เทคโนโลยีช่วยปลดล็อกการศึกษา ปรับ"Tech"เป็น"Teacher"พัฒนาเด็ก

 ชุลีพร อร่ามเนตร         
          qualitylife4444@gmail.com
          เพราะการเรียนรู้ในโลกออนไลน์กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเด็กรุ่นใหม่ ยิ่งมีการ แพร่ระบาดของโควิด-19 การเรียนการสอนในชั้นเรียน โรงเรียนต้องเปลี่ยนแปลงไป จากเดิม ทิศทางการศึกษาไทยจึงเป็นยุค แห่งการเข้ามาของเทคโนโลยี "STARTDEE EDUCATION FORUM 2020" จึงจัดเวทีหาคำตอบ "เมื่อโฉมหน้าห้องเรียนหลังเปิดเทอมเปลี่ยนไป ออกแบบการศึกษาอย่างไร ให้เด็กไทยเรียนรู้ ได้อย่างไร้รอยต่อ"ขณะนี้เทคโนโลยีได้ เข้ามาช่วยส่งเสริมการศึกษาของไทย ดังนั้น การออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็กไทยเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการเรียนออนไลน์ของผู้เรียน
          กรุงเทพธุรกิจ   พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้ง StartDee แอพพลิเคชั่นด้านการศึกษา กล่าวว่า การออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับ การเรียนรู้ของเด็กไทยเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการเรียนออนไลน์ของผู้เรียน ที่ต้องคำนึงถึง 3 ด้าน คือ 1.จูงใจ เพราะถือเป็น จุดเริ่มต้นในการดึงดูดผู้เรียนให้อยากเข้ามาเรียน ในแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยการเรียนรู้ต้องเป็นเรื่องสนุก ต้องมีการสอดแทรกเกม กิจกรรมต่างๆ ซึ่งจากการศึกษาผ่านฟีเจอร์ Startdee Worldที่มีเกมเข้ามาในการเรียนรู้ พบว่า ผู้เรียนมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น 72% เด็กตั้งใจเรียนมากขึ้นแม้จะไม่มีครูคอยกำกับการเรียนการสอน
          2.จดจ่อ ต้องออกแบบบทเรียนที่ดึงความสนใจให้เรียนจนจบได้จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการรับชมวีดิโอกว่า 3,000 รายการของ Startdee พบว่าคลิปที่มีความยาวประมาณ 2-3 นาที มีอัตราการชมคลิปจน จบสูงถึง 70-80% ในขณะที่คลิป ซึ่งมี ความยาวเกิน 6 นาที จะมีจำนวนคนชมคลิปจนจบน้อยลงเรื่อยๆ และหากคลิปวีดิโอ มีความยาวเกิน 10 นาที จะเหลือผู้เรียน ที่รับชมคลิปจนจบเพียง 50% เท่านั้น แสดง ให้เห็นว่าเนื้อหาที่จะช่วยให้ผู้เรียนจดจ่อได้ ต้องไม่ยาวจนเกินไป และ 3. จดจำ การออกแบบ ออนไลน์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องเข้าใจ และจดจำได้ง่าย อาจใช้วิธี Story-telling เริ่มต้นคลิปด้วยบทบาทสมมติที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ พร้อมแอนิเมชัน และ real-time pop-up text ที่จะช่วยให้ การเรียนลื่นไหลและจดจำง่าย
          "บทบาทของเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาทดแทนครู แต่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพของครูและโรงเรียนให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเด็กและการศึกษาไทย ซึ่งการเรียนออนไลน์ที่ดีสำหรับเด็กไทยนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ โดยต้องไม่บังคับให้เรียน อย่ามองว่าการเรียนออนไลน์สามารถทดแทนการเรียนในชั้นเรียนได้ทั้งหมด และการเรียนออนไลน์ที่ดี ไม่ใช่การคัดลอกในห้องเรียนมาไว้ในแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ต้องเป็นการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็ก" พริษฐ์ กล่าว
