"ดีป้า"หนุนโซลูชั่นบริหารจัดการรายได้

กรุงเทพธุรกิจวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลบริหารจัดการการผลิต พร้อมสร้างรายได้ในยุคประเทศไทย 4.0 ยันช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ที่ได้มาตรฐาน ขณะที่ชุมชนจะเป็น ผู้เลือกใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมกับบริบทด้วยตนเอง
          นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้าเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ดีป้า ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคสังคม ชุมชน และท้องถิ่น ทั่วประเทศ ผ่านการเลือกใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้ประกอบการด้านดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานฯ โดยในปี 2563 ดีป้า ตั้งเป้าที่จะส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนในชนบทประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจำนวน 193 ชุมชน
          โดยล่าสุด ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน ครั้งที่ 7/2563 มีมติเห็นชอบ ซึ่งโครงการที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในชนบท (depa Digital Transformation Funds for Community) ในพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ ลำปาง และน่าน จำนวน 9 โครงการ อาทิ 1. โครงการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเกษตรในรูปแบบโรงเพาะเห็ดอัจฉริยะ โดยวิสาหกิจ ชุมชนกลุ่มเพาะเห็ดเศรษฐกิจบ้านป่าเปา จ.เชียงใหม่
          2. โครงการระบบให้น้ำอัจฉริยะและพลังงานทดแทนเพื่อโรงเรือนเพาะเห็ด โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเห็ดปลอดสาร  ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง 3. โครงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยไอโอทีสำหรับไร่มะนาว โดยวิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกมะนาวบ้านยอด อ.สองแคว จ.น่าน และ 4. โครงการโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์วิสาหกิจเกษตรธรรมชาติลีซู โดยวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติลีซู อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่
          "ดีป้า มีหน้าที่หลักในการส่งเสริม และสนับสนุนให้ชุมชนต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่ได้มาตรฐาน ซึ่งชุมชนจะเป็น ผู้เลือกใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองจากรายการเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนมาตรฐาน หรือได้รับการรับรองโดยสำนักงานฯ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ตรวจสอบ และวิเคราะห์การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสมก่อนนำไปใช้ประโยชน์ อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ยุคประเทศไทย 4.0"
          พร้อมกันนี้มีการประเมินว่า โครงการขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในชนบท ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม คณะอนุกรรมการฯ ในครั้งนี้จะช่วยให้ชุมชนต่างๆ เพิ่มขีดความสามารถด้วยการบริหารจัดการ กระบวนการผลิต ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอีกทั้งส่งผลให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจราว 2 ล้านบาท