CATคาดปีนี้ขาดทุน500ล้าน เหตุได้รับผลกระทบโควิด-19

“CAT” ปรับลดแผนงานปีนี้ คาดขาดทุนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้ามีกำไร 500 ล้านบาท หลังได้รับผลกระทบโควิด-19 และบันทึกการปรับปรุงหุ้นกู้ด้อยค่าของการบินไทยตามมาตรฐานบัญชี ลุยหาพันธมิตรให้บริการ 5G ชงเข้าบอร์ดปลายก.ค.นี้ แย้มการควบรวมกับ TOT คืบหน้ากว่า 50%
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนการดำเนินงานในปี 2563 โดยคาดจะมีผลขาดทุนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าหมายมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 500 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อให้ความเห็นชอบ
          “บริษัทจะพยายามหารายได้เข้าชดเชยเพื่อไม่ให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น หรือพยายามดันเป็นกำไรให้ได้ โดยครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มจากการให้บริการคลาวด์ 500 ล้านบาท แม้ช่วงครึ่งปีแรกจะมีกำไรอยู่ที่ 521 ล้านบาท แต่โควิด-19 จะส่งผลกระทบในครึ่งปีหลังของปี รวมถึงจะมีการบันทึกการปรับปรุงหุ้นกู้ด้อยค่าของการบินไทยตามมาตรฐานบัญชี” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          ส่วนความคืบหน้าการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G นั้น อยู่ระหว่างคัดเลือกพันธมิตรสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสร้างรายได้เพิ่มเติม 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.การให้ผู้ให้บริการรายอื่นเช่าใช้โครงสร้างพื้นฐานทั้งในส่วนของเสาโทรคมนาคมและไฟเบอร์ (Passive Infrastructure Sharing) โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน
          2.การลงทุนอุปกรณ์ 4G/5G เกิดประสิทธิภาพและประหยัดสูงสุด เช่น การใช้อุปกรณ์ Active Network Element บางส่วนร่วมกัน (Active Infrastructure Sharing) เป็นต้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาโมเดลกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) และ 3.ด้านการตลาด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อหาพันธมิตรเข้ามาช่วยทำการตลาด
          “การหาพันธมิตรทั้ง 3 ด้าน คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้ในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2563 จากนั้นเสนอขออนุมัติงบประมาณจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป และคาดว่าเริ่มวางโครงข่ายและเปิดให้บริการได้ในเดือนเมษายน 2564” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          ทั้งนี้ ตนเองอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบอร์ดในการต่อสัญญาจ้างเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่อีกจนกว่าจะมีการควบรวมกิจการระหว่าง CAT และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT แล้วเสร็จ หรือไม่เกิน 1 ปี จากเดิมที่จะหมดวาระในเดือน ส.ค. 2563 เพื่อเดินหน้าการควบรวมฯ โดยปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้ว 50% ซึ่งพยายามเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2563
          “ความยากของการควบรวมฯ คือเรื่องบุคลากร เนื่องจากพนักงานปัจจุบันมี 3 สภาพการจ้าง ซึ่งต้องมีคนตัดสินใจว่าจะได้ข้อสรุปเป็นอย่างไร ส่วนบอร์ดของ NT ตามกฎหมายจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการจัดตั้งบริษัท อย่างไรก็ตามควรจะมีการจัดตั้งบอร์ดเข้ามาทำงานก่อน โดยเป็นตัวแทนจากทั้ง 2 บริษัท เพื่อให้การควบรวมกิจการดำเนินการได้เร็วขึ้น” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          สำหรับโครงการฝึกอบรมสร้างทักษะด้านดิจิทัล มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ในโครงการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 4 แสนล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ต่อสศช.นั้น ต้องรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะอนุมัติโครงการหรือไม่ โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 1 เดือน ซึ่งหากโครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติจะสามารถเริ่มได้ในเดือน ก.ย. 2563
          ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเปิดอบรมทักษะด้านดิจิทัลให้นักศึกษาที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีไม่เกิน 3 ปี และยังไม่มีงานทำ เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยมีเงินให้ผู้เข้าร่วมโครงการเดือนละ 10,000 บาท ระหว่างอบรมจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัลให้แก่นักศึกษาจบใหม่เหล่านี้ให้สามารถหางานได้ โดยตั้งเป้าหมายคนอบรมเบื้องต้น 50,000 ราย