รูปแบบการเงินใหม่"DeFi""เน้นหัวใจคือการกระจายศูนย์"

ผู้จัดการรายวัน360 - ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ในโลกดิจิทัล ไม่ต้องพึ่งตัวกลาง "สถาบันการเงิน" เพราะเป็นระบบที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง ตามโปรแกรมเขียนไว้หรือ Smart Contract ธุรกรรมต่างๆ จะทำงานภายใต้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) หลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมสูง แถมการดำเนินการรวดเร็วมาก
          งาน "CHULA CRYPTO TALK" สัมมนาความรู้เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งเน้นที่การให้ความรู้ ความเข้าใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ซึ่งนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ที่ร่วมแสดงถึงมุมมองที่แตกต่างกันออกไป
          โดยระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Finance) หรือ DeFi ซึ่งระบบ "DeFi" เป็นระบบการเงินรูปแบบใหม่ในโลกดิจิทัลที่ไม่ต้องพึ่งตัวกลางที่เป็นสถาบันการเงิน แต่ใช้ระบบการกระจายศูนย์ ที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง ตามโปรแกรมที่ถูกเขียนไว้ หรือที่เรียกว่า Smart Contract ธุรกรรมต่างๆ จะทำงานภายใต้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบกันเองได้ อีกทั้งไม่เสี่ยงต่อการปลอมแปลงและทำซ้ำ เนื่องจากข้อมูลที่ ถูกเชื่อมต่อกันเป็นระบบ ซึ่งจะแก้ปัญหาเรื่องความรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืม การแลกเปลี่ยน การชำระเงิน เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบของสินทรัพย์ให้กลายเป็นดิจิทัล และด้วยความที่เป็นดิจิทัลจึงทำให้การหมุนเวียน (เปลี่ยนมือ) มีความรวดเร็วกว่าระบบเดิมเป็นอย่างมาก
          ขณะที่ปัจจุบันมีสถาบันการเงินในรูปแบบใหม่เกิดขึ้น อย่าง  "KULAP" ถือเป็นสถาบันการเงินในประเทศไทยแห่งแรกในรูปแบบของ "DeFi" ซึ่งเป็นระบบทางการเงินแบบเปิดที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
          นายพลากร ยอดชมญาณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาโตชิ จำกัด ให้ความคิดเห็นว่า โลกกำลังอยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำความเข้าใจและเตรียมรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเท่าทัน การมาของเทคโนโลยีบล็อกเชน การมาของบิตคอยน์ รวมถึงการจัดตั้งสถาบัน การเงินแบบกระจายศูนย์ ทุกอย่างล้วนเกิด จากความเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เพราะ ฉะนั้นจึงต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อตามให้ทันนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึง การลงทุนทุกอย่างต้องศึกษาให้มาก สิ่งที่รู้ ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติม เพราะอนาคตการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินได้มาถึงแล้ว
          นายณัฐกิตติ์ ขุนดำ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Growth Director บริษัทฯ Startup ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันจำลองการเทรดคริปโต กล่าวว่า "การใช้ชีวิตแบบ New Normal เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้คนเราได้เห็นข้อจำกัดของระบบทางการเงินในปัจจุบัน ไม่ว่า จะเป็นการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร หรือการโอนเงินข้ามประเทศ และ "DeFi" จะเข้ามาแก้ข้อจำกัดตรงนั้น สิ่งที่เราทุกคนทำได้คือ การทำความเข้าใจระบบการเงิน (Fiat) ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน ยิ่งเราศึกษาระบบการเงินเดิมให้เข้าใจมากเท่าไร เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมเราจำเป็นต้องพึ่งพาระบบใหม่ที่กำลังเข้ามา และแน่นอนว่า "DeFi" กำลังจะพบกับบททดสอบครั้งใหญ่ว่าจะสามารถไปต่อได้หรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าตัว Core Concept ค่อนข้างแข็งแรงพอ"
          นายธีระพงษ์ ศรีสุพรรณ, Dash Thailand Ambassador กล่าวว่า "ประโยชน์ ของสินทรัพย์ดิจิทัลยังมีมากกว่าที่เราคิด นอกจากการทำกำไรจากการเทรดในตลาดเสมือนหลักทรัพย์อื่นๆ แล้ว สินทรัพย์ดิจิทัล ยังมีประโยชน์และค่อนข้างแพร่หลายในการใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการโอนเงินข้ามประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูง และด้วยความเร็วในการโอน จึงประหยัดเวลาในการดำเนินการค่อนข้างมาก"
          ดังที่เห็นได้จากองค์กรหรือสถาบันทางการเงินต่างๆ เริ่มให้ความสนใจกับ "DeFi" หรือแม้แต่ร้านค้าขนาดเล็กที่เริ่มรับสินทรัพย์ ดิจิทัลแทนการชำระเงินสดที่เพิ่มจำนวนมาก ขึ้นเรื่อยๆ เป็นคำตอบได้ว่าเรื่องของสินทรัพย์ ดิจิทัลจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป.