MCOTรับเงินเยียวยาค่าคลื่น2600 งวดแรก 146.32 ล้าน แบ่ง "เพลย์เวิร์ค"73.16 ล้าน

บอร์ด MCOT ไฟเขียวรับเงินเยียวยาคืนคลื่น 2600 MHz  งวดแรก 146.32 ล้านบาท ส่งให้เพลย์เวิร์ค 73.16 ล้านบาท ภายใน 15 วัน ตามคำสั่งกสทช. ชี้รับเงินเยียวยาเพื่อประทังความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคำสั่งทางปกครองเท่านั้น แต่ไม่ได้ยินยอมรับเงื่อนไขเยียวยาทั้งหมด ยันปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นฟ้องศาลปกครอง ฟากสหภาพฯ ขอให้บอร์ดทบทวนมติ
          นายกิตติพงษ์ ขันติรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) หรือ MCOT เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ครั้งที่ 12/2563 เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2563 ได้พิจารณาเรื่องการจ่ายเงินตามมูลค่าของการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน2500 -2690 MHz งวดที่ 1 ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีหนังสือแจ้งมายังบริษัทเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2563
          ทั้งนี้ เห็นว่าคณะกรรมการ กสทช. เป็นผู้มีอำนาจทางปกครองในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม และได้ใช้อำนาจทางปกครองในการสั่งจ่ายเงินและแจ้งให้บริษัท ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ตามประกาศฯ ไปรับเงินงวดที่ 1 ซึ่งถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่บริษัทต้องปฏิบัติตามจึงมีมติให้บริษัทดำเนินการตามหนังสือดังกล่าว
          โดยบอร์ดอนุมัติให้บริษัทรับเงินตามมูลค่าของการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่น ความถี่ย่าน2500-2690 MHz งวดที่ 1 จำนวน 146.32 ล้านบาท และงวดต่อๆ ไปจนครบจำนวนตามมติ กสทช.ในการประชุมครั้งที่10/2563 วันที่ 10 มิ.ย. 2563
          สำหรับรายละเอียดการจ่ายเงินตามมูลค่าของการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนในการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่สอดคล้องกับงวดการชำระค่าคลื่นความถี่จากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz แบ่งเป็น งวดที่ 1 (ปี 2563) จำนวน 146.32 ล้านบาท งวดที่ 2-7 (ปี 2568-2573) จำนวน 514.91 ล้านบาท/ปี รวม 3,235.83 ล้านบาท
          นอกจากนี้ อนุมัติให้นำส่งเงินชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด เป็นสัดส่วนจำนวนเท่าๆ กัน ภายใน 15 วันนับจากวันที่บริษัทได้รับเงินดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง ของสำนักงานกสทช.โดยในงวดที่ 1 เป็นจำนวน 73.16 ล้านบาท และงวดต่อๆ ไป จนครบจำนวนตามมติ กสทช.ในการประชุมครั้งที่10/2563 วันที่ 10 มิ.ย. 2563 โดยเบิกจ่ายเงินจากบัญชีบริษัท
          อย่างไรก็ตาม การรับเงินชดใช้หรือค่าตอบแทนนั้น ไม่ได้หมายความว่า บริษัทจะยินยอมรับเงื่อนไขในการชดใช้เยียวยาทั้งหมดแต่ประการใด หากแต่เป็นการรับเพื่อประทังความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคำสั่งทางปกครองดังกล่าวเพียงเท่านั้น
          “เพื่อความชัดเจนว่าบริษัทยอมรับเงินดังกล่าวเพื่อประทังความเสียหายที่เกิดขึ้นตามที่บริษัทได้มีหนังสืออุทธรณ์ต่อมติ กสทช.เป็นลายลักษณ์อักษรแสดงการสงวนสิทธิในการฟ้องคดีปกครองเพื่อให้ทบทวนมติ กสทช.ต่อจำนวนเงินชดใช้เยียวยาดังกล่าวแล้ว และจะดำเนินการฟ้องคดีปกครองต่อศาลปกครองให้สอดคล้องกับข้ออุทธรณ์ของบริษัทต่อมติ กสทช.โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นจำนวนเงินชดใช้หรือค่าตอบแทน งวดการจ่ายเงิน และกระบวนการพิจารณาของ กสทช.ให้เป็นไปตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง” นายกิตติพงษ์ กล่าว