          สิ่งที่เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยการ ศึกษาไทยได้ นั้นคือ การเข้าถึงเนื้อหาการสอน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเนื้อหาด้านวิชาการเท่านั้น แต่เป็นเนื้อหาด้านทักษะวิชาชีพร่วมด้วย รวมถึงเทคโนโลยีจะช่วยสร้างประสบการณ์การเรียน ซึ่งต้องนำเสนอเป็นคลิปสั้นๆ กระชับและมีเกมให้เด็กได้เข้ามาเรียนรู้ จะมีการแลกเปลี่ยนโน้ตกับเพื่อนเรียน ตั้งกระทู้ถามตอบ ช่วยวางแผนตารางการเรียน และทบทวนการสอบ
          นอกจากนั้นเทคโนโลยีสามารถเข้ามาเป็น ตัวช่วยครูในห้องเรียน โดยจะเป็นทางเลือก ที่เพิ่มประสิทธิภาพการสอนให้กับครู เป็น การแลกเปลี่ยน วิเคราะห์ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ ระหว่างครูกับเด็กมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เป็นการนำ เทคโนโลยีมาแทนที่ครู และเทคโนโลยีจะช่วยให้ การเรียนรู้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคนได้ เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดต้องเหมาะสมกับ แต่ละบุคคล เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีศักยภาพ ความถนัดไม่เท่ากัน
          บทเรียนของการจัดการศึกษาในช่วงโควิด-19 คือ ความไม่พร้อมทั้งในส่วนของอุปกรณ์ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของเด็ก และครูไม่พร้อมจะสอนออนไลน์ หรือ สอนการศึกษาทางไกล และการที่กระทรวงศึกษาธิการเลื่อนเปิดเทอมทันที ทำให้เด็กหลายคน ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร
          ทัฬหวิชญ์ ฐิติรัตน์สกุล นักวิชาการด้านปฏิรูปการศึกษาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) กล่าวว่า การจะทำให้การเรียนการสอนของไทยให้มีคุณภาพ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมาตั้งเป้าร่วมกันใหม่ ว่าอยากให้เด็กไทยเป็นอย่างไร ควรมีทักษะอะไร และควรมีการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม โดยต้องเลือกเครื่องมือที่จะนำใช้ อีกทั้งควรจะมีการยืดหยุ่นให้แก่โรงเรียน อย่าใช้มาตรการเดียวกันหมดกับทุกโรงเรียน เพราะทุกโรงเรียนมีความพร้อม ศักยภาพที่แตกต่างกัน ต้องให้โรงเรียนอิสระในการจะหาวิธีจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละแห่ง
          การออกแบบการศึกษาให้เด็กไทย แน่นอนว่าเปลี่ยนไปจากเดิม ต้องมีการผสมผสานระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ และ 5 ส่วนสำคัญ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเทคโนโลยีทางการศึกษา ภาคบุคลากรทางการศึกษาหรือครู และภาคสื่อการเรียนรู้ หรือตัวแทนผู้ปกครองต้องเข้ามามีส่วนร่วม
          ขณะนี้เปิดเทอมมาแล้ว 2 วัน ทำให้เห็นได้ว่าการจัดการเรียนการสอนเปลี่ยนไป จากเดิม เช่น ไม่มีการจัดกิจกรรมกลุ่มหรือคู่ การสลับเด็ก แบ่งกลุ่มเด็กมาเรียน ทำให้เด็กรู้สึกว่าเรียนมากขึ้น และครูหลายคนไม่ถนัดการสอนทางไกล หรือออนไลน์ ร่มเกล้า ช้างน้อย ครูคณิตศาสตร์ โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม กล่าวว่าตอนนี้โรงเรียนมีการออกแบบการเรียนการสอน โดยผสมผสานทั้งการเรียนออนไลน์และออฟไลน์ร่วมกัน ภายใต้รูปแบบที่เกิดจากความคิดเห็นร่วมกัน ของครูทุกคน เช่น ครูทำ QR Sheet เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนที่มี QR code ไปสู่คลิปบทเรียน กำกับในเนื้อหาแต่ละเรื่อง ออกแบบให้สอดคล้องกับ ผู้เรียน มีระดับความยากง่าย ไล่เรียง แตกต่างกันไปให้เด็กได้เลือก เป็นต้น
