ดีอีทุ่มพันล.สู้โควิด-แคทรับช่วงไทยคม

บอร์ดดีอีไฟเขียว "แคท" บริหารดาวเทียมหลังสิ้นสุดสัมปทานไทยคม ก.ย. 64 เตรียมเสนอให้ ครม.อนุมัติ พ.ค.นี้ พร้อมอนุมัติให้ใช้เงินกองทุนดีอี 1,400 ล้านบาท ช่วยสู้โควิด
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ซึ่งมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ได้เห็นชอบให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) เป็นผู้รับผิดชอบ ในการบริหารจัดการทรัพย์สินที่กระทรวง ดิจิทัลฯ รับโอนหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานให้บริการดาวเทียม กับ บมจ.ไทยคม ในเดือน ก.ย. 2564 โดยกระทรวง ดิจิทัลฯจะเตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาพร้อมแผนการบริหารโครงการของแคท เพื่ออนุมัติภายในเดือน พ.ค.นี้
          "ทางคณะวิจัยจากจุฬาฯ ที่กระทรวงได้ว่าจ้างเป็นที่ปรึกษาโครงการการเข้าร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP ได้สรุปข้อสำรวจเบื้องต้นพบว่า ด้วยเวลาที่เหลืออยู่ก่อนสิ้นสุดสัมปทาน ไม่เพียงพอ สำหรับการทำ PPP ทั้งยังไม่มีผู้สนใจจะเข้าลงทุน เนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่สามารถทำกำไรได้มาก การมอบให้แคทที่เสนอตัวเข้ามาจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า"
          โดยจากนี้แคทจะต้องรีบนำเสนอแผนโครงการทั้งหมด เพื่อให้กระทรวงเสนอให้ ครม.อนุมัติ ว่าแคทดำเนินการเอง หรือหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมลงทุน
          สำหรับทรัพย์สินตามสัมปทานดาวเทียมที่กระทรวงจะสามารถเข้าบริหารจัดการได้ทันทีหลังสิ้นสุดสัมปทาน คือ ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ไทยคม 5 และ 6 ซึ่งมีอายุการใช้งานเหลืออีกราว 8-10 ปี ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากไทยคมยืนยันว่า ไม่ใช่ทรัพย์สินสัมปทาน
          นอกจากนี้ ในที่ประชุมบอร์ดดีอียังได้อนุมัติกรอบวงเงินเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเงิน 1,400 ล้านบาท โดยจะใช้เงินจากกองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 2,400 ล้านบาท
          "เดิมเงินกองทุนจะต้องเปิดรับข้อเสนอโครงการจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปพัฒนาศักยภาพในด้านต่าง ๆ อยู่แล้ว ทางบอร์ดเห็นว่า ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ กองทุนก็ควรจะมีส่วนช่วยเหลือตรงนี้ด้วย"
          โดยจะเปิดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ โรงพยาบาลรัฐ สถานพยาบาลภาครัฐ โรงพยาบาลในมหาวิทยาลัย และโรงเรียนแพทย์ สภากาชาดไทยที่ได้รับผลกระทบ หรือต้องการช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคนี้ ยื่นข้อเสนอโครงการเข้ามาให้บอร์ดกองทุนพิจารณาอนุมัติวงเงินได้
          แบ่งเป็นส่วนแรก วงเงิน 1,000 ล้านบาท สำหรับจัดหาเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ด้านดิจิทัลที่สนับสนุน ช่วยเหลืองานด้านสาธารณสุขและการรักษาสุขภาพของประชาชน เช่น เครื่องช่วยหายใจ หุ่นยนต์ทำความสะอาด หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรค กล้องวงจรปิด เครื่องรับส่งวิทยุมือถือ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
          ส่วนที่สอง วงเงิน 400 ล้านบาท สำหรับโครงการที่ช่วยเหลือ ฟื้นฟู หรือเยียวยาจากผลกระทบที่เกิดจากไวรัสโควิด-19
          "บอร์ดดีอีได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุน เร่งวางเกณฑ์การพิจารณาเงินสนับสนุนให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เปิดรับข้อเสนอโครงการขอทุนสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้ได้เร็วที่สุด"