          ก่อนหน้านี้ บริษัทได้เคยรายงานสารสนเทศเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่ออุทธรณ์มติของ กสทช.และอยู่ระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดี กสทช.ต่อศาลปกครอง ภายใน 90 วัน (ภายใน 15 ก.ย. 2563) เพื่อให้บริษัทได้รับประโยชน์สูงสุดไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2563 นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง
          ทั้งนี้ หนังสือที่ สำนักงาน กสทช.แจ้งมายังบริษัทเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา ระบุว่า ให้บริษัทติดต่อขอรับเงินจำนวน 146.32 ล้านบาท และขอให้บริษัทปฏิบัติตามประกาศ ของ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ข้อ 14“ ในการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้นจากผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ กสทช.จะพิจารณากำหนดวิธีการและเงื่อนไขการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วยเป็นรายกรณี
          กสทช.อาจกำหนดเงื่อนไขในการชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยพิจารณารวมกับของผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่มีหน้าที่นำส่งเงินชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนตามจำนวน เงินที่ กสทช.กำหนด รวมทั้งดอกผลของเงินดังกล่าว ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่ผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ได้รับเงินชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนจากสำนักงาน กสทช.ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง กสทช.จะเลือกใช้มากกว่าหนึ่งวิธีก็ได้”
          และมติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 10/2563 วันที่ 10 มิ.ย.2563 กล่าวคือ บริษัทมีหน้าที่นำส่งเงิน ชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ บริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด ตามหนังสือบริษัท ที่ นร 6100/1250 ลงวันที่ 4 มิ.ย.2563 ภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่บริษัทได้รับเงินชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนจาก สานักงาน กสทช.
          ด้านสหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจ MCOT ออกแถลงการณ์กรณีส่วนแบ่งเอกชน ความเร่งรีบที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายของ MCOT ผู้ถือหุ้น กระทรวงการคลัง และประเทศชาติ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2563 ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคณะกรรมการที่เข้ามาใหม่ ได้ออกมติที่จะให้แบ่งเงินชดเชยคลื่น 2600 MHz ในงวดแรก ให้เอกชนคู่สัญญา ครึ่งหนึ่งนั้น สหภาพแรงงานฯ เห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่เร่งรีบ และอาจอยู่บนข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วน เพราะเรื่องดังกล่าวต่อเนื่องมามากกว่า 10 ปี การที่คณะกรรมการ ซึ่งเพิ่งเข้ามา ด่วนมีมติจึงอาจเกิดความเสียหายได้
          โดยเฉพาะประเด็นแบ่งเท่าๆ กัน ตามหนังสือ ลงวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ของนายเขมทัตต์ พลเดช ที่หน่วยงานต่างๆ กำลังตรวจสอบว่า มีข้อกฎหมายใดรองรับ และถูกต้องหรือไม่ รวมถึงคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี ผ่านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นก็ยังไม่ได้สรุปชี้ขาดเช่นกัน
          สหภาพแรงงานฯ ย้ำว่า กระบวนการแบ่งเงินเยียวยา ซึ่งเป็นเงินแผ่นดินให้เอกชนควรดำเนินการด้วยความรอบคอบ จึงขอให้คณะกรรมการบริษัททบทวนมติ และขอให้ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม รวมถึง ฯ พณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยมีบัญชาให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ได้กรุณาลงมาตรวจสอบเป็นการด่วน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เนื่องจาก MCOT เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ และอยู่ภายใต้กำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยตรง