รายงาน: ภาครัฐ-เอกชนจัดทัพธุรกิจขับเคลื่อนศก.ปั้นรายได้

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเรา หลังจากเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้หลายคนต้องปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง,การติดต่อสื่อสาร,การศึกษา หรือการทำธุรกิจก็ตาม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน ได้เร่งปรับรูปแบบในการให้บริการประชาชน ภายใต้ที่เรียกว่า New Normal
          ทั้งนี้การใช้ชีวิตในรูปแบบของ New Normal รัฐบาลได้ให้ความสำคัญอย่างมาก ถึงขนาดที่ยอมให้มีการแก้ไขยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปิ ที่ใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ ให้สามารถแก้ไขแนวทางต่างๆที่วางไว้ โดยยึดแนวทางรูปแบบของ New Normal โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมกล่าวว่า จากนี้เป็นต้นไป การทำงานของรัฐบาลจะต้องปรับเปลี่ยนเป็นวิธีการทำงานแบบใหม่ด้วยคือ 1.ผนึกทุกภาคส่วนร่วมวางอนาคตประเทศไทย โดยต่อไปนี้รัฐบาลจะต้องทำงาน โดยดึงทุกภาคส่วนและทุกระดับในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันกำหนดอนาคตของประเทศ ปรับวิธีการวางแผนและกำหนดนโยบายหรือมาตรการต่างๆของรัฐบาล โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ใช่แค่รับรู้นโยบายต่างๆจากการอ่านข่าวทางหนังสือพิมพ์ หรือสื่อออนไลน์เหมือนที่ผ่านๆมา ต่อไปนี้ประชาชนต้องมีโอกาสมีส่วนร่วม รัฐบาลต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มากขึ้น
          2.การประเมินผลงานภาครัฐโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริง ซึ่งได้ตัดสินใจแล้วว่าเมื่อเราเลือกที่จะปรับวิธีการทำงานของรัฐบาลโดยเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากขึ้น เราก็ควรต้องเปลี่ยนระบบประเมินผลการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เพื่อประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของรัฐ ว่าได้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนตามที่เราคาดหวังไว้หรือไม่ เราต้องกำจัดสิ่งที่ทำแล้วเสียเปล่าไม่มีประโยชน์ต่อประชาชนออกไปให้ได้มากที่สุด 3.การทำงานเชิงรุก ซึ่งในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และรุนแรง เราต้องทำงานให้บูรณการมากขึ้น และตนเองจะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยจะกำหนดนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมให้กับกระทรวงต่างๆทำขึ้นมาขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี โดยจะติดตามกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ
          "ผมรู้ว่าเมื่อเราเริ่มทำงานในวิธีการแบบใหม่ อาจจะมีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วย หรือมีการวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้น ซึ่งผมพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และหากเป็นข้อเสนอแนะที่ดี ก็พร้อมที่จะทำตามข้อเสนอแนะนั้นด้วย เพราะประชาชนคนไทยรอไม่ได้อีกต่อไป คนไทยควรจะได้ก้าวไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้น มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ดังนั้นเราต้องไม่เสียเวลาไปกับการถกเถียงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แล้วปล่อยให้คนไทยต้องอดทนรอต่อไปอีกเป็นเดือนๆ ปีๆ หยุดอยู่กับที่ แทนที่จะได้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า"
          ขณะที่หน่วยงานราชการก็ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการให้บริการประชาชน ให้สอดคล้องกับ New Normal จิรุตม์ วิศาลจิตรอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ได้ปรับรูปแบบบริการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถในการดำเนินงานแบบ New Normal ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นได้มีการประเมินกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน2563 จะให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถเต็มรูปแบบ ซึ่งจะให้สิทธิแก่ประชาชนที่จองคิวผ่านแอพพลิเคชัน DLT Smart Queue ก่อนหน้านี้ดำเนินการก่อน ด้วยการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลา เพื่อบริหารจัดการเว้นระยะห่าง(Social Distancing) ซึ่งผู้ที่จองคิวไว้แล้วสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/checkbooking/ หากผู้จองคิวไม่พบ
