สุดเจ๋ง!ระบบเครือข่ายCCTVสายพันธุ์ไทย

ระบบรักษาความปลอดภัยใน
          ปัจจุบัน ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) คือ หลักฐานสาคัญที่ใช้ประเมินวิเคราะห์เหตุการณ์หรือแม้แต่ เป็นหลักฐานในการดาเนินคดี ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจานวนมาก ตามการขยายตัวของเมืองปริมาณ ข้อมูลก็มีมากขึ้นตามจานวนของกล้องวงจรปิด
          ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา เช่น กรุงเทพ มหานคร มีกล้องวงจรปิดประมาณ 57,000 ตัว (ณ ปี 2558) การส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลและการค้นหาข้อมูลจึงเป็นปัญหาสาคัญ จากปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดผล กระทบในการจัดการระบบขนาดใหญ่ ทาให้การใช้งานระบบกล้องวงจรปิดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การได้ข้อมูลเหตุการณ์ล่าช้า ต้องใช้เจ้าหน้าที่จานวนมากในการสืบค้น
          อาจารย์ปัญญา  เหล่าอนันต์ธนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เช่นกัน จากมีถึง 4 วิทยาเขต ขนาดของพื้นที่ จานวนคนและจานวนรถ ขยายตัวเป็นปริมาณมาก การดูแลให้ทั่วถึงทาได้ลาบากขึ้น
          เทคโนฯใหม่รวดเร็วแม่นยำ
          ดังนั้นทางคณะ จึงได้พัฒนาระบบเครือข่ายกล้อง CCTV ปัญญาประดิษฐ์ ขนาดใหญ่ สายพันธุ์ไทยขึ้น เริ่มต้นจาก "ต้นน้ำ" ของข้อมูล คือ ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อควบคุมเรื่องคุณภาพของภาพขนาดของข้อมูลให้เหมาะสม และเพิ่มความสามารถพิเศษให้กับกล้องวงจรปิด เช่น การวิเคราะห์ภาพภายในตัวกล้อง การส่งเสียงเตือน การควบคุมระบบพลังงานไฟฟ้าภายในกล้อง ทางทีมพัฒนาจึงเลือกที่จะพัฒนากล้องวงจรปิดโดยใช้ Platform Open Hardware และพัฒนาระบบปฏิบัติการของกล้องวงจรปิดขึ้นมาเอง มีการใช้ AI แบบ Deep Learning วิเคราะห์ภาพตั้งแต่ต้นทางที่ตัวกล้อง โดยทาหน้าที่เหมือนเป็น IoT แบบ Edge Computing คือคัดแยกประเภทวัตถุในภาพทาที่ตัวกล้อง เพื่อจะได้ลดภาระงานทางฝั่ง Server และส่ง Data ที่นอกเหนือจากการ Steam ส่งภาพ VDO มาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังส่งประเภทวัตถุที่เจอในภาพพร้อมบอกชนิด พิกัด ขนาด สี ฯลฯ ออกมาด้วย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์เหตุการณ์และการจัดเก็บ นาไปสู่การค้นหาที่รวดเร็วและแม่นยา
          การประยุกต์การใช้งาน
          จะตั้งต้นด้วยข้อมูลจากภาพ เช่น การแยกประเภทของวัตถุภายในภาพ (รถยนต์ส่วนบุคคล, รถบรรทุก, จักรยาน, มอเตอร์ไซด์, คน ฯลฯ) การวิเคราะห์คุณลักษณะของวัตถุ (ใบหน้า, สีรถ, ทะเบียนรถ) การวิเคราะห์พฤติกรรมของวัตถุ (การเดิน, ความเร็วของรถ, ทิศทางของรถ ,นับจานวนปริมาณรถแบบ แยกประเภท) ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้จะถูกนาไปวิเคราะห์เหตุการณ์ นอกจากการใช้งานด้านความปลอดภัยแล้ว ยังสามารถใช้วิเคราะห์สภาพการจราจร ตรวจจับผู้กระทาผิดกฎจราจร และสามารถประยุกต์ใช้งานด้านการเกษตรได้ เช่น การตรวจโรคพืช นับปริมาณ ตรวจคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ฯลฯ
          "ระบบกล้อง cctv ของเราต้นทุนต่อตัวประมาณ 25,000 บาท เทียบกับกล้อง cctv ภายนอกอาคารแบบมุมมองคงที่ราคากลางของกระทรวงดิจิทัลฯ 58,000 บาทต่อตัว(ยังไม่มี AI) ซึ่งในเมืองไทย ยังไม่สามารถออกราคากลางของกล้องที่มี AI ได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่ราคาตามท้องตลาดจะสูงมากระดับ 100,000 บาทขึ้นไป ยิ่งกล้องใด มี AI แยกวัตถุได้มากชนิดก็ยิ่งแพงตามจานวน license software แยกแยะเป็นชนิดๆ ยังไม่นับระบบคอมพิวเตอร์ การจัดเก็บ การวิเคราะห์ทางฝั่ง server ผมใช้คาว่า ระบบ cctv ไม่ใช้คาว่า กล้อง cctv เพราะคาว่าระบบ จะรวมทั้งกล้อง อุปกรณ์ network อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ด้านฝั่ง Server ด้วย พวกนี้แพงๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะ software ฝั่ง Server ก็แพงบวกเข้าไปอีก ซึ่งในต่างประเทศ software เหล่านี้ระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป ยิ่งจานวนกล้องเยอะเท่าไร ราคาก็จะถูกบวกตามจานวนกล้อง แต่ Software นี้ เราทาเองได้แล้ว ราคาแค่ระดับ 1 ล้านบาท"
          ความคืบหน้าขณะนี้ได้ติดตั้งระบบเสร็จหมดแล้ว ที่ ม.เกษตรฯวิทยาเขตบางเขน และศรีราชา รวม 200 กล้อง ยังเหลือวิทยาเขตกาแพงแสน และสกลนครที่จะทาต่อไป คาดโดยรวมจะเกือบ 1,000 กล้อง ที่ประดิษฐ์ทากันเอง และกาลังดาเนินการจดสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ กล้อง cctv ของเราสามารถทาเป็นระดับเมือง ระดับองค์กรได้ ปัจจุบันมีโรงงานติดต่อจะช่วยผลิตกล้องให้ และสานักงานตารวจแห่งชาติ (งานจราจรและงานอาชญากรรม) กระทรวงกลาโหม กทม. และ จังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคง และบริษัทรักษาความปลอดภัยกาลังติดต่อประสานงานกันอยู่ในการติดตั้งระบบ
          Software นี้ เราทำเองได้แล้ว ราคาแค่ระดับ 1 ล้านบาท