ITELฮุบโปรเจ็กต์ใหญ่135ล. มั่นใจผลงานปีนี้ทำนิวไฮ

ทันหุ้น-สู้โควิด - ITEL คว้า 2 โครงการใหญ่ จากกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย มูลค่า 135.58 ล้านบาท หนุนผลงานปีนี้โตโดดเด่น ปักเป้ารายได้ 2.4 พันล้านบาท หลังตุนงานในมือสูง 4,378 ล้านบาท ทยอยรับรู้ต่อเนื่องข้ามปี ด้านเอ็มดี "ณัฐนัย อนันตรัมพร" เผยไตรมาส 2/2563 เตรียมรุกงานใหญ่ต่อเนื่อง มั่นใจดันผลงานปีนี้ทุบสถิติใหม่
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า บริษัทได้รับคัดเลือกทำงานโครงการใหญ่ จำนวน 2 โครงการจากกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และได้เข้าลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา รวมมูลค่า 135,584,460 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1. ลงนามในสัญญางาน ซื้อพร้อมติดตั้งชุดวิทยุไมโครเวฟ แบบ IP พร้อมอุปกรณ์ประกอบระบบ ตามโครงการจัดหาชุดวิทยุไมโครเวฟ แบบ IP พร้อมอุปกรณ์ประกอบระบบ มูลค่าโครงการรวม 85,897,460.00 บาท
          มั่นใจผลงานโตเด่น
          และ 2. ลงนามในสัญญางาน ซื้อชุดวิทยุไมโครเวฟ (ส่วนต่อขยาย) พร้อมติดตั้ง มูลค่า 49,687,000.00 บาท โดยมีกำหนดการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 270 วัน และ 240 วัน ตามลำดับ ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดงานบริการโครงข่ายของบริษัท แสดงถึงความมั่นใจในศักยภาพโครงข่ายของบริษัท ที่มีคุณภาพและมีเสถียรภาพ ทำให้สามารถรับงานได้อย่างต่อเนื่อง และจะช่วยเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันให้สูงขึ้น
          โดยปีนี้จะเป็นปีที่รายได้มีการเติบโตอย่างโดดเด่นอีกปีหนึ่ง ทั้งนี้ เมื่อมีการลงนามในสัญญาดังกล่าวแล้ว จะทำให้บริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4,378.23 ล้านบาท จาก Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 4,079.74 ล้านบาท
          ปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ 4,378.23 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมงานโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยเข้ามาในครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยบวกมาจากที่ บริษัท สามารถผลักดันยอดขายจากลูกค้าที่เข้ามาใช้งานบริการโครงข่ายได้เพิ่มสูงขึ้น และสามารถรักษาฐานลูกค้าในปีก่อนไว้ได้ อันเนื่องมาจากประสิทธิภาพของโครงข่ายและเสถียรภาพของการให้บริการที่เหนือกว่าคู่แข่งขันรายอื่นในตลาด ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
          อนาคตสดใส
          "จากการที่บริษัทได้รับการพิจารณาให้ดำเนินโครงการจากกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจในศักยภาพของบริษัท และเสถียรภาพของโครงข่าย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของบริษัท และถือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในอนาคตเติบโตมากขึ้น" นายณัฐนัยกล่าว
          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ลุกลามและขยายไปวงกว้างจนรัฐบาลต้องประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 นั้น แม้ว่า ITEL จะได้รับอานิสงส์บวกจากการเพิ่มขนาดช่องสัญญาณ (Bandwidth) เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่สูงขึ้น ภายใต้การจัดทำแผน BCP (Business Continuity Plan) สำหรับบริษัทที่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติงานสำรองขึ้น แต่เนื่องด้วยลักษณะงานบางประเภทของบริษัทที่ต้องติดต่อกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่บางแห่งเข้าข่ายสถานที่เสี่ยงที่ต้องปิดกิจการ ทำให้การเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่นั้นๆ ค่อนข้างเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งส่งผลต่อการเลื่อนรับรู้รายได้ในแต่ละโครงการ รวมถึงการขยายฐานหาลูกค้าเพิ่มเติม
          มีโอกาสฟื้นตัวรับ 5G
          อย่างไรก็ดีทางฝ่ายประเมินว่าหากสถานการณ์คลี่คลายลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผลการดำเนินงานของ ITEL คาดมีโอกาสจะกลับมาฟื้นตัวจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีของบริษัทต่างๆ เพื่อรองรับยุค 5G หลังจากการประมูลคลื่นของ กสทช. เสร็จสิ้นแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ตลอดจนการเข้าร่วมประมูลงานใหม่ๆ ที่คาดจะมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตร เพื่อเข้าไปรับงานวางระบบโครงข่าย รวมถึงการพัฒนาโซลูชั่น 5G เพื่อต่อยอดสำหรับการเข้าประมูลโครงการ "Tele Health" ของ กสทช. ซึ่งถือเป็นส่วนต่อขยาย "โครงการเน็ตประชารัฐ"

          บรรยายใต้ภาพ
          ณัฐนัย อนันตรัมพร