ตลาด"สตรีมมิง"โลกมาแรง คาด 7 ปีโตทะลุ 5 ล้านล้าน

กรุงเทพธุรกิจ  ความนิยมของ "วีดิโอสตรีมมิง" ทั่วโลกกำลังมาแรงเหตุ ผู้บริโภคเข้าถึงสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้มากขึ้น บริษัทวิจัยคาดเติบโตต่อเนื่องทะลุ 5 ล้านล้านบาทภายในปี 2570
          บริษัทมิลเลียน อินไซต์ส และบริษัทแกรนด์ วิว รีเสิร์ช เผยรายงานล่าสุดสัปดาห์ที่แล้ว คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาด วีดิโอสตรีมมิงทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 42,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.32 ล้านล้านบาท) ในปี 2562 จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 20.4% ระหว่างปี 2563-2570 จนมีมูลค่าแตะ 184,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.71 ล้านล้านบาท)
          สำหรับปีนี้ ตลาดสตรีมมิงจะขยายตัว แตะ 50,100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.55 แสนล้านบาท) รายงานของ 2 บริษัทวิจัยชั้นนำชี้ว่า ความก้าวหน้ามากขึ้นของเทคโนโลยียุคปัจจุบันอย่างปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และบล็อกเชน รวมถึงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ง่ายของผู้บริโภค เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ตลาดสตรีมมิงเติบโตอย่างรวดเร็ว
          มิลเลียน อินไซต์สและแกรนด์ วิว รีเสิร์ช คาดว่า ระหว่างปี 2563-2570 การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้กับวีดิโอสตรีมมิง และการใช้เอไอในการปรับปรุงคุณภาพวีดิโอ  จะยิ่งกระตุ้นความต้องการชมสตรีมมิง ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว
          นอกจากนี้ การที่พื้นที่ชนบทในหลายประเทศมีอัตราเข้าถึงสมาร์ทโฟน เพื่อรับชมวีดิโอสตรีมมิงออนไลน์มากขึ้น จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดนี้เช่นกัน เนื่องจากฐานผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ในชนบทสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น ทำให้บริการ สตรีมมิงลักษณะนี้ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง
          ขณะเดียวกัน การใช้โซลูชั่นแบบวีดิโอสตรีมมิงที่เชื่อมกับระบบคลาวด์เพื่อให้เข้าถึง คอนเทนท์วีดิโอได้มากขึ้นก็มีอิทธิพลโดยตรงต่อตลาดสตรีมมิง
          'เอเชีย-อเมริกาเหนือ' ตลาดใหญ่สุด
          รายงานระบุว่า ภูมิภาคที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับวีดิโอสตรีมมิงคือ "เอเชียแปซิฟิก" และ "อเมริกาเหนือ" เนื่องจากบริการประเภทโอทีที (OTT) ได้รับ ความนิยมมากขึ้น เห็นได้จากจำนวนสมาชิก ที่เพิ่มขึ้น ระดับรายได้สุทธิส่วนบุคคลที่สูงขึ้น เทรนด์การสตรีมมิงผ่านมือถือที่แพร่หลายขึ้น ในพื้นที่ห่างไกล และสังคมยุคปัจจุบัน ที่มีความเป็นดิจิทัล
          ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่จะช่วยกระตุ้น การเติบโตตลาดสตรีมมิง ยังรวมถึงการที่ผู้คนเข้าถึงแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาถูกได้ง่ายขึ้น และความนิยมที่เพิ่มขึ้น ของวีดิโอสตรีมมิงออนดีมานด์
          ขณะเดียวกัน ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความสูง เช่น 3จี, 4จี และแอลทีอี ยังเป็นประโยชน์ต่อตลาดด้วย ซึ่งการที่ผู้บริโภคหันมาใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่มากขึ้นย่อมทำให้เข้าถึง คอนเทนท์วีดิโอสตรีมมิงได้ทุกหนแห่งทั่วโลก
          นอกจากนั้น มิลเลียน อินไซต์สและแกรนด์ วิว รีเสิร์ช คาดว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จะส่งผลเชิงบวกต่อการเติบโตของ ตลาดสตรีมมิงโลก ผลจากการล็อกดาวน์สกัดโรคระบาดในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก ซึ่งทำให้ความต้องการเสพสื่อบันเทิง เพิ่มขึ้นไปด้วย
          บรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่ที่มียอดเข้าชมสูงขึ้นอย่างมากทั่วโลกช่วง ปิดเมืองยับยั้งโควิด-19 รวมไปถึง "เน็ตฟลิกซ์" "อเมซอน ไพรม์ วีดิโอ" "ยูทูบ" และ "ดิสนีย์ พลัส"
          ยอดชมพุ่ง 75% ช่วงล็อกดาวน์
          ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโควิด-19 เกิดการล็อกดาวน์ทั่วโลก พฤติกรรมผู้คนช่วงปิดเมือง กลายเป็น "นิว นอร์มอล" หรือวิถีชีวิตปกติแบบใหม่เป็นไปที่เรียบร้อย
          "โนเกีย ดีปฟิลด์" (Nokia Deepfield) เผยข้อมูลเครือข่ายล่าสุดสำหรับช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563  เน้นในอเมริกา ยุโรป และในเอเชียแปซิฟิก โดยระบุว่า ไตรมาสแรกปี 2563 เมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกประกาศปิดเมือง คนต้องกักตัวเองอยู่แต่ในที่พักอาศัย เกิดการรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลจากเครือข่ายทั่วโลก เพราะ คนต้องทำงาน เรียน และหาความบันเทิงภายในบ้านผ่านเครือข่ายสื่อสาร
          ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า ปกติเครือข่ายส่วนใหญ่ การใช้งานจะเติบโตขึ้น 30-45% ต่อปี แต่ล่าสุดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 มีการใช้งานเครือข่ายเพิ่มขึ้นสูงสุด เกินกว่า 45% โดยเฉพาะในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังจากล็อกดาวน์ปิดเมือง นั่นคือการใช้เครือข่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเพียงแค่ไม่กี่วัน ส่วนใหญ่มาจากการรับชมวีดิโอ เชิงพาณิชย์ (เช่น เน็ตฟลิกซ์, ยูทูบ)
          ยอดเข้าดูเน็ตฟลิกซ์เพิ่มขึ้น 54-75% ในบางพื้นที่ การใช้งานแอพพลิเคชั่นประชุมทางไกลโต 300% จากการทำงาน จากบ้าน (เวิร์ค ฟรอม โฮม) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึง การทำกิจกรรมบนออนไลน์ที่ขณะนี้กลายเป็น "นิว นอร์มอล" แห่งโลกยุคโควิดไปแล้ว
          ลดคุณภาพวีดิโอรับมือคนใช้เน็ตล้น
          เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา "เน็ตฟลิกซ์" แพลตฟอร์มความบันเทิงชื่อดัง และ "ยูทูบ" ผู้ให้บริการแชร์คลิปวีดิโอของกูเกิล ประกาศว่า  จะยอมลดคุณภาพของวีดิโอสตรีมมิง เป็นค่าเบื้องต้น (default) ในยุโรป เพื่อลดแรงกดดันที่มีต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเกิดจากคนจำนวนมากแย่งชมรายการที่มีความละเอียดสูง
          "แม้เรามีช่วงคนใช้งานสูงสุดไม่กี่ครั้ง แต่เรามีมาตรการที่พร้อมใช้โดยอัตโนมัติ เพื่อปรับให้ระบบของเราใช้ความจุเครือข่าย (แบนด์วิท) น้อยลง" โฆษกกูเกิลเผย "หลังการหารือระหว่างซันดาร์ พิชัย ซีอีโอของกูเกิล ซูซาน วอจซิกกี ซีอีโอของยูทูบ และเบรอต็อง กรรมาธิการอียู เราได้ทำพันธสัญญาที่จะเปลี่ยนทราฟฟิกทั้งหมดในอียูมาใช้ SD เป็นค่าเบื้องต้น"
          ส่วนเน็ตฟลิกซ์ ประกาศว่า ได้เริ่ม ลดคุณภาพสตรีมมิงลงสำหรับบริการทั้งหมดในยุโรปเป็นเวลา 30 วัน
          "เราคาดว่านี่จะช่วยให้ทราฟฟิกของ เน็ตฟลิกซ์บนเครือข่ายยุโรปลดลงราว 25% พร้อมกับทำให้สมาชิกของเราได้รับบริการที่มี คุณภาพเช่นเดิม" แถลงการณ์เน็ตฟลิกซ์ระบุ
          ผลจากการล็อกดาวน์และกักกันโรคเป็นวงกว้าง โรงเรียน ร้านค้า และพรมแดนถูกสั่งปิด และห้ามประชาชนรวมตัวกัน ในที่สาธารณะ คนทั่วยุโรปจึงหันมาพึ่งอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเพื่อแก้อาการเบื่อหน่ายกับการออกไปไหนไม่ได้
          'ไลฟ์สตรีม' ในจีนมาแรง
          อุตสาหกรรมไลฟ์สตรีมของจีน เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยอุตสาหกรรมนี้ครอบคลุมผู้ประกอบการ หลากหลายประเภท เช่น อีคอมเมิร์ซ เกมออนไลน์ และผู้ประกอบการด้านบันเทิง
          "คิวซีซีด็อทคอม" (Qcc.com) แพลตฟอร์มระบบรายงานข้อมูลเครดิต ของผู้ประกอบการเผยแพร่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า  ยอดการจดทะเบียนบริษัทไลฟ์สตรีมจีน ของปี 2562 อยู่ที่ 5,684 ราย เพิ่มขึ้นมากกว่า 17 เท่าจากเมื่อ 10 ปีก่อน
          อุตสาหกรรมไลฟ์สตรีมจีนมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วช่วงที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาด โดยตั้งแต่เดือน มี.ค. ยอดการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการไลฟ์สตรีมต่อเดือนพุ่งสูง จนทำลายสถิติ และในเดือน พ.ค. ยอดการขึ้นทะเบียนอยู่ที่ 2,877 ครั้ง สูงขึ้นถึง 684% เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562