ทรูคาดลูกค้าโทรฟรี15ล้านเบอร์ โบรกฯชี้Q1พลิกขาดทุน500ล้าน

 “TRUE” คาดลูกค้าได้รับสิทธิ์โทรฟรี 100 นาที ราว 15 ล้านเลขหมาย กระทบรายได้ไม่มากนัก โบรกฯ คาดงบ Q1 พลิกขาดทุน 500 ล้านบาท หลังรับรู้ค่าเช่า DIF ส่วนเพิ่ม-ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น พร้อมแนะนำ “เปลี่ยนตัวเล่น”
          นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับค่ายมือถือทั้ง 5 ราย มีมาตรการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยให้สิทธิ์ประชาชนโทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที คาดในระบบของ TRUE จะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 15 ล้านเลขหมาย จากฐานลูกค้ารวมของ TRUE สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 30.6 ล้านเลขหมาย
          โดยเบื้องต้นประเมินว่าโครงการเพิ่มอินเทอร์เน็ตมือถือฟรี 10 GB และอัพสปีดอินเทอร์เน็ตบ้านเป็น 100 Mbps รวมถึงโครงการให้สิทธิ์ประชาชนโทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที จะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทมากนัก
          “โครงการกดรับสิทธิ์เพิ่มอินเทอร์เน็ตมือถือฟรี 10 GB ทำให้ลูกค้าระบบเติมเงิน (Prepaid) เติมเงินลดลง 30% แต่โครงการให้สิทธิ์ประชาชนโทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน โทรผ่านบริการเสียงน้อยลง แต่จะไปโทรผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น จึงคาดผู้กดรับสิทธิ์ไม่มาก ก็จะไปชดเชยกับกดเพิ่มอินเทอร์เน็ตมือถือฟรี 10 GB ทำให้โดยรวมส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทไม่มากนัก” นายจักรกฤษณ์ กล่าว
          บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ TRUE ในช่วงไตรมาส 1/2563 จะมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 500 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,509 ล้านบาท และจากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 210 ล้านบาท
          ขณะเดียวกัน คาด TRUE จะขาดทุนปกติในช่วงไตรมาส 1/2563 (ก่อนใช้ TFRS 16) อยู่ที่ 500 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรปกติอยู่ที่ 341 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากต้นทุนหลายรายการยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ทั้งการรับรู้ค่าเช่ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ส่วนเพิ่มที่ขายในระหว่างไตรมาส 3/2562 เฉลี่ยประมาณ 250 ล้านบาท/ไตรมาส และค่าใช้จ่ายทางการเงินมากขึ้นตามมูลหนี้ แต่ขาดทุนลดลง จากไตรมาสก่อน ที่ขาดทุนปกติอยู่ที่ 532 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1/2563 TRUE ต้องเริ่มใช้ TFRS 16 ทำให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าเช่าจะสูงขึ้นจากเดิมมากกว่า 1,000 ล้านบาท ดังนั้น คาดขาดทุนปกติในไตรมาส 1/2563 กรณีรวม TFRS 16 อาจมี downside อีก 200-300 ล้านบาท
          ทั้งนี้ คาดรายได้รวมของ TRUE ในไตรมาส 1/2563 จะอยู่ที่ 35,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 32,955 ล้านบาท แต่ลดลง 5% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 37,681 ล้านบาท โดยกลุ่มมือถือ คาดรายได้บริการอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ตามฐานลูกค้าที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 31.14 ล้านราย เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน
          ขณะที่คาด TRUE ได้รับผลกระทบจำกัดสุดจากการปิดห้างช่วงปลายเดือน มี.ค. 2563 เพราะยังมีช่องทางการจำหน่ายจากร้าน 7-11 ที่ TRUE ร่วมเปิด shop in shop ประมาณ 800 แห่ง ในปีที่ผ่านมา ด้านค่าบริการจะลงเล็กน้อยเหลือ 207 บาท/เดือน จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 209 บาท เนื่องจากมีการออกโปรโมชั่น unlimited รุนแรงขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน
          สำหรับทรูออนไลน์ คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ตามจำนวนลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.9 ล้านราย เพิ่มขึ้น 370,000 ราย จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 100,000 ราย จากไตรมาสก่อน ส่วนค่าบริการลดลงเหลือ 560 บาท ทรงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และไตรมาสก่อน ขณะที่ทรูวิชั่นส์ คาดเป็นกลุ่มเดียวที่รายได้ให้บริการจะลดลง 2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และลดลง 10% จากไตรมาสก่อน
          นอกจากนี้ คาดแนวโน้มไตรมาส 2/2563 ยังไม่สดใส เนื่องจากมีผลกระทบโควิด-19 และรับรู้ค่าคลื่น 5G มากขึ้น และผลการดำเนินงานปี 2563 (ไม่รวม TFRS 16) คาดจะขาดทุน 553 ล้านบาท จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,636 ล้านบาท ดังนั้น เชิงปัจจัยพื้นฐาน แนะนำ “เปลี่ยนตัวเล่น” ราคาเป้าหมาย 3.70 บาท