          ข้อมูลหรือไม่สะดวกตามวัน เวลาที่นัดหมายเข้ารับบริการ สามารถดำเนินการจองคิวใหม่ตามวัน เวลาที่สะดวก ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าระบบ
          จองคิวมาก่อน จะเริ่มเปิดให้จองคิวได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ผ่านทางแอพพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/ เช่นเดียวกัน
          เช่นเดียวกับการเสี่ยงโชคของประชาชนผ่านทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถึงแม้จะถูกรางวัลใหญ่ หรือ เล็ก ก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบในการขึ้นเงินรางวัลในรูปแบบ New Normal โดย พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กล่าวว่า ผู้ถูกรางวัลสลากฯ ที่ต้องการเดินทางมาขึ้นรางวัลที่สำนักงานสลากฯจะต้องลงทะเบียนจองคิวผ่านเว็บไซต์ www.glo.or.th เพื่อนัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อนมาขึ้นรางวัล ซึ่งกำหนดรับขึ้นเงินรางวัลได้ไม่เกินวันละ 65,000 ฉบับเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแออัดในห้องจ่ายรางวัล และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่หากไม่สะดวกจองคิวหรือเดินทางมาที่สำนักงานฯ แนะนำให้ขึ้นรางวัลได้ที่สาขาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย ทุกแห่งทั่วประเทศ ได้เช่นเดียวกัน
          ส่วนภาคเอกชนอย่าง 3 ค่ายมือถือได้ปรับรูปแบบการให้บริการแบบ New Normal เช่นเดียวกัน โดย "AIS" ซึ่ง สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า ได้สนับสนุนการเดินหน้าทำงานของภาคธุรกิจ และการทำงานของคนไทยในสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น เพื่อการทำงาน Work From Home อย่างมีประสิทธิภาพ AIS จึงร่วมมือกับพันธมิตรจัดแพ็กเกจ AIS WORKING FROM HOME ที่มีหลากหลายโซลูชัน ผสมผสานศักยภาพของเครือข่ายทั้งมือถือ 5G และ 4G รวมถึงเน็ตบ้าน AIS Fibre พร้อมขีดความสามารถของบุคลากร ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างสนับสนุนคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งนักเรียน นักศึกษา กลุ่มคนทำงานออฟฟิศ, เจ้าของกิจการ,องค์กรขนาดเล็กจนถึงใหญ่ให้เดินหน้าทำงาน ทำธุรกิจ หรือเรียนหนังสือได้อย่างไร้รอยต่อ
          โดยบริการ Unlimited Work Anywhere แพ็กเกจ on-top จากแพ็กปกติที่ให้ใช้งาน Office 365 บนมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะสำหรับคนทำงานทั่วไปและองค์กรธุรกิจที่ต้องการทำงานได้อย่างคล่องตัวทุกที่ทุกเวลา พร้อมกันนี้ AIS ร่วมกับ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย มอบฟรีไลเซนส์ Office 365 - E1 ให้กับองค์กร และธุรกิจ SME ที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคล ทุกราย ทุกเครือข่าย ไม่เฉพาะเครือข่าย AIS สามารถใช้งานฟรีแบบไม่คิดค่าไลเซนส์นาน 6 เดือน พร้อมอำนวยความสะดวกในการติดตั้งแอพพลิเคชันMicrosoft Teams โปรแกรมสื่อสารอัจฉริยะฟรี โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ลงทะเบียนรับไลเซนส์ฟรีได้ที่ https://business.ais.co.th/workingfromhome/
          ขณะที่ DTAC โดย นาฎฤดี อาจหาญวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล DTAC บอกว่า DATC จัดแบ่งพนักงานออกเป็น 3 กลุ่มลักษณะงานได้แก่ กลุ่มที่ 1 พนักงานที่ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้,กลุ่มที่ 2 พนักงานที่สามารถทำงานได้จากที่บ้านได้บางช่วงเวลา และกลุ่มที่3 คือ พนักงานที่สามารถทำงานได้จากที่บ้านตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อควบคุมดูแลให้ความหนาแน่นของพนักงานในพื้นที่สำนักงานอยู่น้อยกว่า 30% เป็นการช่วยลดโอกาสของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะตระหนักในการดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยของพนักงานเป็นสำคัญ นอก จากนี้ DTAC ยังได้เพิ่มความถี่ในการประชุม ของพนักงานผ่านการถ่ายทอดสดบน Work place by Facebook เป็นประจำ 2 ครั้งต่อเดือนและยังจัดให้ทีมพนักงานที่ทำงานในหน่วยงานต่างๆ นอกสำนักงาน เช่น พนักงานที่ประจำศูนย์บริการ พนักงานคอลเซ็นเตอร์ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานใน New normal ให้กับพนักงานคนอื่นๆได้ทราบไปพร้อมกัน
