วงในกังวลแอพ"แทรคกิ้ง"ล้วงข้อมูลบุคคลไปใช้ประโยชน์

แหล่งข่าวระดับสูงจากผู้เชี่ยวด้านดิจิทัล เปิดเผยว่า ภายหลังจาก รัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการ Lockdown แล้วพบว่าหนึ่งในมาตรการที่สถานประกอบการ ต้องมีคือระบบการติดตามตัวผู้ใช้บริการหรือ แทรคกิ้ง (Tracing) ซึ่งในหลายประเทศก็มีการให้ใช้แอพพลิเคชั่น ประเภทนี้ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องขอการติดตามการดำเนินกิจกรรมของประชาชนเพื่อนำมาใช้ในการสอบสวนโรคได้ในภายหลัง
          อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยภาครัฐยังไม่ได้มีการแจ้งประชาชนให้เข้าใจเกี่ยวกับแอพเหล่านี้จะเข้าทำการติดตามการใช้ชีวิตประจำวันของ โดยข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ถูกเก็บไว้ที่ระบบสารสนเทศหน่วยงานรัฐ แต่กลับถูกส่งไปเก็บในระบบสารสนเทศของเอกชนผู้พัฒนาแอพเหล่านั้นขึ้นมา ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกดึงไปเก็บในภาคเอกชนบางราย ต้องกำหนดจำนวนวันที่จะต้องมีการทำลายข้อมูลที่เก็บไว้ การตรวจสอบโดยภาครัฐหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อมั่นใจว่าข้อมูล ไม่ได้ถูกนำไปแสวงหาประโยชน์อย่างอื่นหรือไม่
          ด้านนาย ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ดีป้า เป็นหน่วยงานหนึ่งที่อยู่ในการทำงานชุดนี้ และจะมีหน่วยงานภาครัฐ ที่รับผิดชอบดูแลระบบ คือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. และ สำนักงานพัฒนาธุรกกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัย (ซีเคียวริตี้) ซึ่งความกังวลเรื่องขอมูลส่วนบุคคลจะปลอดภัยหรือไม่นั้น การร่วมมือของหน่วยงานดังกล่าว ได้จัดตั้งคณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อตรวจสอบกระบวนการจัดการข้อมูลให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยเมื่อผ่านวิกฤตการณ์โควิด-19 แล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกทำลายทิ้งทันที
          พร้อมแนะนำให้ใช้แอพฯ "หมอชนะ" ซึ่งแอพนี้ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย และมุ่งประสิทธิผลในการคัดกรองความเสี่ยง โดยไม่ให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและข้อมูลส่วนบุคคล