"SMT"ออเดอร์ยาวถึงปีหน้าไตรมาส2กำไรกระฉูด378%

ทันหุ้น-สู้โควิด - SMT อวดผลงานไตรมาส 2/2563 กำไรกระฉูด 378% อยู่ที่ 37.07 ล้านบาท มีรายได้ 492.59 ล้านบาท จากทุกธุรกิจฟื้นตัว เน้นสินค้ามาร์จิ้นสูง และการปรับกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้ารายใหม่เสริมพอร์ต แย้มทิศทางครึ่งปีหลังสัญญาณดี ลูกค้าสั่งออเดอร์ยาวถึงต้นปี 2564 ขณะที่ได้อานิสงส์ดีมานด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์กลุ่ม 5G และ IoT รวมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมและการแพทย์หนุน ยำเป้ารายได้ปีนี้ โต 13% ตามแผน
          นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ส่งสัญญาณรายได้ เติบโตดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา จากการปรับกลยุทธ์หาลูกค้ารายใหม่เข้ามาเสริมพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจุบันบริษัทได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากลูกค้าทั้ง IC Packaging & Wafer Dicing, Optics, Advanced Packaging และ Box Build & PCBA แล้วเกือบทั้งหมด และมีออเดอร์ยาวไปจนถึงไตรมาส 1/2564
          Q2/63 กำไรโต 378%
          ทั้งนี้ บริษัทได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินงาน ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งการปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงงานเพื่อรองรับการผลิตโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกในกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม (Telecom) โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Hi Speed) มีแนวโน้มเติบโตอย่างมากจากการให้บริการ 5G และ Internet of Things (IoT) รวมทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมและการแพทย์ เชื่อว่าจะสนับสนุนรายได้ปีนี้โต 13% ตามแผน และสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไม่น้อยกว่า 20%
          สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 37.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 378% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 7.76 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 492.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.93 ล้านบาท โดยรายได้จากทุกหน่วยธุรกิจฟื้นตัวจากต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรายได้สินค้าประเภท Optics ที่มาร์จิ้นสูง ทั้งนี้บริษัทได้รับผล กระทบของยอดขายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่ำ เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น และภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
          ขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดใหม่ๆ
          นายวิรัตน์ ผูกไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SMT กล่าวว่า ผลประกอบการออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยกำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2563 มีจำนวน 110.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.68 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 38.32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากยอดขาย Product Mix ในผลิตภัณฑ์ซึ่งให้อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานลดลง จากการบริหารต้นทุนภายในให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับยอดการผลิต ส่งผลให้ยอดค่าใช้จ่ายรวมลดลง
          "กลยุทธ์ธุรกิจปีนี้เราขยายตลาดไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อมุ่งเน้นให้ธุรกิจในระยะยาวเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น รวมถึงการ สร้างศักยภาพภายในองค์กรเพื่อการขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ๆ" นายวิรัตน์ กล่าว

          บรรยายใต้ภาพ
          พร้อมพงศ์ ไชยกุล