ค่ายมือถือ"อ่วม ลูกค้าลดฮวบ50% สภาพคล่อง"ฝืด"

กรุงเทพธุรกิจ วิกฤติโควิดฉุดลูกค้า ค่ายมือถือลดฮวบ วงในเผยเอกชน อ่วมหนักหลายมาตรการทำขาดสภาพคล่อง ยอดรายได้เติมเงินวูบกว่า 50%   "ดีแทค"ลูกค้าไตรมาสแรกหาย 1 ล้านราย  ด้าน กสทช.จูง 6 โอเปอเรเตอร์สร้างความมั่นใจประชาชน กดรับสิทธิโทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาทีเริ่มวันนี้วันแรก
          มาตรการช่วยเหลือประชาชนในด้านบริการโทรคมนาคม ทั้งอัพเน็ตมือถือ เน็ตบ้านฟรี รวมถึงมาตรการล่าสุดที่จะเริ่มวันนี้ โทรฟรี 100 นาทีทุกเครือข่าย ดูเหมือนจะเริ่มส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแล้ว อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะระบบพรีเพด ที่รายได้ต่อเลขหมายของแต่ละค่ายมือถือลดลงมากกว่า 50%
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากมาตรการให้ความช่วยเหลือบริการโทรคมในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช) พบข้อมูลว่า ในช่วง 1 เดือน ที่ผ่านมา โอเปอเรเตอร์ขาดกระแสเงินสดอย่างหนัก เพื่อนำไปประกอบกิจการและจ่ายเงินเดือนพนักงาน
          ในช่วงปกติ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส จะมียอดการเติมเงิน เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 140 ล้านบาท ปัจจุบัน ลดลงไปเหลือ 50 ล้านบาท  บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทคมียอดอยู่ที่ 20 ล้านบาทลดเหลือไม่ถึง 5 ล้านบาท และ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น หรือทรู อยู่ที่ 90 ล้านบาท ลดลงไปเหลือเพียง 30 ล้านบาท เท่านั้น ประกอบกับโอเปอเรเตอร์ยังมีภาระการจ่ายหนี้เป็นค่าใบอนุญาต 4จี และ5จี ที่ประมูลกันไป
          โดยในเดือนมิ.ย.นี้ เอไอเอสต้อง จ่ายค่าคลื่น 900 ที่ 24,000 ล้านบาท ส่วน ทรูฯเพิ่งมาจ่ายไปเมื่อปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ดีแทคต้องจ่าย 11,000 ล้านบาท และในปี 2563 นี้มีนัดต้องจ่ายอีกในเดือนก.ค. ต.ค. และธ.ค. ของทั้ง 3 โอเปอเรเตอร์ด้วย
          ขณะที่ ผลประกอบการของดีแทค ไตรมาส 1 ปี 2563 มีฐานลูกค้าจำนวนทั้งสิ้น 19.6 ล้านราย ลดลง 1 ล้านรายในไตรมาสนี้ จากการลดลงของจำนวนลูกค้าในระบบเติมเงิน เนื่องมาจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการลดลง ของจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรายเดือนจากการปรับปรุงวิธีการรายงานจำนวน ผู้ใช้บริการระบบรายเดือนไตรมาสนี้ ส่วนรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่าไอซี) ในไตรมาสนี้ลดลง 1.6% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
          เดินหน้ามาตรการโทรฟรี 100 นาที
          วานนี้ (30 เม.ย.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. พร้อมด้วยผู้บริหาร บริษัทผู้ให้บริการสื่อสารและโทรคมนาคม ได้ร่วมแถลงความพร้อมมาตรการสนับสนุนประชาชนโทรฟรี 100 นาที โดยสำนักงาน กสทช.และผู้ให้บริการ 6 ราย ประกอบด้วย เอไอเอส ทรู ดีแทค บมจ.กสท โทรคมนาคม บมจ.ทีโอที และบริษัท ไวท์ สเปซ ผู้ให้บริการซิมเพนกวิน มีความพร้อมเต็มที่ ในการให้ประชาชนใช้บริการโทรฟรี 100 นาที นาน 45 วัน ทุกเครือข่าย ภายใน 6 ค่าย โดยเริ่มวันนี้ (1 พ.ค.) วันแรก
