ชี้ภัยไซเบอร์คุกคามเพิ่มขึ้นในช่วง WFH AIS ตั้งศูนย์ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ ช่วยองค์กรเฝ้าระวัง

เตรียมพร้อมธุรกิจไทย รับ New Normal หลังวิกฤตโควิด-19
          ลดภาระด้านการลงทุน เทคโนโลยีและบุคลากรเอง และช่วยสร้างการได้เปรียบทางการแข่งขันในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ Cyber Security จะเป็น New Normal ในการขับเคลื่อนธุรกิจ
          โดยชูความแข็งแกร่งของ AIS Business เพื่อภาคธุรกิจ ทั้งด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ, ประสบการณ์ด้าน Cyber Security ในการปกป้องดูแลข้อมูลลูกค้าเอไอเอสทั้งฐานกว่า 42 ล้านเลขหมาย, ศักยภาพเครือข่าย Digital Infrastructure ที่ครบครัน ที่สุด ทั้ง 5G, 4G, Fixed Broadband, IoT, เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยองค์กรและธุรกิจที่ Work From Home ถูกโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มสูงขึ้นกว่า 127% และคาดว่าอาชญากรรมทางไซเบอร์ทั่วโลกจะสร้างความเสียหายมากกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2021
          ขณะเดียวกัน ภาครัฐได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์กรที่อยู่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ประกอบด้วย กลุ่มความมั่นคงและบริการภาครัฐ, กลุ่มการเงิน, กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม, กลุ่มการขนส่งและโลจิสติกส์, กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค และกลุ่มสาธารณสุข ให้ความสำคัญต่อการจัดระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการดูแลความปลอดภัยข้อมูล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
          ดังนั้น AIS Business ในฐานะผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร เรามีความห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้น จึงได้พัฒนาโซลูชันและบริการ AIS Cyber Secure เพื่อดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ ด้วยการเปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ หรือ CSOC ขึ้น ภายใต้ ความร่วมมือกับ Trustwave บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ อันดับต้นของโลก พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้าน Cyber Security ของเอไอเอสในการดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ให้กับลูกค้าเอไอเอส ทั้งฐาน ตลอดจนเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจจับ แจ้งเตือน และป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถเดินหน้าทำงาน ทำธุรกิจ ได้อย่างมั่นใจ ไร้กังวลเรื่องภัยไซเบอร์ เพราะมี AIS Business เป็นผู้ดูแลให้แล้ว
          นอกจากนี้ กลุ่มบริการ AIS Cyber Secure ยังมีหลายหลายโซลูชันส์ที่พร้อม Customized ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละองค์กร ไม่ว่าจะเป็น
          Enterprise Mobility Management  เครื่องมือ ช่วยบริหารจัดการการใช้งานบนมือถือให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท
          Network Firewall  เครื่องมือ Firewall ที่เชื่อถือ ได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ
          IT Log Management  ศูนย์รวมการจัดเก็บข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตตามกฎหมาย
          Vulnerability Assessment & Penetration Testing  ค้นหาช่องโหว่และจุดอ่อนใน Network ขององค์กร พร้อมทำหน้าที่เสมือนเป็นแฮกเกอร์เพื่อวินิจฉัยช่องโหว่ที่อาจมีอยู่ เพื่อรักษาความ ปลอดภัยข้อมูลและป้องกันจากแฮกเกอร์
          "เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ขณะนี้และในอนาคตอันใกล้หลังสถานการณ์โควิด-19 ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์จะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น การดำเนินธุรกิจเกือบทั้งหมดจะถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์ ดังนั้น เรื่อง Cyber Security จะถูกยกระดับความสำคัญ กลายเป็น New Normal พื้นฐานหลักในการดำเนินธุรกิจที่ทุกองค์กรต้องมี เพราะการมีระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่เข้มแข็ง เชื่อถือได้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กรและธุรกิจอย่างแน่นอน" นายยงสิทธิ์กล่าวปิดท้าย
          สำหรับลูกค้าองค์กร ภาคธุรกิจ และ เอสเอ็มอี ที่สนใจใช้บริการ AIS Cyber Secure รวมถึงบริการอื่นๆ ของ AIS Business สามารถติดต่อได้ที่ ทีมงานของ AIS ที่ดูแลลูกค้าองค์กร, AIS Corporate Call Center 1149 หรือที่ business.ais.co.th