ฉะ"Thaiflix" โปรเจกต์ รมว.สู้ "Netflix" เสี่ยงขายหน้าทั่วโลก ไม่พร้อมอย่าทำ!!

ฉะ"Thaiflix" โปรเจกต์ รมว.สู้ "Netflix" เสี่ยงขายหน้าทั่วโลก ไม่พร้อมอย่าทำ!!
          รัฐบาลไทยผุดไอเดียสร้างแพลตฟอร์ม "Thaiflix" หวังดันอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ให้เป็นผู้นำโลกดิจิทัล ร้อนถึงนักวิชาการด้านสื่อมวลชน ต้องออกมาเบรก อย่าให้ทั่วโลกมาดูถูกได้ว่า เมืองไทยทำได้แค่นี้!!
          หวังตีตลาดสู้ "Netfilx" ขยายต่างชาติ
          "คุณจะทำ Thaifilx หมายถึงมันเข้าระบบออนไลน์ไปทั่วโลกนะ ต้องคิดถึงตรงนั้น มันชื่อ Thaifilx จริง แต่คุณต้องโชว์ได้ในความเป็นประเทศไทย."
          ผศ.ดร.พรทิพย์ เย็นจะบก อ.ประจำภาควิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นกรรมการสื่อสารมวลชน ยูเนสโกประเทศไทย ได้เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live  และช่วยวิเคราะห์ถึงทิศทางพฤติกรรมคนดูในปัจจุบัน
          หลัง "พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์" รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผุดไอเดียจะสร้าง "แพลตฟอร์มไทย" แข่งกับแพลตฟอร์มต่างประเทศ โดยสร้าง "Thai flix" ขึ้นมา ในลักษณะคล้ายกับ "Netflix" ไว้รวบรวมคอนเทนต์ดีๆ ไว้ด้วยกัน และสามารถเป็นอีกช่องทาง ตีตลาดต่างประเทศ เพื่อจะทำให้แพลตฟอร์ตของไทยนี้ ขยายไปต่างประเทศได้
          โดยยกตัวอย่างว่า เมื่อมีแพลตฟอร์ม Netflix ได้ ก็สามารถทำให้มีช่องทางในลักษณะเปรียบเทียบเป็น  Thaiflix ได้เช่นกัน
          "ทำไมประเทศไทยถึงไม่มีแพลตฟอร์มของคนไทย ทั้งโซเชียลมีเดียและบริการทางออนไลน์ต่างๆ เราต้องไปใช้แพลตฟอร์มของต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ เม็ดเงินจากอุตสาหกรรมโฆษณา หรือการค้าขายทางออนไลน์ก็ไหลไปต่างประเทศหมด"
          อย่างไรก็ดี แพลตฟอร์มดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนทั้งระบบ ส่วนรัฐบาลควรมีบทบาทเป็นเพียงเจ้าภาพสนับสนุนงบประมาณ เนื่องจากที่ผ่านมา แพลตฟอร์มที่ทำโดยรัฐไม่ได้รับความนิยมมากนัก
          ขณะที่ทางด้านกรรมการสื่อสารมวลชนมองว่า ถ้าไทยเอาไอเดียนี้ไปลงทุนจริง คงสู้ทางต่างประเทศไม่ได้ เพราะไทยยังถูกปิดกั้น และมีข้อจำกัดในการผลิตงานต่างๆ อีกทั้งพฤติกรรมคนเสพสื่อมีการเปลี่ยนแปลง
          "เอาเป็นว่าอาจารย์ห่วงเรื่อง content ห่วงเรื่อง โปรดักชั่น ห่วงเรื่องดารา บททั้งหลาย กลัวไม่ถึงแล้วมันเป็นการขายหน้า ตราบใดที่คุณคิดว่าจะมีแพลตฟอร์มนี้ ช่วยดูทีมที่จะเป็นโปรดักชั่น แล้วเขาสามารถถึงช่องไหนทำได้ ทีมบริษัทไหนทำได้ น่าจะให้คนที่พร้อม ไม่ใช่ Thaifilx มาเป็นแบบตลกฮากันหมด แล้วมุกตลกมันไม่เข้าบริบท ที่จะไปทั่วโลกได
          คือ สิ่งที่จะทำสื่อขึ้นมา มันไม่ได้เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม ครูคิดว่าเกี่ยวกับ content มันน่าสนใจไหม โปรดักชันมัน ยิ่งใหญ่พอไหม ดาราแสดงถึงไหม ตัวนั้นนั่นเอง เป็นตัวที่ ไม่เชื่อลอง 2-3 เรื่อง คนไม่ตาม
