"ยิบอินซอย" ชู "ดิจิทัล" สร้างโอกาสองค์กร"ยุคโควิด"

กรุงเทพธุรกิจ ไม่มีใครคาดคิดว่า โรคโควิด-19 จะสร้างพลังทำลายล้าง และสร้างภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก ไอดีซี เปิดเผยว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเป็นอันดับแรกจากการระบาดของโควิด-19 คือ ธุรกิจการขนส่งและภาคบริการ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
          ขณะที่เว็บไซต์ บลูมเบิร์ก ได้รายงานตัวเลขความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 ที่สูงถึง 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว ทำให้รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลก ต้องอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเพื่อพยุงระบบเศรษฐกิจ ชนิดเรียกว่าเป็น บาซูก้า ทางการคลัง เลยทีเดียว
          สุภัค ลายเลิศ กรรมการอำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด กล่าวแสดงความเห็นว่า เมื่อแนวทางลดการแพร่กระจายของโรค คือ หยุดการเคลื่อนย้ายของคน และเว้นระยะห่างทางสังคมเป็นการทำงานจากบ้าน (Work From Home) ขณะที่ ธุรกิจ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ยังต้องไปต่อ องค์กรที่เตรียมแผนบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Plan) การออกแบบระบบไอที และระบบข้อมูลสำรองที่ดี เพื่อให้พนักงานเชื่อมเข้าสู่ระบบและทำงานจากที่ไหนก็ได้อย่างปลอดภัย ย่อมได้เปรียบต่อการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
          นิว นอร์มอล องค์กรดิจิทัล
          "เป็นจังหวะดี ที่องค์กรจะได้ปัดฝุ่น แผนบริหารธุรกิจในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตรวจเช็คเทคโนโลยีเดิม เพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ อาทิ คลาวด์ แพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย การประชุมแบบเสมือน  เพื่อสร้างพื้นที่การทำงานแบบเสมือน หรือเวอร์ชวล เวิร์คเพลส เพื่อให้พนักงานยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แม้ไม่สามารถเข้าไปยังสำนักงานได้ และถือโอกาสเรียนรู้ไปพร้อมกับพนักงานในการพัฒนาศักยภาพการทำงานและธุรกิจผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ ตามแนวทางเวอร์ชวลไลเซชัน ซึ่งจะ กลายเป็นวิถีปกติ หรือ New Normal สำหรับองค์กรยุคดิจิทัลในอนาคต" นายสุภัค กล่าว
          "คลาวด์ คอมพิวติ้ง" นับเป็นแพลตฟอร์มที่พร้อมต่อการรองรับการทำงานจาก ระยะไกล (Remote Workforce) เพราะถูกสร้างมาให้เหมาะกับสภาพ แวดล้อมการทำงานแบบเวอร์ชวลไลเซชัน และรองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตหลากหลายชนิด จึงมีความยืดหยุ่น และคล่องตัวสูง ทำให้องค์กรสามารถ "เติม-ปรับ-ปัน" ทรัพยากรไอทีในระบบ ให้สอดคล้องกับมาตรการรักษาระยะ ห่างที่อาจเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา ไม่กระทบต่อการทำงานและการดำเนินธุรกิจ