          ขณะที่ TRUE โดย อาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้ามีการปรับเปลี่ยนไปเป็นวิถีใหม่ทั้งการทำงานที่บ้าน สั่งของออนไลน์ ติดต่อผ่านcall center ก็จะดิจิทัลมากขึ้น TRUE มีบริการที่เป็นช่องทางออนไลน์ และดิจิทัลแพลตฟอร์ม รองรับวิถีใหม่ของลูกค้า ทั้งผ่านแอพพลิเคชัน True iService ที่รวบรวมทุกบริการทั้งทรูมูฟ เอช ทรูออนไลน์ และทรูวิชั่นส์หรือบริการอื่นๆ จาก TRUE เช่น ตรวจสอบรายละเอียดการใช้บริการได้ตามรอบบิล2563 ชำระค่าบริการ และซื้อแพ็กเกจเสริม หรือเติมเงิน ได้ด้วยบริการมะลิเพื่อนรู้ใจ ผ่านไลน์ทรูมูฟ เอช เพิ่มเพื่อนที่ bit.ly/2xbJfMy หรือ ID Line : @truemoveh พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
          ทั้งนี้ทำให้ลูกค้าติดต่อได้ทั่วถึง ง่ายยิ่งขึ้น หรือการสั่งซื้อทุกอย่างผ่าน delivery สามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ wemall.com พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้าน และวิถีชีวิตแบบสังคมไร้เงินสด ซึ่งที่ผ่านมา มีความกังวลในการสัมผัสธนบัตร หรือเหรียญที่อาจปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ดังนั้นระบบชำระเงินออนไลน์(E-wallet) จึงเป็นตัวเลือกในการใช้จ่ายมากขึ้น มีการซื้อสินค้า หรือชำระค่าบริการต่างๆ ด้วย TrueMoney Wallet แทนเงินสด ลดสัมผัสได้ สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย
          ด้านวิถีการใช้เงินที่มีเปลี่ยนแปลงในแบบ New Norma ก็น่าสนใจเช่นเดียวกันโดย "คุณอาทิตย์ นันทวิทยา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เชื่อว่าวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่จบ และกว่าเศรษฐกิจจะกลับมาแข็งแรงแบบที่เคยเป็นมา คงต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นธนาคารจึงใช้ช่วงเวลาดังกล่าวมาเป็นโอกาสในการพัฒนาองค์กร และเปลี่ยนแปลงตัวเองผ่านยุทธศาสตร์ SCB New Normal ซึ่งจากฐานรากที่แข็งแรงจากการทำ Digital Transformation ทำให้ธนาคารมีขีดความสามารถในการเป็นองค์กรที่มีความตัวเบา และสามารถกำหนดรูปแบบการทำธุรกิจ การปรับต้นทุนการให้บริการ แนวทางการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าการให้บริการกับลูกค้าในทุกเซ็กเมนต์ และนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ และบริการ การสร้างคุณค้าใหม่ โดยมีความเข้าใจ หรือ Empathy เป็นแกนหลัก เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นและสำเร็จ
          นอกจากนี้ธนาคารยังได้พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาภายใต้ชื่อ Robinhood แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่สัญชาติไทย โดยไม่เก็บค่าจีพี ไม่มีชาร์จเพิ่ม สมัครฟรี เพื่อช่วยเหลือ และแก้ปัญหาผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยที่ต้องเจอเมื่อนำร้านขึ้นสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งค่าจีพีนับเป็น Pain Point หลักของผู้ประกอบการร้ายอาหารขนาดเล็กในปัจจุบัน โดยเจ้าของร้านได้เงินเร็วภายใน 1 ชั่วโมง รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจ ตั้งเป้าพร้อมเปิดให้บริการปลายเดือนกรกฎาคม2563
          รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ทีมยุทธศาสตร์องค์กร กรุงไทยกล่าวว่า การปรับตัวของ สำคัญคือ ต้องมีระบบที่พร้อมรองรับปริมาณธุรกรรมออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีที่สถาบันการเงินใช้ควรมีการพัฒนาที่รวดเร็ว โดยคำนึงปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นและการรักษาความปลอดภัยของธุรกรรมและบัญชีของลูกค้า แม้เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยหลักในการบริการ แต่ตัวพนักงานก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะในเรื่องของความรู้ ความชำนาญ หรือความซื่อสัตย์รับผิดชอบต่อหน้าที่และองค์กร มีความจริงใจแก่ลูกค้า
          โดยเมื่อผู้ซื้อและผู้ขายเคยชินกับการใช้โมบายแอพพลิเคชั่นและคิวอาร์โค้ด ในการชำระสินค้าและบริการ สังคมก็อาจปรับเข้าสู่สังคมไร้เงินสด(Cashless Society)อย่างเต็มตัว ความจำเป็นของการมีสาขาจะลดลง ดังนั้นต้องมีความพร้อมที่จะตอบรับปัญหาของลูกค้าที่ติดต่อผ่านคอลเซ็นเตอร์ที่จะมีเพิ่มขึ้น โดยปัญหาที่คนส่วนใหญ่ประ สบในปัจจุบันคือ ติดต่อคอลเซ็นเตอร์ได้ยาก ถือสายรอนาน และในหลายกรณี มักจะทำได้แค่ตอบคำถามทั่วไป แต่ไม่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้ในทันท
          สุดท้ายการใช้ชีวิตของเราในรูปแบบNew Normal จะเป็นอย่างไร ตัวเราก็ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และพร้อมที่จะเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น...