ลงชื่อ7.4แสนคนทบทวนสิทธิ์เยียวยา5พันบาท

สปส.จ่ายชดเชยผู้ว่างงานผ่านเกณฑ์ชุดแรก8พันคน
          "คลัง" เผยยอดทบทวนสิทธิ์เยียวยา 5 พันบาท วันแรก ยอดรวม 740,000 คน จ่ายลอตแรกแล้ว 3.2 ล้านคน วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท ที่เหลืออีก 1 ล้านคน ได้รับเงินสัปดาห์นี้ ด้าน รมว.แรงงาน เผย สปส.จ่ายเงินกรณีว่างงานจากเหตุโรคโควิด-19 ลอตแรก 20 เมษายน จำนวน 8 พันราย จากผู้ผ่านคัดกรอง 4 แสนราย รัฐบาลกสทช.ผนึกค่ายมือถือ ให้คนไทยโทร.ฟรี 100 นาที เริ่มกดรับสิทธิ์ 1 พ.ค. คาดช่วยประชาชน 50 ล้านเลขหมาย
          เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาท ว่า วันที่ 17 เมษายน 2563 มีการลงทะเบียนรวม 28 ล้านรายการ ในจำนวนนี้เมื่อหักการลงทะเบียนซ้ำหลายครั้งออกแล้ว คงเหลือจำนวนผู้ลงทะเบียน 23.5 ล้านคน โดยจากสถานะการตรวจสอบและคัดกรองล่าสุดพบว่า เป็นผู้ผ่านฐานข้อมูลของกรมการปกครอง 21.1 ล้านคน ไม่ผ่านฐานข้อมูลของกรมการปกครอง 1.8 ล้านคน และอยู่ระหว่างการพิจารณา 6 แสนคน ทั้งนี้ จากกลุ่มผู้ผ่านฐานข้อมูลกรมการปกครองสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
          กลุ่มผ่านเกณฑ์ 4.2 ล้านคน ซึ่งในกลุ่มนี้ได้เริ่มต้นโอนเงินเข้าบัญชีหรือพร้อมเพย์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2563 เรียบร้อยแล้ว 3.2 ล้านคน คิดเป็นจำนวนเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้เร่งโอนเงินเยียวยาต่อเนื่องทุกวัน สำหรับกลุ่มที่เหลืออีก 1.0 ล้านคน จะได้รับเงินเยียวยาภายในสัปดาห์นี้
          ทบทวนสิทธิ์5พัน7.4แสนคน
          กลุ่มที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม 6.3 ล้านคน ซึ่งทยอยได้รับ SMS แจ้งให้นำส่งข้อมูลเพิ่มเติมและได้เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว 4.4 ล้านคน สำหรับส่วนที่เหลืออีก 1.9 ล้านคน ขอให้เร่งเข้าไปกรอกแบบสอบถามออนไลน์ที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com (หัวข้อ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม) เพื่อที่จะได้ทราบผลการคัดกรอง หากผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินเยียวยาอย่างรวดเร็ว ส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถไปใช้ช่องทางขอทบทวนสิทธิ์ได้ กลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ 10.6 ล้านคน ได้ส่ง SMS แจ้งผลการคัดกรองแล้ว 4.7 ล้านคน ส่วนที่เหลือทั้งหมด จะได้รับ SMS ภายในสัปดาห์นี้ สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์และไม่เห็นด้วยกับผลการคัดกรองสามารถขอทบทวนสิทธิ์ได้แล้วที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com (หัวข้อ ยื่นทบทวนสิทธิ์) โดยจะเปิดรับผ่านช่องทางออนไลน์นี้เท่านั้น เพื่อเป็นการรักษาระยะ ระยะห่างทางสังคมตามมาตรการลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ ขอให้เตรียมข้อมูลสำคัญและกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง เช่น อาชีพผู้ลงทะเบียน สถานที่และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ กระบวนการทบทวนสิทธิ์จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จริง เพื่อยืนยันตัวตนและการประกอบอาชีพตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ สำหรับยอดการ ขอทบทวนสิทธิ์วันที่ 20 เมษายน 2563 ณ เวลา 12.00 น. อยู่ที่ 7.4 แสนคน
          ลูกจ้างม.33ได้เงินแล้ว8พันคน
          ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย อันเกิดจากโรคระบาดติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ.2563 ซึ่งจะให้ประโยชน์ทดแทนกับลูกจ้างผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือแรงงานที่มีนายจ้าง ว่า หลังได้ลงนามใน กฎกระทรวงและประกาศราชกิจจานุเบกษา กรณีการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณี ว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย อันเกิดจากโรคระบาดติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ.2563 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563  ซึ่งประเมินว่าจะมีลูกจ้างผู้ประกันตนอยู่ในข่ายได้รับสิทธิ 11 ล้านคน แต่จำนวนแท้จริงต้องรอประเมินหลังจากนี้อีก 1-2 สัปดาห์  โดยวันแรกวันที่ 20 เม.ย. ได้มีการจ่ายเงิน ลอตแรกให้กับผู้ประกันตนที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิแล้ว 8,000 ราย
          นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกันตนมาตรา 33 มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิกว่า 8 แสนราย เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบสิทธิผ่านแล้วจำนวนกว่า 4 แสนคน ส่วนอีกกว่า 4 แสนคน รอนายจ้างมาแจ้งรับรองสิทธิ ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้ระดม เจ้าหน้าที่จากทุกส่วนงานมาช่วยดำเนินการเพื่อสามารถทยอยจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนที่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิสามารถได้รับเงินได้ อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ขอให้นายจ้างหรือ ผู้ประกอบการรับรองการเป็นลูกจ้างและการหยุดกิจการ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการ พิจารณาให้เร็วขึ้น โดยในวันแรกนี้ได้มีการโอนเงินวันแรก 8,000 คน และจะทยอยจ่ายให้กับผู้ประกันตนได้รับการพิจารณาแล้วว่ามีสิทธิตามกฎหมาย
          พลาดใช้สิทธิ์อุทธรณ์ใน30วัน
          "ขอย้ำว่า ผู้ประกันตนที่อยู่ในข่ายได้รับการเยียวยาครั้งนี้ ต้องมีคุณสมบัติ ประกอบด้วย เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ยังไม่ถูกเลิกจ้างหรือยังไม่ลาออก แต่ไม่ได้รับค่าจ้าง เนื่องจากหยุดกิจการตาม คำสั่งรัฐหรือหยุดกิจการเอง ส่วนกรณีนายจ้างลดวันทำงานและจ่ายค่าจ้างครึ่งหนึ่ง ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิเงินทดแทนการขาดรายได้ ซึ่งเมื่อวินิจฉัยคุณสมบัติแล้วก็จะแจ้งให้ผู้ประกันตนทราบผลว่าได้รับสิทธิหรือไม่ หากไม่ได้รับสิทธิก็สามารถอุทธรณ์ได้ใน 30 วัน" นายทศพล กล่าว
          ค่ายมือถือให้ปชช.โทรฟรี100นาที
          ขณะที่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลและกสทช.ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ 5 ราย ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤติโควิด-19 ว่า ดำเนินโครงการเพิ่มเนตมือถือ 10GB และอัพสปีดเนตบ้านเป็น 100 Mbps เพื่อ สนับสนุนนโยบายทำงานที่บ้าน โดยมีบริการ โทรคมนาคมรองรับการทำงาน คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 20 ล้านเลขหมาย
          ล่าสุด รัฐบาลและกสทช.ร่วมกับค่ายมือถือทั้ง 5 ราย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ให้กับประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ โดยเปิดให้ประชาชนโทรมือถือฟรี 100 นาที ทุกเครือข่าย ซึ่งจากข้อมูลพบว่า 70% ใช้การโทรติดต่อสื่อสารกันผ่านระบบเสียง เพื่อสอบถามข่าวคราวพูดคุยกับญาติพี่น้องในต่างจังหวัด ในช่วงที่ไม่สามารถเดินทางไปหากันได้ โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือในช่วงโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ประชาชนสามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ค.2563 ด้วยการกด *170* ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักที่ใช้ลงทะเบียนซิม จากนั้นกด#แล้วกดโทรออก ประชาชนสามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีหลังได้รับ SMS ยืนยัน โดยมีระยะเวลาการใช้งานได้ 45 วัน โดยประชาชนคนไทยทุกคนจะได้รับสิทธิ์ 1 สิทธิ์ต่อ 1 ค่าย(ได้รับทุกค่าย) เช่น มือถือ 3 ค่าย 3 เบอร์ ได้รับทั้ง 3 เบอร์ ในขณะที่นิติบุคคล และชาวต่างชาติจะไม่ได้รับสิทธิ์ คาดว่าจะมีคนที่ได้รับสิทธ์นี้ประมาณ 50 ล้านเลขหมาย