          ทั้งนี้ เมธวิน ปิติพรวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง BASE Playhouse มองว่า การออกแบบ
          การเรียนการสอนออนไลน์สามารถส่งต่อชุดทักษะ ความคิด ความรู้ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เด็กเป็นคนเก่งได้ แต่ต้องมีการจัดการเรียนการสอนที่ต้องคำนึงถึงความรู้ และทักษะหรือความสามารถอื่นๆ เพื่อสร้างทักษะให้แก่เด็กยุคใหม่เก่งได้ โดยใช้สัดส่วนออนไลน์มาช่วยอย่างเหมาะสม และต้องไม่ทำลายความสนุกและการฝึกฝนผ่านการลงมือทำ
          ขณะเดียวกัน การเรียนออนไลน์ ต้องอาศัยบทบาทของพ่อแม่ผู้ปกครองร่วมด้วย กัญญาภัค บุญแก้ว ผู้อำนวยการฝ่าย การศึกษา บริษัทนานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า พ่อแม่ผู้ปกครองจะมีบทบาทอย่างมากในการ ส่งเสริมการเรียนออนไลน์ของเด็ก เพราะตอนนี้ ถึงเวลาที่ต้องรับตัวให้เท่าทันการเรียนการสอน ในรูปแบบใหม่ๆ และเทคโนโลยีก็มีส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตของเด็กทุกคน ฉะนั้น การส่งเสริม ให้การเรียนรู้ของเด็กทั้งด้านวิชาการและทักษะชีวิต รวมถึงการรู้จักตนเองนั้น พ่อแม่ ต้องเปิดใจและยอมรับพฤติกรรมการเข้าถึง ข้อมูลบนโลกออนไลน์ของลูก
          เมื่อเกิดโควิด-19 การเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไป มีการเรียนออนไลน์ เข้ามาเสริม ที่จะทำให้เด็กอยู่ที่ไหนก็เรียนได้ หน้าที่ของพ่อแม่ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกับโรงเรียนช่วยสอน ให้คำแนะนำแก่ลูก โดยเลือกเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
          หลังโควิดการศึกษาต้องเปลี่ยนเปิดสาขาใหม่-โรงเรียนนิวนอร์มอล
          กรุงเทพธุรกิจ   จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนในทุกมิติ โดยมิติหนึ่งที่ สำคัญมากคือ ด้านการศึกษา ซึ่งเป็นภาวะความปกติใหม่ของประเทศไทย ที่ต้องเผชิญ หลังจากสถานศึกษากลับมาเปิดการเรียนการสอน ก็จะมีมาตรการการป้องกัน ผสมผสานการเรียนทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ส่งผลให้เกิด สตาร์ทอัพด้านการเรียนการสอนขึ้น จำนวนมาก มหาวิทยาลัยมีการเปิด หลักสูตรพัฒนาทักษะสำหรับกลุ่ม อาชีพมากขึ้น ในขณะที่นักเรียนและ นักศึกษาเริ่มหันไปสนใจการเรียนสาขาใหม่ ๆ ต้องเร่งปรับหลักสูตร นักศึกษาทั้งที่เรียนอยู่และจบใหม่ จะมีบทบาทเข้าไปช่วยพัฒนาชุมชน มากขึ้น เกิดเป็น local startup และ social enterpriseจำนวนมาก
          กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่ามาตรการฟื้นฟู เป้าหมาย สำคัญ คือ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการศึกษาและการเรียนรู้ของสถาบันการศึกษาให้ก้าวเข้าสู่ความเป็น "new normal schools" สามารถจัดการศึกษาและการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพคนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งจะทำให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้เรียน ทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้ในภาวะวิกฤติ
          "การแข่งขันการระหว่างมหาวิทยาลัยมีสูงขึ้น เกิดการลดขนาดและแบ่งตลาดกัน อย่างชัดเจน หลักสูตรมีการผสมผสานระหว่างการเรียนออนไลน์และออฟไลน์ สถานศึกษาบางแห่งที่ไม่สามารถตอบโจทย์ ตลาดใหม่ได้ต้องปิดตัวลง การเรียนการสอนเน้นไปที่การพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากขึ้น" กิติพงค์ กล่าว
