GULFจ่อซื้อINTUCHเพิ่มย้ำต้องการแค่เงินปันผล

 ทันหุ้น - สู้โควิด - GULF มีโอกาสซื้อ INTUCH เพิ่ม หลังบอร์ดมีมติให้ลงทุนได้ไม่เกิน 10% โบรกชี้อาจต้องใช้เงินอีก 3.56 พัน ล้านบาท ประเมินยังไม่ถึงขั้นมีอำนาจเข้าบริหาร เชื่อแค่บริหารเงินลงทุนเท่านั้น แต่ยอมรับส่งผลดี INTUCH ช่วงเทมาเส็กอยากออก ดันราคาหุ้น INTUCH ได้
          นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์  กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัท ลงทุนในหุ้นสามัญในบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือ INTUCH ได้ไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ INTUCH โดยการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดย ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2563 บริษัทถือหุ้น INTUCH เป็นจำนวน 256.29 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 7.99%
          สำหรับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการลงทุนนั้น INTUCH ประกอบธุรกิจในการถือหุ้นในบริษัทอื่น หรือโฮลดิ้ง คอมปานี มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดให้แก่บริษัท เนื่องจากเป็นการลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานประเภทโทรคมนาคมของประเทศไทย และธุรกิจดังกล่าวยังคงมีศักยภาพการเติบโตที่สูง โดยบริษัทมั่นใจว่าการลงทุนดังกล่าวจะสามารถสร้างผลตอบแทนในรูปเงินปันผลให้แก่บริษัท ได้อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องในระยะยาว
          ด้านบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อหุ้น INTUCH จากกรณีที่ GULF มีมติถือหุ้น INTUCH ไม่เกิน 10% จากปัจจุบันถือหุ้น 7.99% เพราะคาดว่าจะช่วยชดเชยปัจจัยลบจากการที่เทมาเส็ก (ในนาม HSBC) ที่ทยอยลดสัดส่วนการลงทุน INTUCH มาตลอดได้ โดยปัจจุบันเทมาเส็ก ถือหุ้นใน INTUCH เหลือราว 5.2%
          ฝ่ายวิจัยประเมินปัจจัยที่มีผู้สนใจลงทุนในหุ้น INTUCH จะมีส่วนช่วยทำให้ผลต่าง (Discount) ระหว่างราคาตลาดของ INTUCH กับมูลค่า NAV ที่ถืออยู่ใน ADVANC และ THCOM ลดลงจากปัจจุบันที่ 21%
          ต้องใช้เงิน 3.56 พันล.
          หากอิงจากสัดส่วนสูงสุดที่ GULF จะถือ INTUCH ที่ 10% คาดจำนวนหุ้น INTUCH ที่ GULF จะเก็บเพิ่มอีกมากสุด 64.5 ล้านหุ้น (คิดเป็นเงิน 3.56 พันล้านบาท) ซึ่งจะเทียบเท่าปริมาณการซื้อขาย INTUCH ได้ราว 4 วันทำการ อย่างไรก็ตามการเข้ามาถือหุ้นของ GULF เพิ่มยังไม่มีผลต่ออำนาจการบริหาร INTUCH และ ADVANC เพราะที่ผ่านมา GULF ยังไม่มีที่นั่งกรรมการใน INTUCH เพราะต้องการถือเพื่อลงทุนเท่านั้น ทั้งนี้ สิงเทล (SINGTEL) ยังไม่มีที่นั่งกรรมการใน INTUCH เพราะต้องการถือเพื่อลงทุนเท่านั้น ทั้งนี้สิงเทล ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับแรกที่ 21% ของทุนชำระแล้วของ INTUCH และ 23% ของทุนชำระแล้วของ ADVANC ตามลำดับ
          นอกจากนี้ฝ่ายวิจัย เชื่อว่าการเข้าลงทุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหวังส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผลกับต้นทุนทางการเงินของ GULF (Yield Gap) เป็นหลัก ดังนั้นประเด็นดังกล่าวไม่มีผลต่อปัจจัยพื้นฐานของ INTUCH โดยคาดรายได้ธุรกิจมือถือจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ หลังรัฐทยอยคลายล็อกดาวน์ และ AIS เปิดตัว 5G มากขึ้น
          คงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2563 ของ INTUCH ที่ 1.13 หมื่นล้านบาท โตเล็กน้อย 2% จากปีก่อน เพราะไม่มีการตั้งสำรองธุรกิจดาวเทียมเหมือนในไตรมาส 4/2562 จึงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น INTUCH ให้ราคาเป้าหมายของปี 2564 ที่ 66 บาทต่อหุ้น
          บรรยายใต้ภาพ
          ยุพาพิน วังวิวัฒน์