคม จำเป็นต้องมีระยะเวลา ในการตรวจรับอีกประมาณ 2 เดือน ทำให้จำเป็นต้องขยายระยะเวลาโครงการ ถึงปีงบประมาณ 2565
          พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า โครงการ เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน ข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน ดำเนินการ ตามมติครม.เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2559 งบประมาณ 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 กิจกรรมย่อย ได้แก่ กิจกรรมย่อยที่ 1 งบประมาณ 2,000 ล้านบาท ในการขยายความจุโครงข่ายภายในประเทศเชื่อมโยงไปยังชายแดน เพื่อเชื่อมต่อ ประเทศกัมพูชา ลาว และ เมียนมา รวมความจุ ที่ขยายเพิ่ม 2300 Gbps
          กิจกรรมย่อยที่ 2 งบประมาณ 1,000 ล้านบาท ในการขยายความจุระบบโครงข่าย เคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศที่มีอยู่ในเส้นทาง สิงคโปร์ จีน (ฮ่องกง) และสหรัฐ จำนวน 3 ระบบ คือ AAG, APG, FLAG โดยรวมความจุที่ขยายเพิ่ม 1,770 Gbps
          และกิจกรรมย่อยที่ 3 การลงทุนก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศระบบใหม่ เพื่อเชื่อมโยงประเทศในเอเซียแปซิฟิก ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไทย จีน เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ งบประมาณ 2,000 ล้านบาท