โทร"ฟรี100นาที" ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค

นักวิชาการระบุค่ายมือถือเยียวยาแค่นี้ไม่เพียงพอ มอบสิทธิโทรฟรี 100 นาทีไม่ตอบโจทย์ แนะเพิ่มมาตรการที่หลากหลายต่อกลุ่มผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
          การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบให้กับประชาชนไทยจำนวนมาก ทำให้ทางภาครัฐและเอกชนได้ออกมาผนึกกำลังกัน เพื่อผลักดันมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน อาทิ การมอบอินเตอร์เน็ตจำนวน 10 GB ใช้งานได้ 30 วัน หรือการมอบสิทธิโทรฟรี 100 นาทีทุกเครือข่ายให้กับประชาชน
          ขณะที่ปี 2562 ที่ผ่านมาผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ราย ต่างมีรายได้และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น โดยเอไอเอสมีรายได้รวม 183,432 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน กำไรสุทธิ 31,051 ล้านบาท มีจำนวนผู้ใช้กว่า 42 ล้านราย โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 844,600 ราย ด้านกลุ่มทรูมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท โดยทรูมูฟ เอช มีจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านราย มีจำนวนลูกค้ารวมทั้งสิ้น 30.6 ล้านราย ขณะที่ดีแทคมีจำนวนลูกค้า 20.6 ล้านราย ลดลง 5.6 แสนราย โดยมีรายได้จากการให้บริการ 6.21 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.6% แต่กำไรสุทธิเพิ่ม 69.4% หรือ 5.9 พันล้านบาท จากผลประกอบการของธุรกิจโมบายที่มีรายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น จึงเกิดคำถามว่ามาตรการช่วยเหลือเยียวยาเท่านี้เพียงพอหรือไม่
          ด้านนายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิชาการด้านโทรคมนาคม ให้ความเห็นว่า ในสถานการณ์โควิด-19 หลายหน่วยงานพยายามที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน อย่างมาตรการให้เน็ต 10 GB 30 วัน จากทาง กสทช. ก็มีเสียงตอบรับที่ดี และสำหรับมาตรการโทรฟรี 100 นาที ที่อยากให้มีความต่อเนื่องกัน แต่ประชาชนอาจจะมีความคาดหวังเรื่องของการให้ดาต้าอีก หรือบางคนที่พูดไปถึงเรื่องการลดค่าบริการเป็นจำนวน 5-15% เนื่องจากปัจจุบันเรื่องของการโทรด้วยเสียงไม่ได้มีความต้องการเหมือนในอดีตเพราะประชาชนสามารถโทรผ่านเน็ตได้ ทำให้คนรู้สึกว่ายังน้อยไปหรือไม่ตรงกับความต้องการ หรืออาจมีข้อเรียกร้องให้ลดเพดานค่าบริการลง ซึ่งก็จะต้องเป็นข้อพิจารณาของทางฝั่งเอกชน
          "การช่วยเหลือเท่านี้อาจจะยังไม่พอ อย่างน้อยอาจให้เวลาสัก 3 เดือน ทั้งวอยซ์และดาต้าก็ควรตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและตรงจุด ทั้งนี้ การช่วยเหลือประชาชนนั้น อยากให้เป็นภาพที่เกิดจากภาคเอกชนได้ทำด้วยตัวเอง ไม่ใช่เป็นการขอความร่วมมือจากภาครัฐ ซึ่งอันที่จริง ก็คือลูกค้าของบริษัทท่านเองทั้งนั้น ถ้าเป็นไปได้หรือจะพิจารณามาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติมก็น่าจะเป็นการดี ที่จะให้ความช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ซึ่งถ้าเทียบกับธุรกิจอื่นที่บางอุตสาห กรรมก็ไม่มีการอุดหนุนของภาครัฐก็ออกมาช่วยเหลือกันส่วนที่ไม่ควรใช้งบประมาณจากรัฐ เช่น เงินกองทุน หรือการหักค่าประมูลใบอนุญาตในการดำเนินการ เพราะอาจมีข้อกำหนดที่ไม่สามารถทำได้"