VCOMใส่เกียร์ชิงงาน400ล้านรุกหนักธุรกิจบริการมาร์จิ้นสูง

ทันหุ้น-สู้โควิด - VCOM ใส่เกียร์ชิงงานช่วงครึ่งปีหลังในกลุ่มประเทศ CLM มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ชี้กัมพูชา เมียนมา ความต้องการใช้ระบบไอทีทะลัก กางแผนดันสัดส่วนธุรกิจบริการเพิ่มขึ้นเกิน 40% จากปัจจุบัน 35% หวังกินรวบมาร์จิ้นสูง 19-20% ฟากผู้บริหารการันตีรายได้ปีนี้มาตามนัดแตะ 2 พันล้านบาท
          นางทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ VCOM เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มธุรกิจไอทีครึ่งปีหลังปี 2563 จะมีความต้องการอย่างต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยครึ่งปีแรกทิศทางผลประกอบการออกมาค่อนข้างดีและคาดจะทำได้เกินเป้าหมาย ดังนั้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด แต่กลับส่งผลในทางบวก เนื่องจากการใช้ชีวิต และการทำงานขององค์กร หน่วยงาน ต้องการใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น
          ลุยประมูลงาน 400 ล.
          อย่างไรก็ตามในประเทศ CLM ความต้องการไอที มีความทันสมัย และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นจะมีความต้องการสูง โดยบริษัทจะเน้นขายสินค้าในประเทศกัมพูชา เมียนมา ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขการติดเชื้อใน 2 ประเทศมีจำนวนน้อยมาก และบริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้ง 2 ประเทศได้ดี เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทมีการขายระบบไอทีให้กับลูกค้าดังกล่าวไปแล้ว เบื้องต้นคาดจะมีงานประมูลในครึ่งปีหลังรวมราว 400 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันบริษัทคาดในอนาคตทิศทางสัดส่วนรายได้งานบริการหลังการขายจะเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต่างประเทศ หลังบริษัทสามารถขายสินค้าให้กับลูกค้าที่กัมพูชา เมียนมาเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายอยู่ที่ 65% และสัดส่วนรายได้งานบริการที่ 35% ส่วนในอนาคตบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได้งานบริการเพิ่มขึ้นเกิน 40% ซึ่งบริษัทจะวางแผนกลยุทธ์การดำเนินงานในปีหน้า
          อีกทั้งธุรกิจบริการจาก บริษัท วีเซิร์ฟพลัส จำกัด และ I-SECURE ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และบริษัทจะเน้นธุรกิจบริการ เนื่องจากมีมาร์จิ้นสูงถึง 19-20% เมื่อเทียบกับการขายสินค้ามาร์จิ้นจะอยู่ที่ 5% โดยบริษัทมองธุรกิจบริการจะช่วยสร้างฐานรายได้ให้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และผลักดันมาร์จิ้น รวมให้เติบโตเพิ่มขึ้น
          มั่นใจรายได้เข้าเป้า
          ขณะที่ทิศทางอุตสาหกรรมและความต้องการใช้ระบบไอทีในประเทศ คาดจะเห็นการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงครึ่งปีหลัง แต่มูลค่าโครงการอาจลดลง เนื่องจากหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้งบประมาณการลงทุนอาจถูกตัดทอนลดลง สำหรับงบประมาณโครงการใหญ่ที่ผ่านมาจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณพันล้านบาท
          นางทรงศรี กล่าวต่อว่า บริษัทมั่นใจเป้าหมายรายได้ปี 2563 ไว้ที่ประมาณ 2 พันล้านบาท และคาดจะทำได้ตามเป้าหมาย โดยบริษัทจะไม่เน้นการขยายตัวรายได้มากนัก แต่จะเน้นการทำมาร์จิ้นให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง 3 เดือนแรกบริษัทสามารถทำรายได้ได้แล้ว 628.90 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 26.50 ล้านบาท
          สำหรับผลประกอบการงวดปี 2562 บริษัทมีรายได้รวมที่ 1,781.83 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ 1,814 ล้านบาท สำหรับรายได้ในปี 2562 แบ่งเป็นรายได้จากการขาย 1,126.50 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 63.22% รายได้จากการบริการ คิดเป็นสัดส่วน 36.33% และรายได้อื่นๆ 8.04 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.45% ขณะที่กำไรสุทธิมีจำนวน 66.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.38 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 14.31% โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 3.75%

          บรรยายใต้ภาพ
          ทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต