ICNคว้างานกฟภ.กว่า172ล้าน จ่อเซ็นสัญญาใหม่เพิ่ม800ล้าน

 “ICN” คว้างานติดตั้งอุปกรณ์โครงข่าย IP Access Network ภาคอีสานของกฟภ. 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 172 ล้านบาท ดันแบ็กล็อกพุ่ง 1,300-1,400 ล้านบาท จ่อเซ็นสัญญาโครงการใหม่เพิ่มอีกกว่า 800 ล้านบาท
          นายมนชัย มณีไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส จำกัด (มหาชน) หรือ ICN เปิดเผยว่า บริษัทรอเซ็นสัญญาโครงการใหม่เพิ่มอีก 1 โครงการ มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท หลังจากล่าสุดบริษัทชนะการประมูลงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวม 172.43 ล้านบาท และได้เซ็นสัญญาจ้างภายในเดือน มิ.ย. 2563
          โดย 2 โครงการดังกล่าว ประกอบด้วย งานจ้างเหมา ออกแบบ จัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์โครงข่าย IP Access Network (ส่วนต่อขยาย) พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่า 112.58 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และงานจัดซื้อพร้อมติดตั้งงานส่วนต่อขยายโครงข่าย IP Access Network (MPLS Router) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่า 59.85 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงานภายใน 480 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
          ทั้งนี้ จากการได้งานดังกล่าว ทำให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 1,300-1,400 ล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่กว่า 1,200 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในปี 2563 ประมาณ 50% ส่วนที่เหลือรับรู้รายได้ในปีถัด ๆ ไป ดังนั้น Backlog ในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากสิ้นปี 2562 ที่มี Backlog อยู่ที่ประมาณ 1,200-1,300 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้แน่นอน
          สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2563 บริษัทคาดว่าจะดีกว่าในช่วงไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11.89 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 230.99 ล้านบาท เนื่องจากงานที่รับรู้รายได้ไม่ทันในไตรมาส 1/2563 จะสามารถรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2563
          “ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2563 ไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็โอเค เพราะช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 2/2563 ยังไม่สามารถทำงานได้จากสถานการณ์โควิด-19 เพิ่งจะมาเริ่มงานได้ช่วงครึ่งหลังของไตรมาส 2/2563 จะดีก็น่าจะช่วงไตรมาส 3-4/2563” นายมนชัย กล่าว
          ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 บริษัทมีแผนเข้าร่วมประมูลในโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่สอดคล้องกับแผนธุรกิจหลักของบริษัท รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท คาดหวังได้งานประมาณ 50% จากมูลค่าดังกล่าว ดังนั้นบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2563 เติบโต 20% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 1,201.27 ล้านบาท
          ขณะที่ ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11.89 ล้านบาท ลดลง 44.73% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 21.52 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 230.99 ล้านบาท ลดลง 10.10% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 256.94 ล้านบาท