บอร์ดดีอีเคาะ"ทีโอที"ทำท่อร้อยสาย

ส่งข้อเสนอแนะให้กทม.ต้องยึดพ.ร.บ.ร่วมทุน
          กรุงเทพธุรกิจ ทีโอทียิ้มรับโครงการท่อร้อยสายหลังบอร์ดดีอีเคาะความเห็น ตามป.ป.ช.ให้มอบหมายดีอีเอส-กสทช. -ทีโอทีและ กสทฯทำงานร่วมกัน พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างรับควบรวม เคาะตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการให้เหมาะสม หวังเพิ่มประสิทธิภาพก่อนเป็นเอ็นที คาดมีผลบังคับใช้ 1 ต.ค.นี้
          นายมรกต เธียรมนตรี รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอกรณีศึกษาโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ใน พื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อป้องกัน การทุจริต โดยระบุว่ากรุงเทพฯมอบหมายให้กรุงเทพธนาคม คิดราคาค่าเช่าแต่ไม่สามารถลดค่าเช่าได้ และต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ใช้เงินจากกองทุนวิจัยพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือยูโซ่
          ล่าสุด คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) แสดงให้เห็นว่า กรุงเทพธนาคมไม่มี ความสามารถในการบริหารต้นทุนการก่อสร้าง ขณะที่ทีโอที สามารถลดราคาได้ ดังนั้น กสทช.ควรมอบหมายให้รัฐวิสาหกิจดำเนินการ
          ทั้งนี้ ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะ 3 ข้อ คือ 1.ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำนักงาน กสทช. ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เป็นผู้ร่วมดำเนินการในการนำสายสื่อสารลงใต้ดินทั้งในส่วนของการกำหนดแผนยุทธศาสตร์การก่อสร้าง และการบริหารจัดการท่อร้อยสายสื่อสารให้เป็นแนวทางเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน  โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ เสถียรภาพของโครงข่ายสื่อสาร ความมั่นคงของประเทศ และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทั้งนี้ ให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ มีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการดำเนินการ
          2.ให้กรุงเทพธนาคม เป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อให้สามารถตรวจสอบ การดำเนินงานได้ กรณีข้างต้น ให้รวมถึงบริษัทหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือหุ้นเกิน 5% 3.พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องของขั้นตอนการขออนุญาตดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 โดย กสทช. กับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ควรพิจารณา ร่วมกันเพื่อให้อนุญาตการใช้สิทธิแห่งทางและอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง
          ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหาและความเสียหายต่อประโยชน์ของรัฐ อันเกิดจากการที่ผู้ประกอบการได้รับอนุญาตใช้สิทธิแห่งทางแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ก่อสร้าง จึงไม่สามารถดำเนินการได้แม้ว่ามีการลงนามในสัญญาว่าจ้างก่อสร้างแล้วก็ตาม
          เขา ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของทีโอที ปัจจุบันมีความพร้อมในการควบรวมกิจการกับบมจ.กสท โทรคมนาคม เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ เอ็นที ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับขึ้นเพื่อให้ สามารถประกาศใช้โครงสร้างใหม่ได้ ภายใน 1 ต.ค. 2563 เพื่อให้ขนาดของโครงสร้างองค์กรเหมาะสมกับโครงสร้างองค์กรของกสทฯที่มีตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ จำนวน 9 คน
          ขณะที่ ปัจจุบันทีโอทีมีรองกรรมการ ผู้จัดการ จำนวน 14 คน คาดว่าจะมีการ ยุบเหลือประมาณ 8-9 คน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทีโอที มีการปรับโครงสร้างองค์กรอย่าง ต่อเนื่องเพื่อรองรับกับปริมาณงานที่ เกิดขึ้น
          เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทีโอที มีพนักงาน 24,000 คน มี 39 ฝ่าย แต่ปัจจุบันมีพนักงาน 12,000 คน กลับมี 83 ฝ่าย มีรองกรรมการ ผู้จัดการ 14 คน ดังนั้นจะลดลงเหลือประมาณ 60 ฝ่ายเพื่อให้องค์กระชับ
          ทีโอทีมีความพร้อมควบรวมกิจการกับกสท โทรคมนาคมขณะนี้อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับขึ้น
          มรกต เธียรมนตรี