INTUCHลุ้นรายได้ปีนี้ดีกว่าจีดีพี เหตุAIS-THCOMมีโอกาสเติบโต

“อินทัช” คาดรายได้ปีนี้ดีกว่าภาพรวมเศรษฐกิจเล็กน้อย หลัง ADVANC มีแนวโน้มโต และ THCOM ยังมีโอกาสในตลาดออสเตรเลีย ส่วนอินเว้นท์ลุยลงทุนต่อเนื่อง ตั้งเป้ามูลค่าพอร์ตลงทุนพุ่ง 2,500 ล้านบาท ในปี 65-67
          นางสาวทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารการลงทุนและการลงทุนสัมพันธ์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทคาดว่ารายได้จะยังเติบโตดีกว่าเศรษฐกิจโดยรวมเล็กน้อย เนื่องจากมองว่าบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ยังมีโอกาสเติบโตได้ ประกอบกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ยังมีโอกาสในบางตลาด เช่น ออสเตรเลีย ที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home มากขึ้น
          “ปีนี้ค่อนข้างยากในการคาดการณ์ผลการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทพยายามทำธุรกิจให้ดีที่สุด โดยคาดว่ารายได้อาจจะลดลงบ้าง แต่น่าจะดีกว่าเศรษฐกิจเล็กน้อยเนื่องจากมองว่า ADVANC ยังมีโอกาสเติบโตได้ และ THCOM ยังมีโอกาสในบางตลาด” นางสาวทมยันตี กล่าว
          ทั้งนี้ ประเมินผลกระทบโควิด-19 ในบริษัทที่ลงทุน โดย ADVANC ได้รับผลกระทบด้านรายได้ จากนักท่องเที่ยวที่ลดลง การเติมเงินของลูกค้าลดลง โดยมองว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2563 จะยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว แม้สถานการณ์โควิด-19 จะเริ่มดีขึ้น จึงยังต้องติดตามประเมินต่อไป ส่วน THCOM ได้รับผลกระทบจากการที่ลูกค้ามีรายได้ลดลง ขณะที่ไฮ ช้อปปิ้ง ได้รับผลกระทบทำให้จำนวนลูกค้าลดลง และอินเว้นท์ มี 3 บริษัทที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ กอล์ฟดิกก์, วายดีเอ็ม และอีเว้นท์ป็อป
          สำหรับทิศทางการลงทุนในปี 2563 อินเว้นท์ยังคงนโยบายการลงทุนในกลุ่มโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยี และธุรกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีเกิดใหม่ หรือมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมทั้งแสวงหาการลงทุนที่สามารถต่อยอดเทคโนโลยี 5G ในอนาคต เช่น เทคโนโลยีคลาวด์, เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีอัจฉริยะต่าง ๆ ได้แก่ โรงงานอัจฉริยะ, ระบบจัดการธุรกิจห้างร้านหรือเทคโนโลยีค้าปลีกยุคใหม่, เมืองอัจฉริยะ และระบบสุขภาพยุคใหม่ ภายใต้งบประมาณการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท/ปี
          ขณะเดียวกัน การลงทุนของอินเว้นท์ยังพยายามหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เช่น อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และอิสราเอล จากปัจจุบันมีพอร์ตการลงทุนในบริษัทที่สิงคโปร์
          หลังจากในไตรมาส 1/2563 อินเว้นท์ได้ลงทุนเพิ่มเติมใน 2 บริษัทใหม่ คือ แอกซินัน พีทีอี ลิมิเต็ด และบริษัท ดาต้าฟาร์ม จำกัด นอกจากนี้ได้ลงทุนเพิ่มในบริษัท เพียร์ พาวเวอร์ จำกัด ที่ได้ลงทุนไปแล้วในปี 2562 ทำให้ในปี 2563 โครงการอินเว้นท์ได้ลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 151 ล้านบาท
          โดยมูลค่ารวมของพอร์ตการลงทุนภายใต้โครงการอินเว้นท์ ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 1,208 ล้านบาท (รวมบริษัทที่ตัดจำหน่ายและขายออกไป) เพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2562 อยู่ที่ 1,051 ล้านบาท และมีบริษัทที่อยู่ภายใต้โครงการอินเว้นท์ทั้งสิ้น 15 บริษัท รวมทั้งตั้งเป้าหมายภายในปี 2565-2567 มูลค่าพอร์ตการลงทุนภายใต้โครงการอินเว้นท์จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ล้านบาท