DTACแจ้งQ1วันนี้ มีลุ้นผลงานแจ่ม! กำไรพุ่ง1.5พันล.

จับตา “ดีแทค” แจ้งงบไตรมาส 1/63 วันนี้ โบรกฯคาดมีกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท เติบโต 6.5% จากไตรมาส 1/62 และเพิ่มขึ้น 198.9% จากไตรมาส 4/62 เหตุประเมินรายได้บริการเติบโต 5% โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 48 บาท
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (24 เม.ย. 2563) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC จะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 โดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า DTAC จะมีกำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,408 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 198.9% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 502 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันคาดกำไรปกติของ  DTAC ในช่วงไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรปกติอยู่ที่ 1,429 ล้านบาท เนื่องจากรายได้บริการไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) ที่คาดจะอยู่ที่ 15,662 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 14,894 ล้านบาท
          ทั้งนี้ เป็นผลจากอัตราค่าบริการเฉลี่ย (Blended ARPU) ที่จะเติบโต 8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เป็น 258 บาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน หลังพ้นช่วงการปรับฐานรายได้ด้วย TFRS 15 ซึ่งเริ่มในไตรมาส 1/2562 ไปแล้ว และการท็อปอัพการใช้งานข้อมูลที่มีมากขึ้นส่วนหนึ่งจาก Work from Home ช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับรายได้จากลูกค้ารายเดือนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามกระแสการย้ายจากระบบเติมเงินมาเป็นระบบรายเดือน ในขณะที่ลูกค้าเติมเงินยังถูกกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
          ส่วนรายได้จากการขายมือถือ คาดอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 19% จากไตรมาสก่อน เป็นผลจากการปิดห้าง ดังนั้นคาดรายได้รวมในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 20,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 19,660 ล้านบาท แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 20,724 ล้านบาท
          ทั้งนี้ กำไรปกติในไตรมาส 1/2563 เพิ่มขึ้น 62.8% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรปกติอยู่ที่ 921 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 35% จากไตรมาสก่อน เกิดจากไตรมาสก่อนมีการปรับการบันทึกค่าเช่าแบบใหม่ตาม TFRS 16 โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2562 จึงทำให้ดอกเบี้ยจ่ายในไตรมาสก่อนสูงผิดปกติ นอกจากนี้ คาดไตรมาส 1/2563 ไม่มีขาดทุนพิเศษจากการขายทรัพย์สินและปรับโครงสร้างบริหารงานโครงข่ายจำนวน 450 ล้านบาท เหมือนไตรมาสก่อนแล้ว
          สำหรับทิศทางกำไรในไตรมาส 2/2563 คาดลดลงทั้งจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และไตรมาสก่อน เนื่องจากรับรู้ผลกระทบการระบาดของไวรัสโควิด-19 เต็มไตรมาส โดยศูนย์โทรศัพท์มือถือบางส่วนของ DTAC ยังคงปิดให้บริการตามนโยบายรัฐ และคาดจะเริ่มเห็นผลกระทบมากขึ้นจากการใช้งานของลูกค้าบางกลุ่มที่จะลดลง เช่น กลุ่มแรงงานประเทศเพื่อนบ้านในไทยที่กลับสู่ภูมิลำเนาไปแล้ว อีกทั้งคาดจะเริ่มเห็นผลลบจากการออกโปร unlimited ลูกค้ารายเดือนราคาถูกตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2563 ทั้งนี้ ยังคงให้น้ำหนักกำไรจะกลับมาเติบโตเด่นอีกครั้งในไตรมาส 4/2563 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และปัจจัยบวกจากต้นทุนการดำเนินงานส่วนใหญ่ลดลง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 48 บาท
          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า DTAC จะมีกำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 1,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.9% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 502 ล้านบาท แต่ลดลง 13.1% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,408 ล้านบาท หลัก ๆ เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนรวมที่เติบโตในอัตราเร่งมากกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม
          ทั้งนี้ แม้ทางฝ่ายคาดการณ์รายได้รวมของ DTAC ในไตรมาส 1/2563 จะเติบโต 4.5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากธุรกิจ 3 ส่วน ได้แก่ รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์, รายได้จากการขาย และรายได้ค่าเช่าจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT แต่ทั้งหมดถูกหักล้างด้วยต้นทุนรวมที่เพิ่มขึ้น 9.7% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการขยายโครงข่าย, ค่าเช่าที่จ่ายให้ CAT ภายใต้สัญญาสัมปทาน, ต้นทุนค่าโรมมิ่งบนเครือข่าย 2300 MHz ของ TOT ตลอดจนค่าตัดจำหน่ายคลื่น 2600 MHz ที่ได้รับมาเมื่อเดือน ก.พ. 2563
          นอกจากนี้จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2563 มีแนวโน้มแย่กว่าไตรมาส 1/2563 ที่ยังได้รับผลกระทบไม่มากนัก อย่างไรก็ตามแม้ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น DTAC ปรับตัวขึ้นแรง หลังลงไปทดสอบจุดต่ำสุดที่ 27 บาท แต่ด้วย Upside ที่ยังเหลืออีกมาก จากราคาพื้นฐานที่ 50 บาท จึงยังแนะนำ “ซื้อ”
          ส่วนความเคลื่อนไหวราคาหุ้น DTAC วานนี้ (23 เม.ย. 2563) มีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน หลังโบรกฯคาดการณ์ไตรมาส 1/2563 จะมีกำไรสุทธิเติบโตดี  โดยปิดตลาดที่ราคาสูงสุดของวันที่ 45.50 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 4.6% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 388.55 ล้านบาท