"ค้าปลีก"หวั่นยอดตกงานพุ่งฉุด"กำลังซื้อ"

กรุงเทพธุรกิจ  พิษโควิดทุบค้าปลีกปีนี้ ติดลบ 3% จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาตกงาน ถาวรพุ่ง หวั่นฉุดกำลังซื้อ-เศรษฐกิจ ซบยาว ลุ้น "ช้อปช่วยชาติ" เสริมทัพ "ไทยเที่ยวไทย"ปลุกจับจ่ายครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการอัดฉีดแคมเปญถี่ยิบ ขณะไอที โทรคม กำลังซื้ออืด แม้ดีมานด์สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ขยับ
          อุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งไทย มูลค่ากว่า 3.5 ล้านล้านบาท ฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเผชิญ ภาวะถดถอยอย่างหนักจากพิษโควิด  กิจการขนาดใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ต้องปิดบริการนานเกือบ 2 เดือน กระทบ "ซัพพลายเชน" ทั้งระบบที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงผู้ผลิต ซัพพลายเออร์เกษตรกร ทั้งเป็นศูนย์รวมแรงงานหลายระดับ ภาพรวมธุรกิจที่อยู่ในภาวะถดถอยมาอย่างต่อเนื่องและ  "ติดลบ" เป็นปีแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
          นายพัฒนา สุธีระกุลชัย ผู้อำนวยการ บริหาร สมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ปัญหาคนตกงานแบบถาวรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ อย่างภาคส่งออก และภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติโควิด ครั้งนี้เช่นกัน มีผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
          "รัฐต้องโฟกัสให้ถูกจุด มีการวางแผนงานที่ชัดเจน แม่นยำ ตัดสินใจรวดเร็ว เด็ดขาด  เร่งให้เกิดการซื้อขาย จับจ่ายภายในประเทศ ดึงกูรูและตั้งทีมเศรษฐกิจพิเศษ เช่นเดียวกับการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ทำหน้าที่บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจโดยเฉพาะ"
          ยกตัวอย่างมาตรการกระตุ้นผ่านโครงการไทยเที่ยวไทย รัฐต้องวางแผน ร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งมาตรการเร่งด่วน ระยะสั้นอาจต้องกระจายวันหยุดทั่ว ทุกเดือน และประกาศล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนได้ เกิดการ เดินทางและใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อยอดด้วยแคมเปญ "ช้อปช่วยชาติ" เป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกิดการจับจ่ายไปพร้อมๆ กับการเดินทาง
          นอกจากนี้  รัฐต้องลงลึกในวางมาตรการเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ผู้บริโภคระดับบน ซึ่งปกตินิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศและยังมีกำลังซื้อ จะดึงดูดให้ใช้จ่ายในประเทศมากขึ้นอย่างไร ขณะที่ ผู้บริโภคระดับกลาง-ล่าง ต้องเน้นความ คุ้มค่า
          อย่างไรก็ดี แม้สถานการณ์โควิดจะคลี่คลายแต่ยังคงมีตัวแปรและปัจจัยเสี่ยงจำนวนไม่น้อยมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และตลาดค้าปลีกไต่ระดับการฟื้นตัว หรือ ซึมยาว เบื้องต้นประเมินว่าภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกปีนี้ "ติดลบ" เป็น ปีแรกในระดับ 3%  ขณะที่ปีก่อนทรงตัว (ไม่มีการเติบโต) จากปีก่อนๆ หน้าที่อยู่ในภาวะขาลงมาโดยตลอด
          ลุ้นช้อปช่วยชาติปลุกใช้จ่าย
          นางณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า การส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยตามมาในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ รวมทั้งส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีก กระตุ้นภาวะเศรษฐกิจหลัง โควิดนี้ พร้อมการเดินหน้าการตลาดเชิงรุก  โดยห้างเซ็นทรัลเปิดตัวแคมเปญเร่ง การตัดสินใจซื้อ "CENTRAL SHOP SHOP IN YOUR AREA" สินค้าปกติลดสูงสุด30% ลด/รับเพิ่มสูงสุด 32% จากเดอะวันและบัตรเครดิตที่ร่วม รายการ แจกคูปองแทนเงินสด และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 20%  ช้อปผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ด รับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 500 บาทเมื่อช้อปตามเงื่อนไข
          นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า หลังรัฐบาลคลายล็อกมาตรการต่างๆ ส่งผลต่อบรรยากาศจับจ่ายดีขึ้น แต่ยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง จำเป็นต้องกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการช้อปช่วยชาติ ซึ่งภาคเอกชนเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญปลุกการบริโภคในประเทศให้คึกคักขึ้นได้
          "น่าจะได้เห็นภาพเศรษฐกิจขยับดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้าย  เวลานี้มู้ดผู้บริโภคดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างกลุ่มคนที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ มีงบในการท่องเที่ยวจะเกิดการเดินทางในประเทศมากขึ้นในช่วงลอง วีคเอนด์ เราหวังว่าจะเกิดการท่องเที่ยววนๆ ไปมา คนกรุงเทพฯ ไปเที่ยวต่างจังหวัด คนต่างจังหวัดมาเที่ยวกรุงเทพฯ จะทำให้ธุรกิจต่างๆ เดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะโรงแรมที่พัก"
          ขณะเดียวกัน เดอะมอลล์รวมพลังพันธมิตรสร้างแคมเปญใหญ่เพื่อดึงดูดลูกค้า ล่าสุดร่วมกับ กลุ่มวันสยาม (สยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรี สยามเซ็นเตอร์) จัดแคมเปญ "กรุงเทพมหานคร Shopping Festival" มหานครออนเซล ระหว่างวันที่ 26 มิ.ย.-2 ส.ค. รวม 38 วัน คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท เป็นแรงส่งในช่วงครึ่งปีหลังปีหลังนี้
          ลดหนักเร่งตัดสินใจซื้อ
          นางสาวปพิตชญา สุวรรณดี กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า หากสถานการณ์โควิด-19 ของไทย ยังคงมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีต่อเนื่อง เชื่อว่าการใช้จ่ายของประชาชนจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกันช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจภายในประเทศ
          "การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ขณะที่ภาคธุรกิจจะเริ่มปรับตัวรับเทรนด์ใหม่ ที่เกิดขึ้นตามมา"
          ครึ่งปีหลังนี้ เมกาบางนาวาง 3 กลยุทธ์หลัก  การปรับเปลี่ยนร้านค้าและบริการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ มีร้านค้าและแบรนด์ใหม่เข้ามามากขึ้นในไตรมาส 3 ล่าสุดเปิดบริการแม่เหล็กใหม่ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เพิ่มที่จอดรถและปรับปรุงภูมิทัศน์ของศูนย์การค้า และแคมเปญการตลาดเน้นความคุ้มค่า เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย และรองรับความต้องการของลูกค้า
          โทรคม-ไอที อารมณ์จับจ่าย"อืด"
          นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ผลพวงจากการปิดเมืองทำให้เศรษฐกิจสองไตรมาสแรกชะลอ ตลาดคอนซูเมอร์จะตกอย่างมาก แต่เริ่มได้เห็นว่าไตรมาสที่สามมีสัญญาณ ที่ดี โดยหนึ่งในตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงคือกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ด้านเกม ส่วนธุรกิจไอทีปีนี้น่าจะทรงตัวไม่ถึงกับติดลบ
          นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะ ผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า แม้วันนี้ ร้านค้าตามช่องทางปกติเปิดได้แล้ว ทราฟฟิกเริ่มกลับไปที่หน้าร้าน แต่ยอมรับว่าไม่เท่าก่อนที่จะมีโควิด จึงต้องปรับแผนเข้าถึงผู้บริโภคโดยผสานทั้ง ออนไลน์และออฟไลน์
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมแม้ตัวเลขอัตราการเติบโตการใช้งานด้านโทรคมนาคม และการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลมีอัตราการเติบโตสูง แต่ไม่มีรายได้เกิดขึ้น เพราะค่าบริการยังเป็นในอัตราเดิม
          นอกจากนี้ ผู้ให้บริการทุกค่ายลงมาแข่งขันทำให้เกิดการลดราคา ส่งผลให้ภาพรวม ของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานระบบสื่อสาร รายได้จึงไม่เติบโต เมื่อเทียบกับแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่าปีนี้ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมรายได้คงหายหมด ทุกคนจะกระทบกันหมดโดยเฉพาะธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