INSETงานประมูลICT-5Gจ่อกูรูเคาะกำไรทะลุเป้าโต22%

 ทันหุ้น-สู้โควิด - บล.เอเซีย พลัส ส่องกล้อง INSET คาดเริ่มเห็นงานประมูล ICT ทั้งภาครัฐ-เอกชนกลับมาหลังโควิด-19 ดีขึ้น ชี้ส่วนใหญ่เป็นงานลงทุน 5G แนะ "ซื้อ"เคาะกำไรปีนี้พุ่งขึ้น 22% มอง PER ยังต่ำ 10 เท่าราคาปัจจุบันมี Upside และ Yield สูง เมื่อเทียบคู่แข่งในตลาด แถม Backlog ยังแน่นกว่า 2 พันล้านบาท
          บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เผยแพร่บทวิเคราะห์ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET โดยแนะนำ "ซื้อ" ประเมินมูลค่าพื้นฐานอยู่ที่ 4.18 บาท อิง PER 16 เท่า สูงกว่า คู่แข่งที่มีลักษณะธุรกิจคล้ายคลึงกัน จากความสามารถรับงานหลากหลายกว่ากอปรกับ ราคาปัจจุบันมี Upside และ Yield สูง และมี PER63 ต่ำ 9.8 เท่า
          งานเริ่มกลับมา
          ทั้งนี้ ข้อมูลสำคัญล่าสุดอยู่ที่การที่เริ่มเห็นงานประมูล ICT ทั้งรัฐ, เอกชนกลับมา หลัง COVID-19 ดีขึ้น และส่วนใหญ่เป็นการลงทุนงานโครงสร้างพื้นฐาน 5G ซึ่ง INSET เชี่ยวชาญคือ งานเสา ไฟเบอร์ และ Data Center โดยอยู่ระหว่างประมูลหลายงาน ซึ่งจะต่อยอดงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog)  สิ้นไตรมาส 1/2563 ที่ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะหนุนในช่วงครึ่งปีหลัง ชดเชยผลกระทบ COVID-19 ต่อการส่งมอบงานในไตรมาส 2/2563 และช่วยต่อยอดการเติบโตในระยะกลาง-ยาว
          ฝ่ายวิจัยยังคงสมมติฐานรายได้ปี 2563 ที่ 1.4 พันล้านบาท โดยหากนับส่วนที่รับรู้แล้วในไตรมาส 1/2563 ที่ 220 ล้านบาท Backlog ปัจจุบันที่รับรู้ช่วงที่เหลือของปี 500-600 ล้านบาท ส่วนที่เหลือที่ต้องพึ่งงานใหม่อีกราว 600-700 ล้านบาท จากแนวโน้มการกลับมาเปิดประมูลงานดังกล่าว เชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้น ประกอบกับ สัดส่วนที่รับในปัจจุบันที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น จึงยังหนุนฝ่ายวิจัยเชื่อมั่นว่ากำไรนี้จะเติบโตตามคาดการณ์ที่ 22%
          ลุ้นคว้างาน 300 ล.
          ขณะที่นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะบริษัทจะรับรู้รายได้ และส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้มาก ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/2563 เป็นต้นไป ประกอบกับการลงทุนจากลูกค้าจะเห็นภาพที่ชัดเจนในช่วงรอยต่อของไตรมาส 3-4 ตามงบประมาณของภาครัฐที่ทยอยออกมาแต่ละปี ประกอบกับช่วงต้นปีบริษัทได้งานการจำหน่ายเสา และสายสื่อสาร คาดจะส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้ในช่วงไตรมาส 3 จำนวนมาก
          นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานใหม่อีก 300 ล้านบาท ซึ่งยื่นเสนอราคาไปในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีโอกาสจะได้งานใหม่ค่อนข้างสูง เนื่องจากบริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกันนี้จะพยายามรักษาระดับ Backlog สิ้นปี 2563 ให้อยู่ที่ระดับ 2 พันล้านบาท จากการประมูลงานใหม่เข้ามาในแต่ละไตรมาส
          มีสัญญาณงบนิวไฮ
          "เราประเมินว่าหากช่วงไตรมาส 2/2563 หรือไตรมาส 3/2563 สามารถหางานใหม่เข้ามาเพิ่ม และสามารถรับรู้รายได้เข้ามาภายในปีนี้ จะสนับสนุนรายได้ปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 10-15% และสร้างสถิติสูงสุดใหม่ โดยปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ราว 600-700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้ไปถึง 5 ปี (2567)" นายศักดิ์บวรกล่าว
          โดยบริษัทรับรู้เป็นรายได้แล้วในช่วงไตรมาส 1/2563 ราว 200 กว่าล้านบาท อนึ่ง 3 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมีรายได้รวม 221 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 20.04 ล้านบาท ส่วนปี 2562 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 1.21 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 120.12 ล้านบาท