RATCHผนึกกำลังALT บุกโครงข่ายสายใยแก้วฯ

“ราช กรุ๊ป” ผนึก ALT ปั้น “สมาร์ท อินฟราเนท” หรือ SIC รุกตลาดโครงข่ายสายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ รองรับสังคมดิจิทัล การพัฒนาเมืองและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หนุนสร้างรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/63 เป็นต้นไป ย้ำ RATCH มุ่งเพิ่มสัดส่วนลงทุนในธุรกิจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ถึง 20% ภายในปี 66
          นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2563 บริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด (SIC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร่วมกับบริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT ในสัดส่วน 51% และ 49% ตามลำดับนั้น ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 549 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่ 54.90 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท คิดเป็นสัดส่วนของบริษัทราว 27.99 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นเงิน 279.99 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการเพิ่มทุนแล้วเสร็จจะทำให้ SIC มีทุนจดทะเบียนรวม 550 ล้านบาท
          สำหรับวัตถุประสงค์หลัก เพื่อนำเงินไปซื้อโครงข่ายสายใยแก้วนำแสงจำนวน 2 โครงการ จาก ALT ได้แก่ โครงข่ายใยแก้วนำแสงตามแนวทางรถไฟและทางหลวง และโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินผ่านท่อใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) บนถนน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน-ประดิพัทธ์ และถนนพญาไท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 530.87 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยเงินส่วนที่เหลือจากการซื้อทรัพย์สินดังกล่าวจะใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของ SIC ต่อไป
          ขณะที่ ล่าสุด SIC ได้บรรลุเงื่อนไขข้อตกลงในสัญญาโอนทรัพย์สิน รวมถึงสามารถดำเนินการตามภาระหน้าที่และเงื่อนไขบังคับก่อนของคู่สัญญาแล้วเสร็จสมบูรณ์ รวมทั้งได้ชำระราคาและรับโอนทรัพย์สินแล้วเสร็จ
          ทั้งนี้ SIC จัดตั้งขึ้นเพื่อการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องภายในประเทศ โดยการรับโอนโครงการดังกล่าว จะส่งผลดีต่อการดำเนินกิจการของ SIC ในการขยายฐานลูกค้าโครงการ จากเดิมที่อ้างอิงจำกัดอยู่กับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปสู่กิจการไฟฟ้า รวมถึงสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงินให้มีความพร้อมต่อการขยายธุรกิจในอนาคตต่อไป
          โดยหนึ่งในเป้าหมายหลักตามแผนธุรกิจของบริษัท มุ่งมั่นเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในปี 2566 ให้ถึง 20% ของการลงทุนรวม ปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของประเทศ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้า ทางหลวงระหว่างเมือง น้ำประปา อินเทอร์เน็ตออฟติงส์ และโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง
          สำหรับ SIC ซึ่ง RATCH ถือหุ้น 51% นั้น จะเป็นแกนหลักในการสร้างฐานธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคม ผ่านการให้บริการโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นสำหรับภาคธุรกิจในการปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีแบบฉับพลัน และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ รวมทั้งเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงสุดให้กับผู้บริโภค
          โดยในส่วนของสินทรัพย์ที่ SIC รับโอนมาจาก ALT มูลค่ารวม 530 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงข่ายสายใยแก้วนำแสงตามแนวทางรถไฟและทางหลวงแผ่นดิน ที่มีคลื่นสัญญาณครอบคลุมระยะทางรวม 5,062 กิโลเมตร ทั่วประเทศ และโครงข่ายสายใยแก้วนำแสงและท่อร้อยสายสื่อสารผ่านท่อใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวงบนถนน 3 เส้นทางหลัก คือ ถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน-ประดิพัทธ์ และถนนพญาไท จะเป็นฐานสำคัญที่จะสร้างรายได้นับจากไตรมาส 4/2563 เป็นต้นไป และขยายฐานลูกค้าไปยังผู้ประกอบกิจการไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในอนาคต นอกเหนือจากลูกค้าผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน
          “ในมุมมองของบริษัทโครงข่ายสายใยแก้วนำแสงจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงภาคไฟฟ้าและพลังงาน ที่กำลังพัฒนาไปสู่ยุคที่ผู้บริโภคสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้เอง หรือ Prosumer การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีกำกับ ตรวจสอบ และควบคุมระบบการผลิตไฟฟ้า การส่งไฟฟ้า และการจำหน่ายไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังช่วยลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้า ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าลดลง เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า” นายกิจจา กล่าว
          นายกิจจา กล่าวว่า บริษัทมั่นใจ SIC จะเป็นหุ้นส่วนธุรกิจที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจใช้บริการโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง จากการที่มีคลื่นสัญญาณกว้างขวางครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวและขยายโอกาสทางธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มที่
          นางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ ALT และในฐานะกรรมการผู้จัดการ SIC กล่าวว่า การจับมือกับ RATCH เป็นพันธมิตรจัดตั้ง SIC สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการสร้างโอกาสทางธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับ SIC จะดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง โดยมีเป้าหมายขยายกลุ่มลูกค้าไปสู่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ซึ่ง RATCH เป็นผู้นำและเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ที่จะช่วยให้โอกาสและศักยภาพการแข่งขันของ SIC แข็งแกร่งขึ้น
          “SIC เป็นการผนึกกำลังของ ALT และ RATCH ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านสื่อสารโทรคมนาคมไม่เพียงรองรับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่จะขยายขอบเขตไปยังลูกค้าธุรกิจพลังงานไฟฟ้า เพราะการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าในอนาคตมีแนวโน้มจะใช้โครงข่ายสายใยแก้วนำแสงเป็นโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ตลอดจนการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะทั้งด้านการผลิตและการใช้กระแสไฟฟ้า และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่วิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีการสื่อสารมากขึ้น อุปกรณ์เครื่องใช้เน้นการเชื่อมต่อสื่อสารผ่านระบบไร้สาย หรืออินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things-IOT) เป็นธุรกิจแนวใหม่ที่ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Economy Sharing) ลดการลงทุนซ้ำซ้อนตามนโยบายส่งเสริมของภาครัฐ และส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนลดลงในภาพรวมอีกด้วย” นางปรีญาภรณ์ กล่าว
          ทั้งนี้ SIC ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2562 โดยมี RATCH และ ALT เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และ 49% ตามลำดับ หลังการโอนทรัพย์สิน SIC มีทุนจดทะเบียนรวม 550 ล้านบาท บริษัทดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าโครงการสายใยแก้วนำแสง ซึ่งมีโครงข่ายบนเส้นทางคมนาคมหลัก ในเขตศูนย์กลางย่านธุรกิจ และบริเวณเส้นทางหลักรอบกรุงเทพฯ รวมทั้งโครงข่ายบนเสาโทรเลข ตามเส้นทางรถไฟ ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศ สำนักงานของบริษัทตั้งอยู่ที่อาคาร RATCH Group ถนนงามวงศ์วาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี