ลุ้น"ฐากร"นั่งบอร์ดกสทช. นั่งเลขาฯ8ปีผลงานเพียบ

 ลุ้น “ฐากร” นั่งบอร์ดกสทช. ย้อนผลงานเลขาธิการกสทช.กว่า 8 ปี จัดการประมูลคลื่น 3G-4G-5G ประมูลทีวีดิจิทัล ประมูล USO Net และจัดระเบียบสายสื่อสาร ก่อนปฏิบัติหน้าที่วันสุดท้าย 30 มิ.ย.นี้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การรับตำแหน่งคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. เป็นเรื่องที่ยังพูดไม่ได้ และคงต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการสรรหา  อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 มิ.ย. 2563 จะเป็นวันสุดท้ายที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ หลังจากทำงานในตำแหน่งนี้มาเป็นเวลากว่า 8 ปี 5 เดือน 25 วัน ซึ่งมีโอกาสร่วมทำงานผลักดันนโยบายที่สำคัญหลายอย่าง ได้แก่ การประมูล 3G ในปี 2555, การประมูล 4G ทั้ง 5 ครั้งระหว่างปี 2558-2560 และการประมูล 5G ในวันที่ 16 ก.พ. 2563 โดยรวมนำส่งรายได้เข้ารัฐได้มากถึง 500,000 ล้านบาท ที่สำคัญยังจัดการประมูล 5G ได้เป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
          นอกจากนี้ ยังมีการประมูลทีวีดิจิทัลเมื่อปลายปี 2556 สร้างรายได้ทั้งสิ้นกว่า 50,000 ล้านบาท และมีมาตรการช่วยเหลือในภาวะที่ผู้ประกอบการประสบกับภาวะขาดทุน
          รวมทั้งการจัดให้มีบริการโทรคมนาคม ซึ่งรวมถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สัญญาณ WIFI ตลอดจนศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตฟรีพร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นเวลา 5 ปี ในทุกพื้นที่ตามโครงการ USO-Net, การจัดระเบียบสายสื่อสารและนำสายสื่อสารลงดิน, การลงทะเบียนซิมการ์ดโดยมียอดผู้ลงทะเบียนกว่า 74 ล้านเลขหมายในเวลาเพียง 6 เดือน และการดำเนิน 4 โครงการที่สำคัญในช่วงโควิด-19 ประกอบด้วย โครงการสนับสนุนเงินให้กับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลของรัฐทั่วประเทศจากเงินงบประมาณของสำนักงาน กทสช. และเงินกองทุน USO รวม 1,294 ล้านบาท, โครงการเพิ่มเน็ต 10GB ให้ประชาชนใช้ฟรี, โครงการเพิ่มเน็ตบ้าน 100 Mbps และโครงการโทรฟรี 100 นาที
          นายฐากร กล่าวว่า กสทช.จะเดินต่อไปจะมีส่วนสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยในอนาคต ขอเสนอแนวทางใหญ่ ๆ 4 ข้อ ได้แก่ 1.ในระยะยาว กสทช.ต้องมองไปข้างหน้าและหาให้ได้ว่าอะไรคือ ปัจจัยที่จะขับเคลื่อนโลกโทรคมนาคมในอนาคต และดำเนินนโยบายตามแนวทางนั้น โดยต้องสอดคล้องกับพันธกิจของ กสทช. และยึดโยงกับประโยชน์สาธารณะ
          2.จะต้องเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนในวงกว้างต่อ กสทช. 3.จะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกับภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ นักวิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายของ กสทช.ในบริบทที่เทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม และ 4.สุดท้ายภายในบ้านของเราเอง เราต้องมุ่งที่จะพัฒนาองค์กรให้กลายเป็นองค์กรชั้นนำของประเทศและภูมิภาคซึ่งมาจากความรู้ความสามารถ การเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และการยึดมั่นในผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (22 มิ.ย. 2563) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือถึงเลขาธิการวุฒิสภา เรื่องการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นบอร์ด กสทช.สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2563 มีมติเห็นชอบให้ดำเนินกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบอร์ด กสทช.ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติมไปพลางก่อน โดยที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลให้กรรมการ กสทช.ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่สิ้นสุดลงเมื่อร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มในเรื่องนี้มีผลใช้บังคับ แต่ทั้งนี้จะไม่ตัดสิทธิ์ในการสมัครเข้ารับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลของกรรมการดังกล่าวแต่อย่างใด
          โดยตำแหน่งบอร์ด กสทช.ชุดใหม่ จำนวน 7 คน คาดว่าจะสรรหาได้แล้วเสร็จในเดือน ก.ย. 2563 ซึ่งที่น่าจับตา คือ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ได้ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งแล้ว และจะมีผลในวันที่ 1 ก.ค. 2563