"ดีอีเอส"เคาะฟื้นฟูเฟสแรก1.4หมื่นล.

เสนอแผนงานต่อสศช. เยียวยาศก.หลังหมดโควิด
          กรุงเทพธุรกิจ"ดีอีเอส"ร่ายแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ-สังคมภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน เคาะงบดำเนินการเฟสแรก 14,000 ล้านบาท คลอด 7 โปรเจคสร้างงาน-สร้างอาชีพด้านดิจิทัล หลังศก.ฟุบหนักจากพิษโควิด-19 ส่งสถิติลงพื้นที่สอบถามข้อมูลประชาชนหวังแก้ปัญหาตรงจุด
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2563 กระทรวงดีอีเอสได้เสนอโครงการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม4แสนล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชุดแรกจำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการฝึกอบรมสร้างทักษะด้านดิจิทัล มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมกับบมจ.กสท โทรคมนาคมเพื่อศึกษาแนวทางการรีสกิล-อัพสกิลให้กับนักศึกษาจบใหม่ในทุกสาขา ซึ่งมีแนวโน้มตกงานสูง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 โดยการฝึกอบรม ส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล อาทิ การเขียนโปรแกรม การทำกราฟิก  เบื้องต้นจะสนับสนุน จำนวน 50,000 ราย ได้รับเงินสนับสนุนเป็นเวลา 3 เดือน เดือนละ 10,000 บาท 2.โครงการจัดทำข้อมูลประชาชนเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มูลค่า 1,964 ล้านบาท โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ(สสช.) ในการลงพื้นที่สอบถามข้อมูลความเดือดร้อนประชาชนทั่วทั้งประเทศ โดยจะมีการตั้งงบประมาณให้สำนักงานสถิติจังหวัดว่าจ้างคนในพื้นที่ 100-200 คน  เพื่อให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด 3.โครงการขยายจุดให้บริการฟรีไวไฟในชุมชนเมืองทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมฟื้นฟูเศรษฐกิจ ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 มูลค่า 2,049 ล้านบาท โดยบมจ.ทีโอที ซึ่งที่ผ่านมาโครงการเน็ตประชารัฐจะทำเฉพาะพื้นที่ชายขอบ แต่ในชุมชนเมืองบางพื้นที่ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้คนต้อง หันมาพึ่งพาออนไลน์ในการค้าขายหรือ เรียนออนไลน์มากขึ้น จึงต้องเร่งขยาย จุดเชื่อมต่อไวไฟฟรีให้รวดเร็ว และทั่วถึง 4.โครงการสนับสนุนค่าจัดส่งสินค้าอุปโภค บริโภค และค่าจัดส่ง จัดซื้อสินค้าจำหน่ายในแพลตฟอร์มของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยส่งเสริม ให้ผู้คนใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการ ซื้อ-ขายสินค้า โดยเฉพาะเกษตรกรในการนำผลผลิตมาจำหน่ายผ่านตลาดกลางสินค้าออนไลน์ของไปรษณีย์ เพื่อช่วยระบายผลผลิตถึงมือผู้บริโภคโดยตรง 5.โครงการพัฒนาคลาวด์แพลตฟอร์มเพื่อรองรับนิว นอร์มอล หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มูลค่า 893 ล้านบาท โดย สดช. ร่วมกับกสทฯในการพัฒนาคลาวด์ เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานและประชาชนหันมาใช้คลาวด์ของคนไทยมากขึ้น
          6.โครงการยูนิฟาย คอมมูนิเคชั่นแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ มูลค่า 70 ล้านบาท โดยกสทฯซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์ของคนไทย ใช้คลาวด์ของไทยในการรองรับ เพื่อเป็นทางเลือกให้ หน่วยงานราชการก่อน แทนการใช้แพลตฟอร์ม ต่างประเทศ และ 7.โครงการรวมพลังเด็กไทย พัฒนานวัตกรรมดิจิทัล โดยสำนักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)มูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด
          "ยังเหลืออีก 3 โครงการ ของ สดช. ซึ่งกระทรวงดีอีเอสจะเสนอ สศช. เร็วๆ นี้ ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการในวันที่ 22 มิ.ย.2563 จากนั้น วันที่ 30 มิ.ย.2563 เสนอครม. พิจารณาอนุมัติโครงการ" นายพุทธิพงษ์ กล่าว