"ดีอีเอส"แจง2ข้อเท็จจริง"เน็ตประชารัฐ"

กรุงเทพธุรกิจ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า มีข้อเท็จจริง 2 ประเด็นหลักๆ ซึ่งเป็นข้อมูลความคืบหน้าการต่อยอดใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ ที่ไม่ได้รับการระบุถึง ในกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เผยแพร่ข้อมูล "ผลสอบเน็ตประชารัฐ ไม่คุ้มงบ 13,000 ล้าน แถมเชื่อมต่อยังไม่ได้ ไม่สะท้อนความสำเร็จการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ"
          ทั้งนี้ ในประเด็นแรก ที่ระบุว่าโครงการเน็ตประชารัฐไม่คุ้มค่า เนื่องจากยังไม่เปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิด  เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกับประชาชน หลังจากวางโครงข่าย แล้วเสร็จตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 นั้น ปัจจุบันได้มีการลงนามสัญญาไปแล้ว 4 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ และบางรายเริ่มให้บริการแล้ว
          สำหรับความเป็นมาของการเตรียมการ ให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอื่นเชื่อมต่อไปให้บริการยังบ้านเรือนประชาชนได้ (Open Access Network)  กระทรวงฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำหลักเกณฑ์ในการเชื่อม โครงข่ายแบบเปิด เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2560 โดยได้เสนอหลักการให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทั้งประเภทที่มีโครงข่ายและไม่มีโครงข่ายของตนเอง ให้สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายเน็ตประชารัฐ โดยไม่มีค่าใช้บริการ เพื่อลากสายไปให้บริการยังบ้านเรือนของประชาชน ซึ่งจะทำให้เกิดผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายเล็กในภูมิภาค ทำให้เกิดการแข่งขัน ประชาชนได้ใช้ประโยชน์และมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง
          ต่อมาได้เสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2561 และเสนอ ครม. รับทราบ เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2561 หลังจากนั้น กระทรวงฯ ได้จัดทำร่างข้อเสนอการใช้โครงข่ายและแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทราบ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ปีเดียวกัน โดยมีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมสนใจเข้าเชื่อมต่อโครงข่าย จำนวน 8 ราย แต่ผ่านการพิจารณา 6 ราย และเข้ามาเซ็นสัญญาแล้ว 4 ราย
          เนื่องจากโครงข่ายเน็ตประชารัฐเป็นทรัพย์สินของรัฐ การอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบคอบ มีขั้นตอนที่ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดทำสัญญาการอนุญาตให้ใช้โครงข่ายฯ  โดยได้เสนอให้ ครม. ให้ความเห็นชอบแนวทางการเปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐแบบเปิดให้เอกชนที่สนใจเชื่อมต่อโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และ ครม. มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2562
          จากนั้น ได้หารือไปยังคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในประเด็นการอนุญาตให้เอกชนนำทรัพย์สินของรัฐไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ว่า เข้าข่าย พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ หรือไม่ โดยได้รับหนังสือตอบเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2562 ว่า การดำเนินการในรูปแบบที่กระทรวงฯ นำเสนอไม่เข้าข่ายตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ จึงได้จัดส่งสัญญาการใช้ โครงข่ายเน็ตประชารัฐ ให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาอีกครั้ง และได้รับการตอบกลับมาเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2562 ส่งผลให้การเปิดโครงข่ายแบบเปิดมีความล่าช้าไปประมาณ 1 ปี
          สำหรับข้อเท็จจริงในประเด็นที่สอง ซึ่ง สตง. รายงานว่า ผลการตรวจสอบพบว่า กระทรวงฯ  ยังไม่สามารถควบคุม ตรวจสอบ และติดตามการเชื่อมต่อโครงข่ายเน็ตประชารัฐให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้บริการโครงข่ายแบบเปิด ส่งผลกระทบให้มีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมบางราย นำโครงข่ายดังกล่าว ไปใช้งานโดยยังไม่ได้รับอนุญาตนั้น ขณะนี้ กระทรวงฯ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อโครงข่ายแบบเปิดทั้งหมด และรายงานผลให้ทราบภายใน 60 วัน
          อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าที่ผ่านมาให้ความสำคัญการประสิทธิภาพของระบบควบคุม ตรวจสอบ และติดตามการเชื่อมต่อโครงข่ายเน็ตประชารัฐโดยตลอด เนื่องจากอุปกรณ์โครงการเน็ตประชารัฐมีการติดตั้งอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลทั่วประเทศ กระทรวงฯ จึงได้พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพย์สิน (MDES-SM) เพื่อควบคุมกำกับอุปกรณ์ปลายทางและการใช้งาน เพื่อให้บริการไวไฟเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และได้เพิ่มระบบบริหารจัดการโครงข่ายแบบเปิด (MDES-OA) เมื่อปลายปี 2562