          ถ้า Netfilx ที่เขาขายกันเรื่องหมอ ไทยทำไม่ได้แน่นอน เพราะว่าไม่ถึงเรื่องตัว content จะมาวินิจฉัยโรค จะมาจำลองการผ่าตัดก็ไม่ได้ สืบสวน สอบสวน ที่ลง Netfilx และที่เราติดตามเป็นซีรีส์ทั้งหลาย ชาติอื่นเขาแตะตัวละครที่เป็นตำรวจ แตะตัวละครที่เป็นอัยการ ทนาย ผู้พิพากษาได้หมด นักการเมืองได้หมด คือ เขาปล่อยหมด พวกนี้คอร์รัปชัน พวกนี้เลวแล้วทำให้เกิดปัญหาความไม่ยุติธรรม กฎหมายไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นเขาตีแผ่ได้หมด
          ตีแผ่ประวัติศาสตร์ได้หมด คนในประวิติศาสตร์ อาจจะไม่ดีก็ได้ แง่มุมที่มันไม่ดี คือไปดู Netfilx ก็จะเห็นว่าเรื่องเขาถึง  โปรดักชันได้ ดาราได้ อย่างดาราฮอลลีวูด ดารา Oscar ทั้งหลายก็ลง Netfilx อาจารย์ไม่ห่วงเรื่องแพลตฟอร์ม เรื่องระบบ ไม่ได้มีปัญหา แต่ตราบใดที่เรื่องยังไม่ทำบทให้ลึก ยังไม่ทำบทให้น่าสนใจ ไม่ใช่ไป copy บทเขามา ดารายัง Acting ไม่ได้ เล่น 5 เรื่องหน้าเหมือนเดิม Acting เหมือนเดิม อารมณ์ไม่มา น้ำเสียงไม่ได้ ฉากไม่ถึง มันจะยิ่งเป็นการโชว์ด้านไม่ถึงของเมืองไทย"
          เช่นเดียวกับเพจ "Drama -addict" ที่ออกมาคัดค้านความคิดนี้เช่นกันทั้งนี้ที่มีการแชร์ถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยมอง ว่าธุรกิจด้านนี้มีการแข่งขันสูงมาก คอนเทนต์ของประเทศไทยยังไม่แข็งแรงพอที่จะทำแพลตฟอร์ตนี้ขึ้นมาได้
          "อย่า!!! 1. ตลาดนี้แข่งขันกันแหลกราญมาก ตอนนี้มีกี่เจ้าวะ Netflix disney+ AmazonPrime AppleTV+ HBOgo iflix flixer แต่ละแอปมีกลยุทธ์แบบ สร้าง exclusive content, ลดแลกแจกแถมกันเละเทะ จะเข้าสู่ตลาดนี้ ถ้าไม่มีอะไรที่เจ๋งจริงๆ ไปไม่รอดแน่ เอาง่ายๆ อย่างตอนนี้สมัคร Netflix / HBO go ยังดูไม่คุ้มเลย คงไม่สมัครเจ้าอื่นเพิ่มไปกว่านี้แล้ว
          2. content ที่เรามีไม่ได้แข็งขนาดนั้น ของเราขายจีนยังพอไหว เห็นคนจีนชอบดูหนังไทยละครไทย แต่จะให้เขามุด vpn ออกมาใช้ platform ไทยต้องถามว่า content ที่เรามีมันเจ๋งขนาดให้เขาทำงั้นเลยเหรอ"
          "ละคร-ซีรีส์ไทย" วนอยู่ในอ่าง ยังไม่พร้อมโกอินเตอร์!?
          "1. ลงทุนก็ไม่เยอะ 2. ข้อจำกัดเรื่องดารา มีดาราเก่ง แต่พอบทไม่ได้ เรื่องไม่ได้ เขาก็เล่นได้เท่าที่เขาเล่น ช่องเขาต้องการแค่นี้ เขาก็จะเป็นแบบนี้"
          ถามว่าวงการบันเทิงไทยยังขาดอะไร  ทำไมถึงไม่ควรเสี่ยงลงทุนทำแพลตฟอร์มใหม่ ส่งออกต่างประเทศ อาจารย์ประจำภาควิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศมองว่า คนไทยไม่มีความพร้อมในการผลิตแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมา เพราะขาดด้านโปรดักชัน, บท, นักแสดง และไม่มีเงินสนับสนุน
          "ดูแล้วนึกถึงโปรดักชันเมืองไทยไม่ออกว่าใครถึงทำได้ ถ้าทำถึงทำได้จริง ก็ไม่อยากให้มีมาเฟีย กลายเป็นว่า Thaifilx มีพื้นที่อยู่ 100 แต่เส้นใหญ่มาเฟียดีผมขอ 50 ก็จะมีแบบนี้
