"ไอเน็ต-ไอบีเอ็ม"ดึงเอไอวินิจฉัยวัณโรค

กรุงเทพธุรกิจ"ไอเน็ต" ดึงเทคโนโลยีเอไอพร้อมคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงจาก "ไอบีเอ็ม" ช่วยตรวจหาวินิจฉัยและ รักษาวัณโรคในไทย ประเดิมโรงพยาบาล 75 แห่งทั่วประเทศ หนุนทีมแพทย์ตรวจพบโรคได้แบบเรียลไทม์ ถูกต้อง แม่นยำ ลดปัญหาขาดแคลนรังสีแพทย์ที่มีความชำนาญ
          นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการบมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย หรือ ไอเน็ต กล่าวว่า ร่วมมือกับ ไอบีเอ็ม นำเทคโนโลยี "IBM Visual Insights" ซึ่งเป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในการวิเคราะห์ภาพนิ่งและไฟล์วีดิโอ ร่วมด้วยระบบเซิร์ฟเวอร์ "IBM Power Systems AC922" ซึ่งเป็นระบบประมวลผล สมรรถนะสูง และนวัตกรรมมาตรฐานสากล ที่พัฒนาโดยคนไทยโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิชั่นในการแปลผลภาพเอกซเรย์ เข้าช่วยรังสีแพทย์ในการตรวจหาวัณโรค (Tuberculosis ; TB) จากภาพเอกซเรย์ทรวงอก ผ่าน แอพพลิเคชั่น "ซีเอ็กซ์อาร์ สกรีนนิง(CXR Screening)" ที่พัฒนาโดยไอเน็ต
          ปัจจุบัน มีการใช้งานแอพดังกล่าวแล้วในสถานพยาบาลชุมชนและทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ถึง 75 แห่งทั่วประเทศ โดยแอพจะแจ้งให้ทราบทันทีที่พบลักษณะที่เข้าข่ายวัณโรค ช่วยให้ผู้ป่วยนับพันรายสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที เรียลไทม์ และมีความถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น
          องค์การอนามัยโลกระบุว่า วัณโรคติดอันดับ 1 ใน 10 ของสาเหตุการเสียชีวิต แต่ละปีมีผู้ป่วยถึงประมาณ 10 ล้านคน และคาดว่ามีประชากรทั่วโลกถึง 1 ใน 4 ที่ติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง ไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวัณโรคมากที่สุด โดยมีจำนวนผู้ป่วยใหม่และผู้ที่กลับมาเป็นซ้ำถึง 108,000 รายต่อปี
          ที่ผ่านมา หนึ่งในปัญหาท้าทายในการติดตามการติดเชื้อในไทยคือระบบรายงาน แม้ว่าการเอกซเรย์ทรวงอกจะเป็นหนึ่งในวิธีการตรวจที่มีการใช้มากที่สุดทั่วโลก แต่ปัจจุบันยังคงประสบปัญหาขาดแคลนรังสีแพทย์ ทำให้โรงพยาบาลขนาดเล็กหลายแห่งต้องส่งภาพเอกซเรย์ไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่าเพื่อแปลผลภาพเอกซเรย์ เป็นเหตุให้ผู้ป่วยในชนบทและพื้นที่ห่างไกลต้องรอผลการวินิจฉัยนานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนกว่าจะได้รับการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม ทั้งการขาดแคลนรังสีแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ยังส่งผลต่อความแม่นยำและความละเอียดในการตรวจหาอาการ ที่เกี่ยวข้องและการวินิจฉัยผู้ป่วย
          นางสาวปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศ อินโดจีนและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า วงการ เฮลธ์แคร์ไทยกำลังเดินหน้าและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับประเทศและระดับสากล วันนี้รังสีแพทย์สามารถอัพโหลดภาพเอกซเรย์ทรวงอกเข้ามาที่แอพพลิเคชั่น ซีเอ็กซ์อาร์สกรีนนิงซึ่งจะแปลเป็นผลลัพธ์ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที พร้อมด้วยเปอร์เซ็นต์แสดงระดับความมั่นใจ โดยเทคโนโลยีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถโฟกัสไปที่กลุ่มผู้มีโอกาสเป็นวัณโรคมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาด้วยแนวทางที่มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที
          ปัจจุบัน มีการขยายการใช้แอพดังกล่าว ซึ่งผสานเอไอนี้ในการตรวจหาอาการอื่นๆ จากภาพเอกซเรย์ทรวงอกอีก 14 อาการ เช่น ปอดบวม ปอดอักเสบ น้ำท่วมปอด และภาวะ ปอดรั่ว โดยคาดว่าจะมีผู้ป่วยหลายพันคนใน โรงพยาบาล 300 แห่งทั่วประเทศที่ได้รับประโยชน์ ขณะเดียวกันยังมีการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์เกี่ยวกับ การวินิจฉัยและรักษาโรคทรวงอกด้วย