ชวนคิดนโยบาย"นอกกรอบ" Work from Anywhere

จิดาภา ช่วยพันธุ์
          วริทธิ์นันท์ ชุมประเสริฐ
          สุตาภัทร ม่วงนา
          ธนาคารแห่งประเทศไทย
          กรุงเทพธุรกิจ แทบไม่มีใครคิดว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนส่งผลมากเพียงนี้ ทั้งผลกระทบ ทางสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม รวมถึง การใช้ชีวิต จนเห็นสื่อพากันพาดหัวข่าว ทุกวัน เช่น ตื่นเช้ามาตกงานเฉย! ... โรงแรมเลิกจ้างกะทันหัน
          Work from Home คืออะไร ช่วยให้ รอดจาก  "โควิด-19" ได้อย่างไร  หลายคน เริ่มคุ้นชินกับการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) และ จะกลายเป็นวิถีการทำงานใหม่หลังโควิด จากการสำรวจผู้บริหารระดับ CFO ทั่วโลก ราว 70% เห็นว่า บริษัทตัวเอง มีบางตำแหน่งงานที่ WFH ได้ตลอดไป จึงน่าคิดว่า เมื่อทำงานที่บ้านได้ แล้วไฉนเลย จะ Work from Anywhere ไม่ได้ ขอแค่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และนโยบาย Work from Anywhere นี้แหละ จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประเทศหลังโควิด
          ทำไม Work from Anywhere จะเกิดขึ้น
          ข้อแรก ปีก่อนมีกลุ่มชาวต่างชาติ สูงถึง 25 ล้านคน ที่ทำงานแบบไร้ออฟฟิศ หรือ Digital Nomads และเมื่อ ไม่นานนี้ Twitter ก็ให้พนักงานที่ สมัครใจสามารถ WFH ได้ตลอดไป ดังนั้น โลกหลังโควิด Work from Anywhere จะไม่จำกัดแค่อาชีพอิสระ แต่ขยาย ไปถึงกลุ่มพนักงานประจำได้ด้วย ทำให้คนที่ทำงานที่ไหนก็ได้อาจเพิ่มมากถึงร้อยๆ ล้านคน
          ข้อสองพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ ที่ชอบอิสระ เป็นอีกปัจจัยผลักดันการ Work from Anywhere จะดีแค่ไหน ถ้าได้นั่งพิมพ์งานชิลๆ ริมหาด หรือ ประชุมท่ามกลางไอหมอกบนภูเขา พนักงานเกือบ 50% มีประสิทธิภาพในการทำงาน มากขึ้น เมื่ออยู่นอกออฟฟิศ
          ข้อสามสำหรับไทย โควิดเป็นตัวเร่ง ให้เกิด Work from Anywhere เพราะกว่าที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นเป็นปกติอาจใช้เวลาเป็นปีๆ Work from Anywhere ของกลุ่มคนไทยจะช่วยให้ธุรกิจมีรายได้เข้ามาเร็วขึ้น แถมยังมี การลงทุนใหม่ อาทิ Co-working space ธุรกิจรถบ้าน เกิดการจ้างงานและการใช้จ่ายหมุนเวียนในชุมชน และบางจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ก็มีความพร้อมสำหรับ Work from Anywhere อยู่แล้ว
          "รัฐ-เอกชน"ร่วมใจเกิดขึ้นได้จริง
          หากภาครัฐจับมือเอกชน ทั้งธุรกิจ ท่องเที่ยวและหน่วยงานที่พร้อมให้ Work from Anywhere จัดทำโครงการนำร่อง โดย 1.ทำหนังโฆษณาโปรโมทภายใต้แนวคิดทำงานแบบ "ไทยเท่" อยู่ที่ไหน ในไทย ทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก ก็ทำงานฟินๆ ได้
          2.ผู้ประกอบการเตรียมสิ่งอำนวย ความสะดวกให้พร้อมสำหรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งต้องใช้ทำงานบนโลกออนไลน์ พื้นที่ Co-working space และห้องประชุมกลุ่มย่อย
          3.รัฐมีแรงจูงใจสนับสนุนการลงทุนอาทิ ลดหย่อนภาษีสำหรับหน่วยงาน ที่ให้ Work from Anywhere เงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำหรือมาตรการทางภาษีสำหรับ ผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายปรับปรุงสถานที่ และภาครัฐต้องเร่งการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ต WiFi สาธารณะและกระจาย ให้ทั่วถึง ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นจุดหมาย ที่น่าสนใจมากขึ้น
          4.ผู้ประกอบการขายแพ็คเกจห้องพัก โดยทำสัญญาเช่าระยะยาว พร้อมบริการ ของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ฟิตเนส สปา ให้กับคนกลุ่มนี้หรือขายให้บริษัท ที่สนใจมีออฟฟิศชั่วคราวให้พนักงาน มาพักผ่อนและทำงานได้
          5.คำนึงถึงการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง โดยออกแบบให้มีการไปเที่ยว และใช้จ่ายนอกเวลางานหรือวันหยุด ทั้งในจังหวัดเดียวกันและจังหวัดใกล้เคียง อาทิ มีไกด์คนท้องถิ่น โดยอาจทำเป็น Travel Feature  บน Platform คือ ให้บริการทั้งเช่ารถและไปเที่ยวกับเราด้วย มี Voucher เงินสดหรือส่วนลดให้หากไปเที่ยวหรือใช้จ่ายที่ร้านค้า/ร้านอาหารท้องถิ่น และอาจเชื่อมกับ Application อย่าง Local Alike หรือ Local Aroi ที่นำเสนอการท่องเที่ยววิถีชุมชนอยู่แล้ว
          Work from Anywhere เป็นเพียงตัวอย่างการคิดนโยบายนอกกรอบว่า ต้องทำ "อะไร" และ "อย่างไร" ที่จะช่วย บรรเทาความลำบากของธุรกิจ พนักงาน และคนในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนโยบายนี้สามารถทำได้เลยหากโควิดในไทย และต่างประเทศคลี่คลาย บางพื้นที่มี ความพร้อมรองรับการทำงานแบบนี้อยู่แล้ว  ช่วงต้นรัฐอาจต้องสนับสนุนผ่าน แรงจูงใจ ซึ่งจะสามารถกระจายตลาด นักท่องเที่ยวได้ในระยะยาว จนท้ายสุด รัฐจะสามารถถอนแรงจูงใจที่สนับสนุนออกได้  จึงกล่าวได้ว่า นโยบาย Work from Anywhere ทำได้เร็ว ทำได้ไว และ สร้างความยั่งยืน
          ปลายปีก่อน หากมีคนบอกว่าทำงานที่ไหนก็ได้นะ ทุกคนคงยิ้ม หัวเราะ ว่าเป็นไปไม่ได้  หากเป็นวันนี้ ปฏิกิริยาเหล่านั้นจะเปลี่ยนไปหรือไม่?
          มาร่วมกันคิดนโยบายนอกกรอบ เราคนไทยจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน