DTACบุกหนักครึ่งปีหลัง! เสิร์ฟเน็ตไฮสปีดให้ลูกค้า

 DTAC กางแผนงานครึ่งปีหลัง ลุยลงทุนขยายโครงข่าย เสิร์ฟเน็ตไฮสปีดให้ลูกค้า ขณะที่ยันไม่ทิ้งการลงทุน 5G แต่ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป รอความพร้อมอีโคซิสเต็มส์ คาดเปิดทดสอบบริการ 5G บนคลื่น 26 GHz กับกลุ่มอุตสาหกรรม ใน EEC ช่วงไตรมาส 3/63
          นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 บริษัทเดินหน้าลงทุนด้านโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยขยายบริการคลื่น 2300 MHz ที่เป็นพันธมิตรกับบริษัท ทีโอที จำกัด โดยตั้งเป้าหมายภายในสิ้นปี 2563 เพิ่มสถานีฐานบนเครือข่าย 4G-TDD เป็น 20,000 สถานีฐาน จากสิ้นไตรมาส 2/2563 มีอยู่ 18,000 สถานีฐาน โดยวางเงินลงทุนในปี 2563 ไว้ที่ 8,000-10,000 ล้านบาท
          ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าบริษัทจะอัพเกรดคลื่น 2300 MHz เพื่อให้บริการ 5G นั้น คงต้องไปสอบถามกับทาง TOT ว่าจะดำเนินการเช่นนั้นหรือไม่ เนื่องจากคลื่นดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ TOT
          นอกจากนี้ บริษัทยังเร่งขยาย Massive MIMO ในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่นทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีกว่าเดิม 3 เท่า เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (เน็ตไฮสปีด) บนมือถือ และเน็ตบ้านแบบใหม่ (dtac@home)
          ขณะเดียวกันบริษัทมุ่งยกระดับประสบการณ์การใช้งานดิจิทัล ผ่านการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งจับมือกับพันธมิตรธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอบริการบนดีแทคแอป รวมไปถึงเสนอแพ็กเกจราคาย่อมเยา ทั้งรูปแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
          ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ การใช้งานดาต้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉลี่ยในแต่ละเดือนเติบโตขึ้นกว่า 44% (ม.ค.-มิ.ย.) และปริมาณการใช้งานดาต้าในพื้นที่ภูมิภาคเติบโตสูงกว่ากรุงเทพฯ 5 เท่า รวมทั้งมีการใช้งานช่องทางดิจิทัลมากขึ้น
          ขณะที่การลงทุน 5G บริษัทจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป รอดูความพร้อมของอีโคซิสเต็มส์ โดยเดินหน้าติดตั้งสถานีฐาน 5G คลื่น 26 GHz ในพื้นที่ที่กำหนดเปิดให้บริการ ซึ่งเริ่มติดตั้งในไตรมาส 2/2563 คาดว่าเปิดบริการในรูปแบบทดสอบการใช้งาน (use case) สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม ในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้ในไตรมาส 3/2563 อาทิ กล้องตรวจการณ์อัจฉริยะ และบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงประจำที่ (Fixed Wireless Access) รวมไปถึงมีแผนติดตั้งคลื่น 700 MHz เพื่อเพิ่มการครอบคลุมของสัญญาณในภูมิภาคสำคัญ
          “ไม่ใช่เราไม่ลงทุน 5G หรือไม่มีความสำคัญกับเรา เรายังอยู่ในเกม 5G แต่ค่อยๆ พัฒนา ไม่ใช่ต้องเร่งรีบ เราจะดูความพร้อมของอีโคซิสเต็มส์ ในขณะนี้เราโฟกัสในสิ่งที่ลูกค้าต้องการตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป หลังเกิดโควิด-19 ซึ่งเชื่อว่าแนวทางที่เราเดินมาถูกต้องแล้ว เน็ตไฮสปีด ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้” นายชารัด กล่าว
          *TOT-CATร่วมให้บริการเน็ต
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการควบรวมกิจการระหว่าง TOT และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ขณะนี้ทั้ง 2 หน่วยงาน ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมในขั้นตอนต่างๆ ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ โดยได้พิจารณาแนวทางการใช้ศักยภาพของทั้ง 2 หน่วยงานที่มีอยู่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงาน ได้จัดทำโครงการนำร่องให้บริการอินเทอร์เน็ตร่วมกันใน 2 รูปแบบ ได้แก่ โซลูชันอินเทอร์เน็ตประสิทธิภาพสูงสำหรับธุรกิจ และบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าทั่วไป โดยเริ่มให้บริการพร้อมกันตั้งแต่เดือน ก.ค. 2563
