"แสนสุขสมาร์ทซิตี้"สะดุด "ระบบรัฐ"ขวางนวัตกรรม

กรุงเทพธุรกิจ นายกเทศบาล ชี้ระบบ ราชการสาเหตุ "แสนสุขสมาร์ทซิตี้" เมืองอัจฉริยะสะดุด โวยหน่วยงานสังกัดมหาดไทย ไม่ใช่กระทรวงดีอีเอส ส่งผล ติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ไม่เต็มศักยภาพ ไม่ทั่วถึง
          นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า โครงการเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ ที่ริเริ่มในพื้นที่เป็นแห่งแรกของประเทศ ตั้งแต่ ม.ค.2559 ขณะนี้กำลังเข้าสู่ระยะที่ 2 ระยะเวลา 3 ปี มีครัวเรือนเข้าร่วม 50 หลัง ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดเพิ่มไว้ปีละ 50 หลัง ส่วนเฟส 3 คาดว่าจะครอบคลุมได้ถึง 300 ครัวเรือน
          ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ไม่ส่งผล กระทบต่อแนวทางขับเคลื่อนแสนสุข สมาร์ทซิตี้ เพราะการทำงานไม่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุข แต่เป็นเรื่องของการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เช่น การนำ สมาร์ทดีไวซ์หรือระบบไอโอทีมาช่วย ดูแลเฝ้าระวังสุขภาพ ด้วยการแจ้งเตือนฉุกเฉิน ตรวจจับสภาพแวดล้อม สอดส่อง ที่พักอาศัยและติดตามดูแลเพื่อความปลอดภัย
          ส่วนที่กระทบจากมาตรการป้องกันโควิด-19 คือ การชะลอกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนออกไป แต่อุปสรรคใหญ่คือ โครงสร้างบริหารงานระดับประเทศที่มี ความซับซ้อน และข้อจำกัดของระเบียบการบริหารจัดการ ในส่วนของค่าใช้จ่าย ที่ทำให้การขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะขาดความคล่องตัว
          ยกตัวอย่างเช่น เทศบาลเมืองแสนสุขเคยติดตั้ง Free Wi-Fi ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชน แต่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. แจ้งว่าไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรท้องถิ่น เช่นเดียวกับระบบการ เฝ้าระวังผู้สูงอายุและแจ้งเตือนเมื่อ เกิดเหตุฉุกเฉินผ่านทางสมาร์ทดีไวซ์หรืออุปกรณ์สวมใส่ ก็เสนอของบประมาณไม่ได้ เพราะตามระเบียบราชการแจ้งว่าไม่ใช่ หน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นที่จะนำ เทคโนโลยีมาใช้ อีกทั้งการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย
          "เมืองแสนสุขเป็นเมืองท่องเที่ยวและการศึกษา ระบบเศรษฐกิจจึงขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและภาคการท่องเที่ยว เมื่อการระบาดของโควิดทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงของเมือง แต่นวัตกรรมดิจิทัลที่โครงการฯ ใช้อยู่นั้นยังสามารถพัฒนาต่อได้ และถือเป็นโอกาสดีที่จะใช้เวลาในช่วงนี้ดำเนินการหารือหรือแสวงหาพันธมิตรรายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น"
          จากไอโอทีสู่เสาไฟฟ้าอัจฉริยะ
          นายณรงค์ชัย กล่าวอีกว่า บริบทความเป็นสมาร์ทซิตี้ของเมืองแสนสุข เน้นการใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในด้าน ต่างๆ เช่น ระบบการดำรงชีวิตอัจฉริยะที่มุ่งแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ระบบการ ดูแลสุขภาพอัจฉริยะเน้นแก้ไข ปัญหาด้านสุขภาพ ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะเน้นแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยทางชีวิตและทรัพย์สิน และ การท่องเที่ยว อัจฉริยะที่เน้นส่งเสริมการ ท่องเที่ยว
          ที่ผ่านมาได้นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) มาใช้ โดยได้รับความร่วมมือจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา บริษัท เดลล์คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนที่เห็นความสำคัญ ในการส่งเสริมการพัฒนา อุปกรณ์และระบบการแจ้งเตือนอัจฉริยะ
          อาทิ อุปกรณ์สายรัดข้อมือ อุปกรณ์ตัวส่งสัญญาณเตือนที่ ติดตั้งบนผนัง กล่องควบคุมที่ทำหน้าที่รับและส่งสัญญาณพร้อมทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์จับแก๊สรั่วภายในบ้าน หรือแม้กระทั่งโปรแกรมเชื่อมต่อสัญญาณฉุกเฉินสำหรับติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือของญาติ และหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมกันดูแลเหตุฉุกเฉิน
          นอกจากจะร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาที่เป็นแกนหลักที่ส่งเสริมโครงการในครั้งนี้แล้ว ล่าสุดได้ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำการวิจัยพัฒนาเปลี่ยนวัสดุสมาร์ทริสแบนด์แบบเดิมเป็นติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้ที่ใช้งานสามารถติดตามพิกัดตำแหน่งเจ้าของอุปกรณ์ได้
          ทั้งยังมีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ที่ได้เข้ามาศึกษาและสำรวจพื้นที่เมืองบางแสนเพื่อพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งการศึกษาควบคู่การท่องเที่ยว ในการกระตุ้นกลุ่มสตาร์ทอัพให้เข้ามายังพื้นที่เพื่อให้เกิดการร่วมมือกันมากขึ้น
          พร้อมกันนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำระบบเสาไฟฟ้าอัจฉริยะติดตั้งบริเวณชายหาด ที่รวมทุกเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบเสียงตามสาย อุปกรณ์ตรวจวัดค่าสิ่งแวดล้อม เบื้องต้นได้ประสานงานทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ อย่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างดำเนิน
          นอกจากนี ก็มีระบบแจ้งเตือนระดับน้ำในท่อที่ส่งสัญญาณให้ ปั๊มน้ำทำงานทันทีเพื่อไม่ให้มี น้ำท่วมขัง
          คีย์ความสำเร็จอยู่ที่ผู้บริหาร
          เทศบาลตำบลแสนสุข ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 20.3 ตารางกิโลเมตร เศรษฐกิจในพื้นที่ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวแถบชายทะเลเป็นหลัก แต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 2 ล้านคน มีค่าใช้จ่ายต่อหัวรวมค่าที่พักเฉลี่ย 2 พันบาท ทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งมีจำนวนนักศึกษากว่า 3 หมื่นคน จึงมีการจัดระเบียบเมืองและสร้างระบบสาธารณูปโภคที่ดีเพื่อรองรับคนจำนวนมาก
          "ความสำเร็จของสมาร์ทซิตี้นั้นจะต้องดูบริบทของเมืองนั้นๆ เพราะสมาร์ทซิตี้แบ่งได้หลายรูปแบบ จึงต้องดูว่าปัญหาของเมืองเกิดขึ้นจากอะไร ภารกิจเร่งด่วนคืออะไร ซึ่งถือเป็นนโยบายของผู้บริหารที่จะต้องนำไปพิจารณาว่าจะผลักดันให้เกิดสมาร์ทซิตี้รูปแบบใด เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ภาคประชาชน ในเมื่อประเทศไทยประกาศเป็นไทยแลนด์ 4.0 และโลกเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกวันนี้เราค่อนข้างมีความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีทุกประเภท จึงมองว่าหากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเหล่านี้สามารถช่วยในการ บริหารจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนใน พื้นที่ดีขึ้นเช่นกัน" นายณรงค์ชัย กล่าว