ADVANC แกร่งอัพเป้าใหม่-โบรกเคาะราคา 220 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุ คาด ADVANC มีกำไรปกติ 2Q/63 ที่ 5.8 พันล้านบาท (-20% QoQ, -28% YoY) กำไรที่อ่อนแอลง QoQ และ YoY มาจากผลกระทบของ COVID-19 เต็มไตรมาสและ การต้องสนับสนุนภาครัฐ ดังนี้ 1. คาด Mobile Service Revenue ex. IC ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท (-2.0% QoQ, -7.2% YoY) จากกำลังซื้อในต่างจังหวัด  ซึ่งเป็นตลาดหลักของ ADVANC อ่อนแอตามภาวะเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัวแรง ช่องทางจัดจำหน่ายที่ปิดตามมาตรการ Lockdown และการสนับสนุนภาครัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่าน Campaign โทร ฟรี 100 นาที  และ Net 10GB 2. คาดรายได้ Broadband ทำได้ 1.7 พันล้านบาท (+3.7% QoQ) จาก Work From Home 3. คาดธุรกิจมือถือยอดขายลดลงตามการปิดร้านค้า แต่การแข่งขันด้านราคายังรุนแรง 3. ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ใกล้เคียงเดิม ยกเว้นค่าเสื่อมราคาคลื่น 2600MHz ที่รับรู้เต็มไตรมาสเป็น ไตรมาสแรก 4. SG&A คาดที่ 6.4 พันล้านบาท (-9.1% YoY) จากกิจกรรมการตลาดที่ลดลงในช่วง Lockdown และ 5. EBITDA คาดที่ 2.1 หมื่นล้านบาท -7.1% QoQ จากรายได้ที่อ่อนแอลง แต่เป็นผลกระทบชั่วคราว
          คาดปันผล 1H/63 ที่ 3.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield ราว 1.6%
          การแข่งขันลดความรุนแรงลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป... จับตาการนำเสนอ 5G การแข่งขันเริ่มลดลงในช่วงวันที่ 28 พ.ค.- 14 มิ.ย.63 หลังผู้ประกอบการถอน Unlimited Package ออกจาก ตลาด Prepaid อย่างไรก็ดีการแข่งขันรุนแรงขึ้นหลังตลาดกลับ มานำเสนอ Unlimited Package ในวันที่ 15 มิ.ย.63 ในตลาด Prepaid อีกครั้ง แต่ปรับราคาตั้งต้นขึ้น 50 บาท Package 4Mbps จาก 150 เป็น 200 บาท และ Package 10Mbps จาก 200 เป็น 250 บาท ภาพรวมความพยายามยกฐาน ARPU ยังมีอยู่แต่พัฒนาการยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
          ขณะที่การปรับขึ้น ARPU ใน 2H/63 ขึ้นกับการนำเสนอ 5G ของ ADVANC หากรุนแรงเกินไปจะกระตุ้นให้ DTAC ต้องลดราคาเพื่อรักษาฐานลูกค้า High End ยิ่งกดดันการฟื้นตัว แต่หาก ADVANC สามารถเพิ่มราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการ Bundle Service ส่วนเพิ่ม เช่น Entertainment และ Sport Content ให้กับลูกค้า High End และเจาะตลาดองค์กรได้มีประสิทธิภาพ มีโอกาสที่ ADVANC จะสามารถเพิ่ม ARPU และจำนวนลูกค้าได้ในระยะถัดไป เราคาด ADVANC เลือกทำข้อหลังมากกว่ามุ่งแย่งส่วนแบ่งการตลาด
          ปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" ที่ราคาเหมาะสม 220 บาทต่อหุ้น
          หากกำไรออกมาตามคาด กำไร 1H/63 จะคิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา ขณะที่ผลประกอบการ 2H/63 จะฟื้นตัว HoH ตามภาวะเศรษฐกิจและการเริ่มได้ผลบวกของการลงทุน 5G เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2563 ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท (-14% YoY) และราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2563 ที่ 220 บาทต่อหุ้น อิง DCF (WACC 7.8% T.G. 2%) เราใช้โอกาสนี้ใส่ผลการเปลี่ยนมาตรฐานบัญชีไว้ในประมาณการ ซึ่งส่งผลให้ EBITDA ตั้งแต่ปี 2563 สูงกว่าปกติ แต่เป็นเพียงผลทางบัญชีราวปีละ 1.1 หมื่นล้านบาท
          เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" ราคาหุ้นเริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ซื้อ ขาย บน EV/EBITDA ที่ 6.9x ให้ปันผลคาดหวังที่ 3.4% และมี Upside ที่ 18.6% เชิงกลยุทธ์เราแนะนำให้ใช้ 2Q/63 ที่เป็นจุดต่ำสุดของปีเป็นโอกาสในการสะสมเพื่อรับผลบวกของ 5G ในปี 2564