          สำหรับการให้บริการโซลูชันอินเทอร์เน็ตประสิทธิภาพสูงสำหรับธุรกิจ ทั้ง 2 หน่วยงาน ให้บริการนำร่องในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จ.ระยอง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะเป็นผู้ให้บริการเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตอันดับ 1 ของประเทศ ด้วยการรับประกันคุณภาพการให้บริการ การันตีไม่มีล่ม’ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงาน จะสร้างความแข็งแรงของเครือข่ายอย่างเต็มที่ด้วยการเพิ่มเส้นทางสำรอง (Dual Homing) และเพิ่มทางออกเกตเวย์ (Duplex Gateway) เพื่อให้รองรับแบนด์วิดธ์ในการเชื่อมต่อออกต่างประเทศสูงสุด 100% พร้อมมีแพ็กเกจให้เลือกรูปแบบการเชื่อมต่อและระดับความเร็วที่เหมาะสมแก่การใช้งาน
          ส่วนการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับผู้ใช้บริการทั่วไปใน จ.ราชบุรี นั้น CAT และ TOT ได้ร่วมกันให้บริการ ติดตั้งวงจร ดูแลระบบบริหารจัดการ รวมทั้งการแก้ไขเหตุขัดข้อง ซึ่งสามารถให้บริการประชาชนได้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้น จากทรัพยากรเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นของทั้ง 2 องค์กร โดยขณะนี้ได้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในแคมเปญ “เน็ตอยู่บ้าน” ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยความเร็ว 100/50 Mbps ฟรีค่าใช้บริการ 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดให้บริการ ได้ติดตั้งให้บริการแล้วกว่า 25,000 วงจร
          “นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทั้งสองหน่วยงานร่วมกันให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแก่ลูกค้าทั้งกลุ่มประชาชนทั่วไปและองค์กรโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาร่วมกันให้บริการ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายสำคัญในการควบรวมทั้ง 2 องค์กร คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและลดการลงทุนซ้ำซ้อน” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
          ด้าน พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT กล่าวว่า การควบรวมกิจการระหว่าง 2 หน่วยงาน มีความชัดเจนมากขึ้นจากการทำงานร่วมกันในด้านต่างๆ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2563 เห็นชอบในหลักการควบรวมกิจการ CAT และ TOT
          “การนำร่องให้บริการร่วมกันนอกจากจะเป็นเพิ่มมูลค่าบริการให้กับลูกค้าแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการร่วมมือกันของสองหน่วยงาน และความจริงใจที่จะพัฒนาบริการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการควบรวมกิจการฯ ไปสู่การเป็น NT” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          นายมรกต เธียรมนตรี รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ TOT กล่าวว่า ผลดีของการควบรวมฯ จะทำให้เกิดการเดินหน้าของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้ว
          “การเปิดโครงการนำร่องการให้บริการร่วมกันในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการพัฒนาบริการและระบบสื่อสัญญาณที่มีความครอบคลุม รวมทั้งมีทีมงานดูแลลูกค้า ติดตั้งและซ่อมบำรุงที่มีคุณภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เชื่อว่าเมื่อควบรวมทั้ง 2 องค์กรแล้ว NT จะเป็นกลไกของรัฐที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศและประชาชนสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเข็มแข็ง” นายมรกต กล่าว