          ประเด็นที่สำคัญเพื่อรองรับการฟื้นฟู และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในด้านการศึกษา คือ การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย มาตรการที่จำเป็นสำหรับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย คือ สถานศึกษา มีการพัฒนานวัตกรรมและระบบบริหารจัดการ อาคารสถานที่ การจัดการเรียนกลุ่มเล็ก ในสถานศึกษา เพื่อทำให้ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาสามารถ รักษาระยะห่างทางสังคม และลดความเสี่ยง ต่อการแพร่ระบาดของโรคในสถานศึกษา, มีการพัฒนาและใช้โครงสร้างพื้นฐาน ทางกายภาพที่จำเป็นต่อการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคในสถานศึกษา
          การพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อรองรับการเรียนผ่านสื่อผสมผสานเพื่อการเรียนออนไลน์และออฟไลน์มีการยกระดับทักษะและความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัลครู บุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน และพัฒนาสื่อการสอน เพื่อทดแทนหรือเสริมการเรียนในระบบปกติได้ รวมถึงเพื่อให้บุคลากรสนับสนุนมีทักษะด้านดิจิทัลเพียงพอต่อการสนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษาของสถานศึกษา, การพัฒนาทักษะการสอนและเนื้อหาการสอนที่เหมาะสมกับการเรียนผ่านระบบดิจิทัล และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน รวมถึงให้ความรู้ด้าน health education กับครูและบุคลากรทาง การศึกษา
          ในส่วนของนักเรียนและผู้ปกครอง หากมีความจำเป็นต้องเรียนจากที่บ้าน ก็ต้องมีความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อ จะได้เข้าใจถึงการใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนทางไกล เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตสมาร์ทโฟน ซิมการ์ดสำหรับเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่งทางสถานศึกษาควรพิจารณาสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น ต่อการเรียนทางไกลให้แก่ผู้เรียน โดย การอุดหนุนค่าใช้จ่ายเพื่อซื้ออุปกรณ์ หรือจัดหาอุปกรณ์ให้นักเรียนสามารถ ยืมเรียนได้
          นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้เอสเอ็มอี พัฒนานวัตกรรมสำหรับใช้ในสถานศึกษา ที่กลับมาเปิดการเรียนการสอน เช่น นวัตกรรมสำหรับตรวจคัดกรอง การสืบเสาะ และการติดตามผู้ติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในสถานศึกษา นวัตกรรมสื่อการสอนที่ใช้ทดแทนหรือเสริมการเรียนปฏิบัติการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ระยะไกล เช่น การติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในโรงเรียนหรือแหล่งเรียนรู้ชุมชน การพัฒนาแพล็ตฟอร์มกลางที่บรรจุบทเรียนออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่ายและทันสมัย เป็นต้น


          "ต้องให้อิสระโรงเรียนในการหาวิธีจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละแห่ง'
          ทัฬหวิชญ์ ฐิติรัตน์สกุล

          "เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาทดแทนครู แต่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพของครูและโรงเรียน'
          พริษฐ์ วัชรสินธุ


          "กำหนดสัดส่วนออนไลน์ช่วยอย่างเหมาะสม โดยไม่ทำลายความสนุกและการฝึกฝนผ่านการลงมือทำ'
          เมธวิน ปิติพรวิวัฒน์

          บรรยายใต้ภาพ 
          กิติพงค์ พร้อมวงค์