          โดยโครงการนี้จะให้ประชาชนเริ่มกดรับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เวลา 08.00 น. ไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค. 2563 เวลา 24.00 น. โดยกด *170* ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 ที่ใช้ลงทะเบียนซิม จากนั้นกด # แล้วกดโทรออก สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากได้รับเอสเอ็มเอสยืนยัน โดยมีระยะเวลาการใช้งานได้ 45 วัน
          สำหรับคนที่จะไม่ได้รับสิทธิ์ใน โครงการนี้ มีอยู่แค่ซิมที่ลงทะเบียนไว้ ในนามของบุคคลต่างชาติ ซิมที่ลงทะเบียนไว้ในนามนิติบุคคล นอกนั้นได้รับสิทธิ์ หมด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ค่าย ทั้งแบบเติมเงินและรายเดือน ได้รับทุกค่าย เช่น ท่านมีเบอร์มือถือ 3 ค่าย ค่ายละเบอร์ได้รับสิทธิ์ทั้ง 3 เลขหมาย
          นายฐากร กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาล ร่วมกับ กสทช. และ 5 ค่ายมือถือ ดำเนินโครงการเพิ่มเน็ตมือถือ 10 กิกะไบต์ และอัพสปีดเน็ตบ้านเป็น 100 เมกะไบต์ เพื่อสนับสนุนนโยบาย Work from Home ให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ซึ่งจะหมดระยะเวลากดรับสิทธิ์ไปไปเมื่อวานนี้ (30 พ.ค.)  เวลา 24.00 น.
          โดยยอดผู้กดรับสิทธิ์ขณะนี้จำนวน 15.9 ล้านเลขหมาย และมีผู้ได้รับสิทธิ์ 14.6 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น เอไอเอส 8.5 ล้านเลขหมาย ทรู 3.5 ล้านเลขหมาย ดีแทค 2.4 ล้านเลขหมาย กสทฯ 1.6 แสนเลขหมาย และ ทีโอที 4,580 เลขหมาย
          ตลาด4จีเข้าถึงได้เกิน90%
          ด้านนายฮาร์ดิค คาทรี นักวิเคราะห์ทางเทคนิค โอเพ่นซิกเนล ผู้ดำเนินการวิเคราะห์ระบบมือถือ และกำหนดมาตรฐานระดับโลก เผยรายงานประสบการณ์เครือข่ายมือถือของประเทศไทยประจำเดือนเม.ย. 2563 พบว่า การเข้าถึงระบบ 4จี ของประเทศไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้ชาวไทยที่ใช้ เครือข่ายจากผู้ให้บริการทั้งสามรายสามารถเชื่อมต่อกับระบบ 4จี ได้มากกว่า 90% เครือข่าย เอไอเอสเป็นผู้ชนะรางวัลด้านความพร้อมใช้งาน 4จีด้วยคะแนนที่สูงถึง 94.9% ตามด้วยดีแทคและทรูมูฟ เอชด้วยคะแนน 92.3% และ 91.6% ตามลำดับ
          และจากการที่โอเพ่น ซิกเนลเพิ่มตัววัดประสบการณ์ผู้ใช้ใหม่อีก 2 หมวดหมู่ คือ ประสบการณ์เกม และประสบการณ์ความครอบคลุมของ 4จีทำให้ตอนนี้เราได้เห็น ทรูมูฟ เอช ที่ครองตลาดชนะรางวัลของเรามาตลอด เปลี่ยนไปเป็นเอไอเอสแทน
          สำหรับการแข่งขันในด้านประสบการณ์แอพพลิเคชั่นเสียง ของผู้ให้บริการทั้งสามรายนั้น เป็นไปอย่างดุเดือดเข้มข้น แต่เอไอเอส ยังคงครองตำแหน่งผู้นำที่คะแนน 79.3 แต่ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ทรูมูฟ เอช กลับปรับ คะแนนจากระดับแย่ขึ้นไปอยู่ในระดับยอมรับได้ โดยมีดีแทคคงที่อยู่ในระดับเดิม ซึ่งหมายความว่าตอนนี้ผู้ใช้ของทุกเครือข่าย ได้รับประสบการณ์แอพพลิเคชันเสียงในระดับ ที่ยอมรับได้ ผ่านบริการโอทีทีด้วยแอพฯ เช่น วอทส์แอพ เฟซบุ๊ค แมสเซ็นเจอร์ และสไกป์