          เช่น หยิบเอา คลาวด์ วีดีไอ ( Cloud Virtual Desktop Infrastructure) ซึ่งใช้เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชัน ปรับเปลี่ยน อุปกรณ์บีวายโอดี (BYOD) ของพนักงาน ทั้งเครื่องพีซี แล็บท็อป อุปกรณ์โมบาย ต่างๆ ให้กลายเป็นเครื่องเดสก์ท็อป เสมือน เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง สามารถแจกจ่ายทรัพยากรไอทีให้เหมาะกับการปฏิบัติงานของแต่ละคน มีการเพิ่มซีพียู หน่วยความจำ หรือพื้นที่เก็บข้อมูล ให้งานบางประเภท การอัพเกรด หรือควบคุมการติดตั้งซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่างถูกต้อง
          รวมถึงแนวทางการใช้ รับมือ ข้อมูล และแอพพลิเคชั่น จากการทำงานนอกสำนักงาน โดยอุปกรณ์ส่วนตัวของ พนักงาน ปัจจุบัน มีแพลตฟอร์มการทำงานและการจัดการธุรกิจบนคลาวด์ให้ เลือกใช้ได้ตามงบประมาณ มีความ ปลอดภัยสูงในรูปแบบการให้บริการไอที (SaaS) บริการแพลตฟอร์ม (PaaS) แอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์โมบาย หรือเว็บแอพพลิเคชั่น
          หลากเทคฯดิจิทัลหนุนการทำงาน
          ขณะที่ ปัจจุบัน มีเครื่องมือที่ช่วย ใช้งานบริการไอที แอพพลิเคชั่นบนเว็บหรืออุปกรณ์มือถือ หรือการใช้งานเครือข่าย ภายในองค์กร ผ่านอุปกรณ์บีวายโอดี ยืดหยุ่น ปลอดภัยหลายแพลตฟอร์ม ทำให้พนักงานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อทำงานจากที่ไหนก็ได้
          การจัดแพลตฟอร์มการสื่อสาร ที่ปลอดภัยหลายช่องทางให้เลือกใช้ในการติดต่อทางธุรกิจระหว่างพนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า และลูกค้า อย่าง อีเมล์ ระบบส่งข้อความแบบทันที ระบบประชุมทางไกลผ่านวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์ หรือ เว็บ คอนเฟอเรนซ์ เพิ่มช่องทางสื่อสารเฉพาะกลุ่มทำงาน เช่น กรุ๊ปไลน์ ห้องแชทเฉพาะทีม รวมถึงดึงเอาศักยภาพของเครื่องมือดิจิทัล เช่น ไอโอที เอไอ วีอาร์ มาเสริมกิจกรรมการขายและสื่อสารการตลาด นำเสนอสินค้าและบริการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อทดแทนการที่เราไม่สามารถเข้าถึงตัวลูกค้าได้
          "ปริมาณของข้อมูลที่มีมาก การเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากขึ้น ประสิทธิภาพของระบบเครือข่าย จึงต้องรวดเร็ว โดยเฉพาะเบนด์วิธ อาจไต่ระดับไปถึง การใช้เทคโนโลยี 5จี จึงจัดสรรแบนด์วิธให้เหมาะกับข้อมูลและงานแต่ละประเภท เช่น ช่องแบนด์วิธที่ไม่สูงมากเอาไว้สำหรับการส่งไฟล์งานเอกสารทั่วไป ส่วนแบนด์วิธสูงๆ เอาไว้สำหรับการประชุม ผ่านวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์ การนำเสนอไฟล์พรีเซ็นเตชันการใช้งานวีอาร์ หรือ
          ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องสำคัญ องค์กรควรมีมาตรการคุมเข้มเรื่องการระบุตัวตน สิทธิการเข้าถึงระบบธุรกิจหลักสุภัค ลายเลิศ เอไอ" นายสุภัค กล่าว  ขณะที่ ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องสำคัญ องค์กรควรมีมาตรการคุมเข้มเรื่องการระบุตัวตน สิทธิการเข้าถึงระบบธุรกิจหลัก หรือ ศูนย์ข้อมูลขององค์กรเฉพาะที่จำเป็นต่อการทำงาน และการตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเพื่อป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตที่มาจากการใช้งานอุปกรณ์บีวายโอดีของพนักงานสามารถเจาะเข้าสู่ระบบไอทีขององค์กร ในทุกทาง
          องค์กรได้ปัดฝุ่น แผนบริหารธุรกิจ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช็คเทคโนโลยีเดิม  เติมเทคโนโลยีใหม่
          สุภัค ลายเลิศ