จ่ายเยียวยา"อสมท"ทำพิษ กสทช.เสียงแตกยื้อลงมติ

 หวั่นโดนม.157เร่งจัดประชุมนัดพิเศษสรุปสัปดาห์หน้า
          กรุงเทพธุรกิจ  บอร์ดกสทช.ถกเดือด หาทางออกเยียวยา อสมท นัดประชุมครั้งหน้าฟันธงต้องจบแล้ว หลังวันนี้มีมติ 2 : 2 ไม่เอกฉันท์ สรุปวงเงินที่ได้รับตั้งแต่ 1,000-4,275 ล้านบาท ด้าน "เขมทัตต์" ยืนยันความบริสุทธิ์แจงยิบที่ผ่านมาทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์มาตลอด ระบุประเด็นการไม่กำหนดส่วนแบ่งค่าชดเชยเยียวยา เป็นส่วนที่คู่สัญญาหรือผู้เสียหายรายอื่นต้องไปเรียกร้องเอง
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า วานนี้ (27 พ.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. ยังไม่สามารถลงมติสรุปกรอบวงเงิน เยียวยาการเรียกคืนคลื่นความถี่ ทดแทน ชดใช้ และจ่ายค่าตอบแทน ในย่านความถี่คลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ ที่สำนักงาน กสทช.ได้นำคลื่นดังกล่าวมาจัดประมูล 5จีไปเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้กับ บมจ.อสมทได้ ทั้งที่จริงๆแล้ว การประชุมควรจะได้ข้อยุติ เพราะเรื่องนี้กินเวลา ยาวมาก เนื่องจากเสียงกรรมการกสทช. ที่ลงมติมีเพียง 2:2 ไม่เกินกึ่งหนึ่งของ ผู้เข้าประชุม และหากยังไม่ได้ข้อสรุป อาจจะผิดกฎหมายม.157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
          โดยพ.อ.นที สุกลรัตน์ รองประธานกสทช.ขอถอนตัวออกจากที่ประชุมเพราะไม่ต้องการลงมติเรื่องนี้ ต้องการให้ อสมท ทำหนังสือกลับมาใหม่ว่าต้องการให้ใคร เป็นผู้แบ่งเงินเยียวยาให้กับบริษัท เพยล์เวิร์ก คู่ค้าในการใช้คลื่นของอสมท และต้องการให้แบ่งในสัดส่วนเท่าไรและอย่างไร ขณะที่นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.ไม่ขอลงมติใดๆ และแม้บอร์ด กสทช.ได้เรียกให้นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้จัดการใหญ่อสมทมาชี้แจงแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
          นายฐากร กล่าวว่า เมื่อที่ประชุม กสทช. มีมติเป็น 2 : 2 เสียงจึงไม่เข้าระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ข้อ 41 (2) กรณีเป็น การวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นอื่นนอกเหนือจากประเด็นใน (1) ต้องได้รับมติพิเศษ กล่าวคือ ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยปัจจุบันมี กสทช. ปฏิบัติ หน้าที่รวม 6 คน เสียงกึ่งต้องมีเสียง อย่างน้อย 3 คน เมื่อมีมติเป็น 2 : 2 จึงไม่เข้าตามระเบียบข้อนี้ ประธาน กสทช. จึงไม่สามารถออกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดได้ ที่ประชุม กสทช. จึงมีมติให้นำเรื่องดังกล่าวส่งให้อนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กสทช. พิจารณาต่อไป โดยจะผลักดันให้เข้าสู่การพิจารณาต่อที่ประชุมกสทช.ในสัปดาห์หน้า
          ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางที่ 1 ที่พิจารณาเยียวยาอสมท ที่มีระยะเวลา 3 ปี อยู่ที่ 1,010 ล้านบาท แนวทางที่ 2 มีระยะเวลาเท่ากับ 6 ปี 5 เดือนอยู่ที่ 3,235 ล้านบาท และแนวทางที่ 3 ระยะเวลาการถือครอง คลื่นความถี่ที่เหลืออยู่ เท่ากับ 8 ปี 6 เดือน มูลค่าของการทดแทน ชดใช้ หรือจ่าย ค่าตอบแทนรวมอยู่ที่ 4,275 ล้านบาท ซึ่งบอร์ดก็มีเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ว่าสรุป อสมทควรเงินที่เท่าไร และจะแบ่งสัดส่วนเท่าไรให้แก่เพยล์เวิร์ก
          ด้านนายเขมทัตต์ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ทุกการกระทำในเรื่องนี้และ เรื่องอื่นๆ ทุกเรื่อง ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ ตามกรอบอำนาจและความรับผิดชอบ ที่ถูกต้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ องค์กรเป็นหลักมาโดยตลอด
          ทั้งการพยายามลดค่าใช้จ่ายของ องค์กร การปราบปรามทุจริตในองค์กร และ การพยายามสร้างรายได้และกำไร เพิ่มให้องค์กรตลอดระยะเวลาที่รับ ภารกิจอยู่ รวมไปถึงการลดความเสี่ยง ทางกลยุทธ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ใน อนาคต อย่างเช่น เรื่องการรักษาผลประโยชน์เฉพาะในส่วนของ อสมท โดยไม่ไปลิดรอนสิทธิ์ของคู่สัญญาด้วยการยอมรับวิธีการกำหนดส่วนแบ่งของ กสทช. เพราะจะนำไปสู่ข้อพิพาทในอนาคตระหว่าง อสมท และคู่สัญญา ซึ่งจะทำให้ทั้ง อสมท และคู่สัญญาไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเงินชดเชยเยียวยาได้
          ดังนั้นกรณีประเด็นเรื่อง "การไม่ กำหนดส่วนแบ่งค่าชดเชยเยียวยา" จึงเป็น การเข้าใจที่คลาดเคลื่อน พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง และผิดหลักกฎหมาย และการบริหารความเสี่ยง เพราะตน ยืนยันเสมอว่า อสมท ต้องได้รับการชดเชยเยียวยาเท่าที่เราเสียหาย/เสียโอกาสจริง ส่วนคู่สัญญาหรือผู้เสียหายรายอื่น ก็เป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องไปเรียกร้องในส่วนของตัวเอง