"แคท"สมหวังดูแลดาวเทียมไทยคมแต่งตัวรอ"ดีอีเอส"เสนอครม.อนุมัติ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส)เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(บอร์ดดีอีเอส)ได้เห็นชอบให้ บริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด(มหาชน)หรือ แคท เป็นผู้นำทรัพย์สินที่ได้รับโอนตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมไปบริหารจัดการประกอบธุรกิจต่อหลังจากที่สัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย.2564โดยแคทจะใช้เงินของแคทเองในการบริหารจัดการและต่อยอดสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่ได้รับโอน
          ทั้งนี้ ตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมระหว่างกระทรวงดีอีเอสกับ บริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน)เมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง ไทยคมต้องโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้กระทรวงดีอีเอส โดยทรัพย์สินที่โอนให้นั้นต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ซึ่งดาวเทียมที่ไทยคมต้องโอนให้กระทรวงดีอีเอส เพื่อนำส่งให้แคทนำไปบริหารจัดการนั้น ได้แก่ ดาวเทียมไทยคม 4-5-6 ซึ่งมีศักยภาพในการใช้งานต่อได้อีกราว 8-10ปี ส่วนดาวเทียมไทยคม 7-8 นั้น เนื่องจากกระทรวงดีอีเอสยืนยันว่า อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานขณะที่ไทยคมยืนยันว่าไม่ได้อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานเมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการตัดสิน และเมื่อตัดสินแล้ว หากฝ่ายแพ้ไม่ยินยอมก็ต้องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อตัดสินชี้ขาดต่อไป
          "ขั้นตอนจากนี้ กระทรวงดีอีเอสจะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อขออนุมัติตามขั้นตอนโดยการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการเตรียมการรองรับล่วงหน้าก่อนสัญญาสัมปทานดาวเทียมจะสิ้นสุด ขณะที่แคทต้องไปจัดทำแผนธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินดาวเทียมเพื่อสร้างรายได้ ส่วนแคทจะดำเนินกิจการด้วยตัวเอง หรือหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจแคทเอง แต่ต้องเสนอแผนงานทั้งหมดให้กระทรวงดีอีเอส เพื่อนำเสนอครม.อนุมัติตามขั้นตอนด้วย"
          สำหรับสัญญาสัมปทานดาวเทียมนั้น เกิดขึ้นเมื่อปี 2534 เริ่มแรกอยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคมเป็นคู่สัญญากับบริษัท ชินวัตรแซท เทลไลท์ จำกัดเป็นระยะเวลา 30 ปี ต่อมาได้โอนภารกิจให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)และเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงดีอีเอสในปัจจุบันเช่นเดียวกับบริษัท ชินวัตรแซท เทลไลท์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน)
--จบ--