"ซีเมนส์" ถอดรหัสดิจิทัล สร้างอินฟราฯ อัจฉริยะ แก้เกมวิกฤติ

วริยา คำชนะ
          กรุงเทพธุรกิจ  นับวันผลพวงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ "โควิด-19" ยิ่งเพิ่มแรงสั่นสะเทือน และกำลัง เข้ามาสั่นคลอนความมั่นคงทางธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม โดยวันนี้ประสบการณ์ที่สั่งสมมานานอาจไม่สามารถนำมาแก้โจทย์ ทั้งมีเดิมพันใหญ่ที่ไม่ใช่เพียงการสร้างการเติบโตของรายได้ ผลกำไร ขาดทุน แต่คือ "ความอยู่รอด" ขององค์กร...
          สุวรรณี สิงห์ฤาเดช ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารและซีอีโอคนไทยคนแรกในประเทศไทย บริษัท ซีเมนส์ อินดัสเทรียล ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มุ่งมั่นพัฒนาในด้านวิศวกรรมไฟฟ้า เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ และการจัดการด้วยระบบดิจิทัล ฉายภาพสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปว่า วิกฤติโควิด-19 ผลักดัน สู่สองเมกะเทรนด์ใหญ่ คือ การเติบโตของมหานคร (Urbanization) และดิจิทัลไลเซชั่น (Digitalization) เกิดจุดเปลี่ยนที่พัฒนาไป จนมีมิติที่หลากหลายมากขึ้น
          ขณะเดียวกัน เป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม และมิติเหล่านี้ได้สร้างผลกระทบแก่ภาคธุรกิจในวงกว้าง บังคับให้ต้องปรับตัว เปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน
          ในฐานะซีอีโอซึ่งดูแลตลาดประเทศไทย เมียนมา กัมพูชา และลาว สุวรรณี ให้ความสำคัญกับการนำ "นวัตกรรม" เข้ามาผลักดัน การเติบโต วางตำแหน่งเป็น "เทคโนโลยี คอมพานี" ที่มีทั้งบริการให้คำปรึกษา ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นครบวงจร
          ก่อนหน้านี้เธอดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส หัวหน้ากลุ่มธุรกิจสมาร์ทอินฟราสตรัคเจอร์ รวมทำงานกับซีเมนส์มากว่า 23 ปีในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่กลุ่มธุรกิจสื่อสาร โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไวส์เลส เทคโนโลยีอาคารและการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการซีเมนส์ ในประเทศเมียนมา และกัมพูชา
          มุ่ง 'สมาร์ท-ดิจิทัล' รับนิวนอร์มอล  สุวรรณี กล่าวว่า กลยุทธ์ที่วางไว้สำหรับขับเคลื่อนธุรกิจยุคนิวนอร์มอล ที่มีหลายปัจจัยเข้ามาท้าทาย มุ่งเน้นการพัฒนา "สมาร์ท" และ "ดิจิทัล" สอดรับไปการเปลี่ยนผ่านสู่ "ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น" ที่ทุกองค์กรไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
          โดยมี "สมาร์ท อินฟราสตรักเจอร์" เป็นแกนหลักในการให้บริการ ประกอบด้วย 'สมาร์ดกริด' และ 'สมาร์ทบิลดิ้ง' ครอบคลุมทั้งด้าน อีโมบิลิตี้, อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์(ไอโอที),  สมาร์ทสเปซ, สตอเรจ, ดิจิทัลเซอร์วิส และระบบ บริหารจัดการพลังงาน ที่จะโฟกัสอย่างมากมีทั้งการบริหารจัดการอาคาร สาธารณูปโภค และโซลูชั่นสำหรับภาคอุตสาหกรรม
          สำหรับลูกค้าที่มีปัญหาสภาพคล่อง บริษัทสามารถเข้าไปช่วยบริหารสินทรัพย์ ทั้งยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถให้คำปรึกษาด้านโปรแกรมทางการเงินได้
          เธอกล่าวว่า วันนี้การเติบโตของมหานคร ได้เกิดมิติแยกย่อยขึ้น แบ่งได้เป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ มิติของอาคารพูดได้ (Building can talk) และการเปลี่ยนแปลงไปของชีวิตคนในเมือง (Urban life transformation) โดยอาคารในอนาคตจะเชื่อมโยง และกลายเป็นส่วนสำคัญ ของระบบพลังงานไฟฟ้า ต่อไปอาคารจะเหมือน มีชีวิต สามารถเข้าใจผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ โต้ตอบ เรียนรู้และปรับตัวได้
          ขณะที่ มุมของระบบสาธารณูปโภค การบริหารงานบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้า เพื่อให้เมืองยังดำเนินงานได้ตามปกติ ก็สามารถทำได้จากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่การบันทึกข้อมูลมิเตอร์ก็สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าแบบอัตโนมัติได้เช่นกัน
          ปัจจุบัน การนำเทคโนโลยีและระบบออโตเมชั่นเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรม กลายเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในโลกอุตสาหกรรม ภายใต้เป้าหมายเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ เนื่องจากอุตสาหกรรมยังพึ่งพาแรงงานคนเป็นหลัก เมื่อเกิดวิกฤติที่คนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้จึงเกิดผลกระทบสูง
          การเริ่มทำ "Industry 4.0 assessment" คือสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการควรตรวจเช็คว่า โรงงานตนอยู่ขั้นใดของการพัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0 แล้วเริ่มต้นจากตรงนั้น
          โดยมี 3 หัวข้อหลักๆ ที่ต้องนำมาพิจารณา ได้แก่ "กระบวนการ (process)", "เทคโนโลยี" และ "โครงสร้างบริษัท (Organization)" สำคัญต้องสอดคล้องไปกับการทำงานด้านเทคโนโลยี ทักษะของบุคลากร รวมไปถึงการเพิ่มทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นด้วย
          เชื่อลงทุนเทคฯในไทยยัง "ขยายตัว"
          อย่างไรก็ดี เป้าหมายการเติบโตของธุรกิจซีเมนส์ปีนี้ ยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ แต่เบื้องต้นหวังว่า จะสามารถรักษาการเติบโตให้ได้เท่ากับปีที่ผ่านมา ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากภาครัฐและเอกชนในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
          "ขณะนี้ ยังนับเป็นช่วงของปรับตัวเพื่อก้าวเข้าสู่นิวนอร์มอล ซึ่งหากอ้างอิงจากผลการวิเคราะห์ของสำนักวิจัยต่างๆ จะพบว่าปลายปี 2564 ถึงจะได้เห็นภาพที่ชัดว่าสถานการณ์ที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยจะออกมาเป็นอย่างไร"
          พร้อมประเมินว่า ภาพรวมการลงทุนด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ที่ชัดเจน คือ ภาครัฐ ซึ่งขณะนี้ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญ มีการสานต่อแผนงานการพัฒนาอินฟราสตักเจอร์ของประเทศ ส่วนผลกระทบของธุรกิจอื่นๆ ต้องประเมินเป็นรายอุตสาหกรรม
          "อนาคตจะเกิดวิกฤติขึ้นอีกแน่นอน ดังนั้นเป็นโอกาสที่เราจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดา โดยมีเทคโนโลยีเป็นคำตอบของธุรกิจในวันนี้" สุวรรณี กล่าว
          "โอกาสที่เราจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเทคโนโลยีเป็นคำตอบของธุรกิจในวันนี้"
          สุวรรณี สิงห์ฤาเดช