INET รายได้นิวไฮทะลุ2พันล. กินรวบลูกค้าใหม่100ราย

 มิติหุ้น ผู้สื่อข่าว "มิติหุ้น" รายงานว่า บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย หรือ INET ทำธุรกิจให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีแบบครบวงจร เช่นบริการ Cloud Solutions, เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและบริการ Co-Location โดย "นักวิเคราะห์หลักทรัพย์" เปิดเผยว่า ปี 62 คาดรายได้รวมมีโอกาสสร้างรายได้ทำนิวไฮทะลุ 2 พันล้านบาท เพราะในช่วง Covid-19 ทำให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน เช่น การ Work from home ,หันมาใช้ระบบ Cloud Solutions และอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยคาดว่าความต้องการจะเร่งตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ล่าสุดลูกค้ารายใหม่เข้ามาเจรจาเพื่อเข้าใช้บริการกว่า 100 ราย ปัจจุบันราคาหุ้นยังต่ำบุ๊กแวลูที่ 3.80 บาท แนะนำ "ซื้อ"
          ลูกค้าเรียงคิวใช้บริการ
          ด้าน "แหล่งข่าววงการอุตสหกรรม" เปิดเผยว่า แนวโน้มผลงานช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตโดดเด่น จากช่วงครึ่งปีแรก เพราะวิกฤต Covid-19 ทำให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้บริการ Cloud Solutions และ อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ล่าสุดเริ่มเห็นลูกค้ารายใหม่ๆเข้ามาใช้บริการ INET มากขึ้น จากปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 3,000 ราย
          ส่วนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ บริษัทจะเน้นการให้บริการ Cloud Solutions ในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ที่ต้องการใช้ไอทีเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน เช่น กลุ่มสถาบันการเงิน กลุ่มค้าปลีก กลุ่ม SMEs เป็นต้น, เน้นการสร้าง Platform ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ ลดค่าใช้จ่ายการดูแล IT เอง เช่น collaboration services, Data Analytic, IoT และ เพิ่มบริการให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้ามากขึ้น
          ลุยเปิด INET - IDC เฟสใหม่
          สำหรับศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล ไอเน็ต (INET-IDC)ของบริษัทมี 3 แห่ง คือ 1. อาคารบางกอกไทย ทาวเวอร์ (INET-IDC1) เต็ม 100%, 2.อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ (INET-IDC2) เต็ม100% ส่วน 3.แก่งคอย สระบุรี (INET-IDC3) แบ่งเป็น 5 เฟส โดยเฟส 1 เกือบเต็ม 100% แล้ว และเตรียมจะขึ้นเฟส 2ต่อไป เพื่อรองรับความต้องการที่จะเพิ่มขึ้น โดยทั้งปี 63 คาดรายได้รวมจะอยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท
          ล่าสุด อนุมัติให้จัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อินเทอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์ (IDCREIT) และอนุมัติให้บริษัทเข้าทำธุรกรรมกับกองทรัสต์ โดยจะขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์มูลค่าไม่เกิน 4.8 พันล้านบาท ขณะที่บริษัทจะเข้าซื้อหน่วยทรัสต์ไม่เกิน 50% ของจำนวนหน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายทั้งหมดในครั้งแรก มูลค่าไม่เกิน 2.4 พันล้านบาท