เอไอเอสผุดศูนย์CSOCรับมือภัยไซเบอร์พุ่ง

 เอไอเอส ซอฟต์ลอนซ์ ศูนย์ ปฏิบัติการไซเบอร์ CSOC แห่งใหม่ พร้อมบริการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ชูจุดแข็งผนึกพาร์ตเนอร์ให้บริการตามมาตรฐานโลก และใช้ปกป้องผู้ใช้มือถือ 42 ล้านคน เผยเวิร์กฟรอมโฮม เปิดช่องโหว่โจมตีองค์กรเพิ่ม เช่นเดียวกับการมาของ 5G และ พ.ร.บ.คุ้ม ครองข้อมูลส่วนบุคคล และอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีผล บังคับใช้ 27 พฤษภาคมนี้
          นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จากัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่าสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์นั้นมีการเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่คาดการณ์ว่ามีตัวเลขการเติบโตขึ้นจากเดือนก่อนหน้าวิกฤติราว 37% โดยพบว่ามีการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และองค์กรที่มีการทางานแบบเวิร์กฟรอมโฮม การโจมตีระบบเครือข่ายเสมือนจริงส่วนบุคคล (VPN) รวมถึงการโจมตีระบบสาธารณสุข ทั้งนี้คาดการณ์ว่าในปี 2564 จะมีมูลค่าความเสียหายโจมตีทางไซเบอร์ทั่วโลก 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
          จากแนวโน้มการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นอย่างมาก รวมถึงการเริ่มบังคับใช้กฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และพ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 ทาให้ทุกอุตสาหกรรมจาเป็นต้องตื่นตัวกับการจัดระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันการถูกโจมตีทางไซเบอร์ และเพื่อให้รองรับตามกฎหมาย นอกจากนี้การมาของบริการ 5G ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยจะมีอุปกรณ์ IoT หลายล้านชิ้นเกิดขึ้น ซึ่งจาเป็นต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่ครอบคลุมอุปกรณ์เหล่านี้
          "ดัชนีชี้วัดความพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยองค์กรไทยนั้นต่ากว่าทั่วโลก โดยมีค่าเฉลี่ยองค์กรที่มีมูลค่าความเสียหายจากการโจมตีไซเบอร์มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ ไทยอยู่ที่ 35% ขณะที่ทั่วโลกอยู่ 30%, ค่าเฉลี่ยประสบการณ์การถูกโจมตีจนระบบไม่สามารถทางานได้ 24 ชั่วโมงหรือมากกว่า ไทยอยู่ที่ 29% เทียบกับทั่วโลกอยู่ 4% และค่าเฉลี่ยการตอบสนองปัญหาองค์กรที่ถูกโจมตีระบบวันละ 50,000 ครั้ง ของไทย 45% และทั่วโลก 23%
          เอไอเอส จึงได้ดาเนินการเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการไซเบอร์ (Cyber Security Operations Center - CSOC ) แห่งใหม่แบบซอฟต์ลอนซ์ ซึ่งจะมุ่งการให้บริการทางด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัย ถึงการออกแบบวางระบบรักษาความปลอดภัย หรือศูนย์ปฏิบัติการไซเบอร์ โดยภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการไซเบอร์ ได้มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัยไซเบอร์ที่เป็นมาตรฐานโลก บุคลากรที่ได้รับใบรับรองตามมาตรฐานโลก และกระบวนการทางานที่รองรับการให้บริการแบบ 7x24
          ซึ่งจุดแข็งของเอไอเอส คือ ประสบการณ์ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้ากว่า 42 ล้านราย และยังเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกอย่าง Trustwave นอกจากนี้ เอไอเอสยังเป็นผู้ให้บริการครบวงจร ทั้งเน็ตเวิร์กแบบมีสาย และไร้สาย คลาวด์ IoT และบริการเพื่อป้องกันภัยทาง ไซเบอร์อีกหลากหลาย
          ด้านนายนวชัย เกียรติก่อเกื้อ หัวหน้าแผนกงานการตลาด กลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จากัด (มหาชน) กล่าวว่ารูปแบบการให้บริการไซเบอร์ซิเคียวริตี จะเป็นแบบ CSOC as a service ที่มีความยืดหยุ่น โดยบริการทั้งหมดเป็นคลาวด์เบส สามารถเลือกบริการที่ต้องการและจ่ายเป็นรายเดือนตามการใช้งานจริง ข้อดีคือ องค์กรไม่ต้องลงทุนระบบและบุคลากรเอง แต่สามารถเข้ามาใช้บริการ และมีบุคลากรที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานระดับโลก เฝ้าระวังดูแล 24 ชั่วโมง พร้อมให้คาแนะนาการปรับปรุงระบบ การจัดทารายงานสรุปรายเดือน รวมถึงมีบริการแฮกระบบเพื่อตรวจสอบช่องโหว่ให้กับลูกค้าองค์กร
          จุดแข็งเอไอเอสคือประสบการณ์รักษาความปลอดภัยข้อมูลลูกค้ากว่า42ล้านราย