          คือ คิดว่าอาจจะเป็นบริษัทใหญ่ที่ Big entertainment เมืองไทย แล้วพอสร้างขึ้นมาเขาก็จะเอาพื้นที่ ที่เยอะกว่าบริษัทอื่น เพราะจริงๆ เขาก็มีความพร้อมด้านการเงิน และเข้าก็คิดว่าโปรดักชันเขาได้ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ถ้าทำแล้วต้องแฟร์กับทุกองค์กร ทุกหน่วย แต่พอโปรดักชันไม่ถึง ไม่ได้
          บริษัทเล็กๆ อาจจะหลบไป ก็จะเหลือบริษัทใหญ่ด้วยธรรมชาติที่บริษัทใหญ่เขาอาจจะทุ่มทุนของโปรดักชัน มีตัวละครดีๆ เพราะฉะนั้นที่บอกว่ายังไม่สนับสนุน เพราะว่าไม่แน่ใจว่าเรื่องที่มันจะเกิดขึ้นในซีรีส์ต่างๆ มันยังวนอยู่กับ แพตเทิร์นเดิมๆ เน่าๆ เดิมๆ อยู่ไหม
          คุณช่วยไปดูแพตเทิร์นของ Netfilx ที่มันอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนก็ตาม เขาหลบเรื่องราวในแต่ละเรื่อง แต่ในตัวรายละเอียดแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน"
          ไม่เพียงเท่านี้เธอมองว่าหากจะผลิตแพลตฟอร์ม Thaifilx ขึ้นจริงจะต้องรู้เท่าทันละครในไทย หากทำไปแล้ว อาจจะส่งให้ต่างประเทศ มองไทยไร้ประสิทธิภาพ ชี้ถ้าไม่เจ๋งจริง ทำไม่รอด
          "ยังไม่ใช่ตอนนี้  ไม่เชื่อก็ให้ผู้รู้ทั้งหลาย ด้านการแสดง ด้านการวิเคราะห์ประเมินค่าละคร ซีรีส์อะไรก็ได้มานั่งดูว่าเท่าที่มีอยู่ในตลาดเมืองไทย โปรดักชัน ผู้กำกับคนไหนที่คิดว่าถึงและดี พอที่จะสู้ได้อาจารย์ว่าอย่างมากไม่เกิน 3 คนในประเทศไทยนะ.
          ตอนนี้ยังสู้ไม่ได้ เพราะชาติที่มันอยู่ใน Netfilx คือ ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศสก็มี เยอรมันก็มี รัสเซียก็มี มันก็จะเป็นหนัง เป็นซีรีส์ อย่างที่บอกสิ่งที่จะดีบทต้องดี แต่เท่าที่ดูมากี่เรื่องละครไทย บทยังไม่ดี ยังไม่ลึก
          และเมื่อส่งต่อเป็นนักแสดงเอาบทนี้ไปใส่ Acting ของนักแสดง นักแสดงแสดงไม่ได้ มันสามารถทำให้เชื่อได้ว่าเขาเป็นตัวละครตัวนั้น อย่าเพิ่งได้ไหม รอให้ไทยพัฒนาด้านบท ด้านโปรดักชันอีกสักนิดนึง แต่ก็รู้ว่าอีกกี่ปีนะ"
          สุดท้ายเธอยังย้ำให้ฟังอีกว่า ไทยจะต้องมีความพร้อมก่อน ถึงจะทำแพลตฟอร์มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะทุกวันนี้ตลาด ละคร ซีรีส์ของไทยยังไม่ถึงจุดที่พัฒนา และก้าวผ่านจากจุดเดิมที่เคยยืนอยู่
          "คือ จริงๆ ต้องคำนึงถึงว่าถ้า Thaifilx เกิดขึ้น มันจะกระจายไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นขอให้มีความพร้อมก่อน ระบบพร้อมและเร็ว คิดว่าพร้อมสำหรับเมืองไทย
          เทคโนโลยีพร้อมและทัน แต่สิ่งที่จะต้องเตรียม คือ คนที่จะมาทำโปรดักชันใส่ไปในนั้น พร้อมเรื่องบท พร้อมเรื่องของดารา นักแสดง บทเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อที่การกำกับการแสดงจะต้องถึง ผู้กำกับต้องได้ อยากให้พัฒนาบุคลากรให้พร้อม ทุกด้านมากๆ เพื่อเป็นชี่อเสียงของประเทศ ไม่ว่าเปิดตัวไปแล้วมันไม่จ๊าบ หรือว่าไม่ถึงมาตรฐานที่ควรจะเป็น
          เราต้องคำนึงถึงว่าทุกชาติทั่วโลกมีสิทธิ์เข้ามาดู แล้วอย่าให้เขามาบอกว่าเมืองไทยได้แค่นี้เหรอ คือ ห่วงมากกว่า แต่ตราบใดเมื่อทุกท่านบอกว่าพร้อมแล้ว กระบวนการผลิตคิดว่าพร้อมแล้ว ก็น่าจะสนับสนุนค่ะ" .

          บรรยายใต้ภาพ 
          ผศ.ดร.พรทิพย์ เย็นจะบก