ยัน"เน็ตประชารัฐ"โปร่งใส "ดีอีเอส"แจงสตง.มีผู้ใช้งานแล้ว8.6ล้านราย

 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ชี้แจงในกรณีที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เผยแพร่ข้อมูล "ผลสอบเน็ตประชารัฐ ไม่คุ้มงบ 13,000 ล้าน แถมเชื่อมต่อยังไม่ได้ ไม่สะท้อนความสำเร็จการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ" ว่า มีข้อเท็จจริง 2 ประเด็นหลักๆ ซึ่งเป็น ข้อมูลความคืบหน้าการต่อยอดใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ
          โดยในประเด็นแรก ที่ระบุว่าโครงการเน็ตประชารัฐไม่คุ้มค่า เนื่องจากยังไม่เปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม เชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิด (Open Access Network) เพื่อให้บริการอินเตอร์เนตความเร็วสูงกับประชาชน หลังจากวาง โครงข่ายแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560
          "เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 กระทรวง ได้พิจารณาเห็นชอบให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจำนวน 6 ราย ที่แสดง ความสนใจเข้าเชื่อมต่อโครงข่าย และ มีผู้ประกอบการ ได้ลงนามในสัญญาแล้ว 4 ราย ได้แก่ บมจ. ทีโอที, หจก. เอส.ที.แอล เสียง (ไทยแลนด์), บริษัท วารินชำราบ จำกัด และ บมจ. กสท โทรคมนาคม ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ และบางรายเริ่มให้บริการแล้ว" นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าว
          สำหรับข้อเท็จจริงในประเด็นที่สอง ซึ่ง สตง. รายงานว่า ผลการตรวจสอบพบว่า กระทรวง ยังไม่สามารถควบคุม ตรวจสอบ และติดตามการเชื่อมต่อโครงข่ายเน็ต ประชารัฐให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้บริการโครงข่ายแบบเปิด ส่งผลกระทบ ให้มีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมบางราย นำโครงข่ายดังกล่าว ไปใช้งานโดยยังไม่ได้ รับอนุญาตนั้น ขณะนี้ กระทรวง ได้มีการ จัดตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิดทั้งหมด และรายงานผลให้ทราบภายใน 60 วัน
          อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าที่ผ่านมาให้ความสำคัญการประสิทธิภาพของระบบควบคุม ตรวจสอบ และติดตามการเชื่อมต่อโครงข่ายเน็ตประชารัฐโดยตลอด เนื่องจากอุปกรณ์โครงการเน็ตประชารัฐมีการติดตั้งอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลทั่วประเทศ กระทรวง จึงได้พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพย์สิน (MDES-SM) เพื่อควบคุมกำกับอุปกรณ์ปลายทางและการใช้งาน เพื่อให้บริการ Wi-Fi เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และได้เพิ่ม ระบบบริหารจัดการโครงข่ายแบบเปิด (MDES-OA) เมื่อปลายปี 2562 ทำให้สามารถตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ สถานะของการใช้และเชื่อมต่ออุปกรณ์ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิดที่ได้รับการอนุมัติ
          นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานเน็ตประชารัฐแล้ว 8,637,497 ราย และจำนวนอุปกรณ์ใช้งานจำนวน 10.1 ล้านเครื่อง มีการใช้งาน โดยเฉลี่ยมากกว่า 20 ล้านครั้งต่อเดือน โดยให้บริการฟรี Wi-Fi หมู่บ้านละ 1 จุด ทั้ง 24,7000 หมู่บ้าน ในความเร็ว 100/50 Mbps และยังได้ต่อขยายจากโครงข่าย เน็ตประชารัฐไปยังโรงเรียน 1,187 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงเรียน ตชด. 36 แห่ง และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสุขศาลาพระราชทาน 484 แห่ง ที่ยังไม่มีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงเข้าถึง ทำให้เกิดความครอบคลุมได้ครบทุกแห่ง ส่งผลให้ประหยัดงบประมาณในการดำเนินการได้มากและสามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น