INSETส่งสัญญาณไตรมาส2ฟื้น มีลุ้นคว้างาน500ล.เติมพอร์ต

ทันหุ้น-สู้โควิด - INSET เผยทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/63 จะกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้น แย้มอยู่ระหว่างลุ้นผลชิงงานใหม่มูลค่า 300-500 ล้านบาท คาดชัดเจนเร็วๆ นี้ ฟากบิ๊กบอส "ศักดิ์บวร พุกกะณะสุต" ลั่นหากได้งานหนุนรายได้ปีนี้โตตามนัด 10-15% และสร้างสถิติสูงสุดใหม่ อวดแบ็กล็อกเฉียด 1.9 พันล้านบาท กินยาว 5 ปี
          นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET เปิดเผยว่าบริษัทประเมินทิศทางธุรกิจและแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2563 จะกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาครัฐเริ่มขยับเวลาเคอร์ฟิวจาก 22.00 น. เป็น 23.00 น. ทำให้บริษัทเห็นโอกาสการทำงานติดตั้งงานเสาให้กับลูกค้าได้มากขึ้น เพราะเวลาการทำงานหลักๆ คือช่วงกลางคืน ประกอบกับบริษัทเริ่มเห็นทิศทางการประมูลงานใหม่จะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
          ลุ้นงานใหม่ 500 ล้าน
          ปัจจุบันบริษัทยื่นเสนอราคา เพื่อประมูลงานใหม่ไปแล้วมูลค่ารวมราว 300-500 ล้านบาท คาดจะเห็นความชัดเจนเร็วๆ นี้ หากเป็นไปตามแผน และบริษัทได้งานใหม่ คาดจะเซ็นสัญญาภายในไตรมาส 2/2563 และเริ่มส่งมอบงานพร้อมกับรับรู้เป็นรายได้เข้ามาในไตรมาส 3 หรือ 4 นี้
          ขณะเดียวกันบริษัทคาดมูลค่างานโครงการถัดไปจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับหลักพันล้านบาท ซึ่ง INSET พร้อมจะเข้าประมูลงานใหม่ เนื่องจากบริษัทมีเงินสดในมือ จากการระดมทุนขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเป็นครั้งแรกให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ราว 340 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 20 ล้านบาท สำหรับเงินส่วนที่เหลือคาดจะเพียงพอในการใช้สำหรับรับงานใหม่เข้ามา
          บริษัทพร้อมเข้าร่วมประมูลงานด้านโทรคมนาคมของภาครัฐและเอกชน อีกทั้งเดินหน้าติดตั้งระบบอย่างต่อเนื่อง หลังค่ายมือถือแต่ละแห่งเข้าสู่โหมดการลงทุนรอบใหม่หลังได้รับใบอนุญาตคลื่น 5G และคาดทิศทางธุรกิจและผลประกอบการครึ่งปีหลังปี 2563 จะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะบริษัทจะรับรู้รายได้และส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้มากตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/2563 เป็นต้นไป ประกอบกับการลงทุนจากลูกค้าจะเห็นภาพที่ชัดเจนในช่วงรอยต่อของไตรมาส 3-4/2563 ตามงบประมาณของภาครัฐที่ทยอยออกมาแต่ละปี ประกอบกับช่วงต้นปีบริษัทได้งานการจำหน่ายเสา และสายสื่อสาร คาดจะส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้ในช่วงไตรมาส 3 เป็นจำนวนมาก
          หนุนรายได้โต 15%
          ทั้งนี้บริษัทประเมินว่าหากช่วงไตรมาส 2/2563 หรือไตรมาส 3/2563 บริษัทสามารถหางานใหม่เข้ามาเพิ่ม และสามารถรับรู้รายได้เข้ามาภายในปีนี้ หากจะสนับสนุนผลประกอบการ หรือตัวเลขรายได้ปีนี้ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 10-15% และสร้างสถิติสูงสุดใหม่ โดยปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) เกือบ 1.9 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ราว 600-700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้ไปถึง 5 ปี (2567)
          โดยบริษัทรับรู้เป็นรายได้แล้วในช่วงไตรมาส 1/2563 ราว 200 กว่าล้านบาท อนึ่ง 3 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมีรายได้รวม 221 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 20.04 ล้านบาท ส่วนปี 2562 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 1.21 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 120.12 ล้านบาท
          บรรยายใต้ภาพ
          ศักดิ์บวร พุกกะณะสุต